‘เท้ง’ บอก ‘รบ.พลเรือน’ ต้องชิงนำ มุ่งหาสันติภาพ ‘3 จว.ชายแดนใต้’

17 เม.ย. 2569 - 11:16

  • 'ณัฐพงษ์' ชี้รัฐบาลพลเรือนต้องชิงนำแนวทางสันติภาพดับไฟใต้

  • คลายปมคดีลอบยิง สส.ฟื้นฟูความเชื่อมั่น มุ่งปฏิรูปโครงสร้างงานความมั่นคง

‘เท้ง’ บอก ‘รบ.พลเรือน’ ต้องชิงนำ มุ่งหาสันติภาพ ‘3 จว.ชายแดนใต้’

‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า เขาและพรรคประชาชนได้ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาด้วยความกังวล เพราะนอกจากความรุนแรงในระยะหลังที่ยกระดับสูงขึ้นทั้งในแง่ของปริมาณและผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนแล้ว ยังพบว่าความตึงเครียดและหวาดระแวงระหว่างภาครัฐกับประชาชนในพื้นที่ก็มีอุณหภูมิสูงขึ้น  

โดยเฉพาะภายหลังเหตุการณ์ลอบยิงเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งปรากฎข้อเท็จจริงเชื่อมโยงกับหน่วยงานความมั่นคงที่ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลเชื่อมโยงต่อตัวผู้บงการ เจ้าหน้าที่และอดีตเจ้าหน้าที่ของทั้งกองทัพและ กอ.รมน. แม้จะมีความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินคดี แต่ยังมีคำถามที่ประชาชนยังคงกังขา โดยเฉพาะการเชื่อมโยงไปยังผู้บงการในการก่อเหตุครั้งนี้ 

ณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ความไม่ชัดเจนในเหตุการณ์ความรุนแรงหลายกรณีก่อนหน้านี้ เมื่อรวมกับความคลุมเครือในกรณีการลอบยิง 'สส.กมลศักดิ์' รวมไปถึงล่าสุดคือการสื่อสารของท่านแม่ทัพภาคได้กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์กำลังจะบานปลาย จนกระทั่งมีเสียงเรียกร้องให้มีการย้ายแม่ทัพภาคจากเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ 

“อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีใช้โอกาสที่จะเดินทางลงพื้นที่ชายแดนใต้ในวันที่ 17 เมษายนนี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐอย่างรอบด้านและเปิดกว้าง ความตึงเครียดที่กำลังสุกงอมนี้ถือเป็นโอกาสที่ผู้นำประเทศจะได้ตั้งหลักและมองหาหนทางที่ดีที่สุดในการคลี่คลายความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานนี้”

หัวหน้าพรรคประชาชน ยังกล่าวย้ำด้วยว่า การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนั้นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ของผู้นำประเทศ เพราะทุกการตัดสินใจทางการเมืองจะมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย นายกรัฐมนตรีจะต้องประเมินทางเลือกต่าง ๆ อย่างรอบด้านและเลือกหนทางที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนและประเทศชาติ ตนอยากให้รัฐบาลมีความมุ่งมั่นจริงจังกับแนวทางการเมืองที่มุ่งเน้นส่งเสริมการพูดคุยสันติภาพเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจของประชาชนในพื้นที่ 

“รัฐบาลต้องยืนยันหลักการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและไม่ใช้ความรุนแรงเป็นแกนกลางในการแก้ไขปัญหา เพราะการมุ่งเน้นที่การใช้กำลังหรือการควบคุมความคิดของประชาชนจะยิ่งสร้างความไม่ไว้วางใจมากยิ่งขึ้น” 

  อย่างไรก็ตาม ณัฐพงษ์ ยังกล่าวย้ำด้วยว่าความคืบหน้าของคดีการลอบสังหาร สส. กมลศักดิ์ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นฟูความไว้วางใจของประชาชน ในฐานะผู้บังคับบัญชาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านต้องแสดงให้เห็นว่าเอาจริงเอาจังกับการดำเนินคดีนี้อย่างตรงไปตรงมาและไม่เลือกปฏิบัติ การเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับกรณีนี้จะเป็นรากฐานสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนอีกครั้ง ตนคาดหวังว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะทำให้นายกรัฐมนตรีได้รับข้อมูลและสัมผัสความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยตรง ในขณะเดียวกันก็ได้รับฟังมุมมองและการประเมินสถานการณ์จากหน่วยงานในพื้นที่อีกด้วย 

รัฐบาลจะต้องใช้วิกฤตความเชื่อมั่นในขณะนี้เพื่อพิจารณาแนวทางในการปฏิรูปโครงสร้างของหน่วยงานความมั่นคงอย่างจริงจัง เพื่อให้สอดรับกับทิศทางใหญ่ที่รัฐบาลพลเรือนจะต้องเป็นผู้กำหนด โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการพูดคุยสันติภาพและกระบวนการสันติภาพที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น ส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่เปิดกว้างและสร้างสรรค์ ในขณะเดียวกันก็ต้องตอบสนองต่อข้อเสนอในขณะนี้ให้มีการยุติการปฏิบัติการข่าวสารที่มุ่งด้อยค่าแพร่มลทินซึ่งทำลายบรรยากาศของการสร้างสันติภาพ 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์