‘ปชน.’ ไม่ปิดช่องร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ‘เท้ง’ ตั้งธงแค่ไม่โหวตให้ ‘อนุทิน’

27 ม.ค. 2569 - 13:42

  • ‘ปชน.’ เปิดทางร่วม ‘รัฐบาลภูมิใจไทย’ วางเส้นแดงชัด ไม่โหวต ‘อนุทิน’ นั่งนายกฯ

  • ชี้เงื่อนไขอยู่ที่เสียงและหลักการ ย้ำจุดยืนไม่ยอมรับรัฐมนตรีสีเทา

  • ชี้คดี ‘หมอสุภัทร’ ต้องดูบริบทช่วยประชาชน ไม่ใช่แค่ตัวบทกฎหมาย

‘ปชน.’ ไม่ปิดช่องร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย ‘เท้ง’ ตั้งธงแค่ไม่โหวตให้ ‘อนุทิน’

‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค กล่าวถึงกรณีคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาความผิดทางวินัย ของ ‘นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ’ ผู้สมัคร สส. สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน โดยระบุว่า ขอยืนยันจุดยืนของพรรคประชาชนว่า มาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง ต้องอยู่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย พรรคประชาชนก็ได้มีการตรวจสอบภายในอย่างเข้มข้น  

พร้อมขอชวนทุกคนย้อนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ ‘นพ.สุภัทร’ เป็นแกนนำของกลุ่มแพทย์ชนบท ที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และอีกหลายพื้นที่ ในกระบวนการตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเราก็เห็นกันอยู่ว่า ในหน้างานการหากต้องปฏิบัติตามระเบียบราชการทุกอย่าง อาจไม่ทันต่อการช่วยเหลือประชาชน และเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า 

“สิ่งสำคัญของผู้ที่อาสามาเป็นตัวแทนประชาชนต้องมีคือความกล้าหาญ ไม่ได้ต้องมานั่งกลัวว่าระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างตอนนั้นจะเป็นอย่างไร ทำให้ทุกอย่างติดขัดไปหมด ไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที จึงอยากให้ทุกคนช่วยมองตรงนี้ด้วยความเป็นธรรม ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ นพ.สุภัทร เป็นเพราะเหตุผลเบื้องหลังอะไร ถ้าเห็นว่าการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด-19 เป็นสิ่งถูกต้อง แต่ระเบียบอาจเปิดช่องให้มีการกลั่นแกล้งกัน อยากให้ช่วยกันมองอีกด้านหนึ่ง” 

ณัฐพงษ์ กล่าว 

ส่วนจะเป็นการกลั่นแกล้งกันทางการเมืองหรือไม่นั้น ณัฐพงษ์กล่าวว่า ส่วนตัวก็อยู่ในสถานะที่ต้องดูผลสอบทั้ง 2 ด้าน ให้สมดุลกัน หากวันใดมีผลสอบออกมาแล้ว และหากจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังในการจัดการคนภายในของตนเอง ก็ต้องทำเช่นเดียวกัน จึงขอสงวนความเห็นว่าเป็นการโจมตีกันทางการเมืองหรือไม่ แต่หลักการใช้อำนาจและเป็นตัวแทนประชาชนต้องมีความกล้าหาญด้วย ทั้งนี้ก็เคยทำงานร่วมกับทีมแพทย์ชนบทที่เคยมาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่และช่วยแก้ปัญหาได้มาก จึงพูดแทนได้ว่าสิ่งที่ นพ. สุภัทร และทีมแพทย์ชนบททำมีเจตนารมณ์ที่อยากช่วยเหลือประชาชนเป็นตัวตั้ง  

"ส่วนจะถูกจะผิดในรายละเอียดอย่างไร มีความพยายาม ตั้งใจทุจริตหรือไม่ ส่วนตัวผมไม่เชื่อ แต่จะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือเปล่า เป็นสิ่งที่ผมตอบไม่ได้ อยากให้ประชาชนใช้สายตาทุกคนช่วยกันสอดส่อง"

ทั้งนี้ ณัฐพงษ์ เชื่อว่า นพ. สุภัทร ไม่ได้เสียสมาธิ ยังคงทำงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ ทุกคนในพรรคก็เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี จึงขอเรียกร้องทุกคนให้ดูกระบวนการที่เหลือ เราคงไม่ได้อยากเห็นคนที่ตั้งใจเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และมีความกล้าหาญ พยายามใช้อำนาจที่มีตามระเบียบราชการทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาโดยมีประชาชนเป็นตัวตั้ง ต้องถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง 

สำหรับกรณีที่หัวหน้าพรรคกล้าธรรมได้ปราศรัยพาดพิงพรรคประชาชนบนเวทีปราศรัย ทุกพรรคก็เทาเหมือนกัน และพรรคประชาชน เลือก 'ท.’ ได้ ‘ธ.’ นั้น  ณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ได้ตอบโต้อะไรกับทางฝั่งนั้น เชื่อว่าบทพิสูจน์ที่ดีที่สุดคือเมื่อเราเข้าไปสู่อำนาจแล้ว เราจัดการอย่างไรกับผู้มีประวัติสีเทา การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติด ซึ่งหากประชาชนให้ความไว้วางใจเราเป็นรัฐบาล ก็จะพิสูจน์ให้เห็น รวมถึงที่เราบอกว่า ไม่มีสีเทาของเรา คือมีเทาเราจัดการ ก็ขอให้ดูการจัดตั้งรัฐบาล  

“เราวางหลักการไว้หลายข้อ อย่างน้อยที่สุดรัฐมนตรีที่มีประวัติสีเทาเราไม่สามารถยอมรับได้ หรือถ้าเข้าสู่อำนาจแล้วไปทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หรือทุจริตคอรัปชั่นต่างๆ เราก็พร้อมที่จะปลดออก”

สื่อมวลชนถามว่า กรณีของ นพ. สุภัทร ที่มีผลจากการลงมติของรัฐมนตรีฝั่งภูมิใจไทยนั้น จะส่งผลต่อการตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ณัฐพงษ์ กล่าวว่า จุดยืนของการร่วมรัฐบาลได้บอกไปแล้วว่า ไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม และไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยได้  

โจทย์ส่วนที่เหลือก็คือ พรรคประชาชนจำเป็นต้องได้เสียงที่เข้มแข็งมากพอในการจัดตั้งรัฐบาล กำกับทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาลได้ คำว่ากำกับทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาล ก็ได้บอกไปเมื่อสักครู่แล้วว่าเงื่อนไขคืออะไร    

“ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร ตราบใดที่ประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคประชาชนมากเพียงพอ เสียงของเราเข้มแข็งเพียงพอ เราปฏิเสธรัฐมนตรีสีเทาได้ หรือถ้าเขามีประวัติ เราสั่งออกจากตำแหน่งได้ ผมคิดว่านี่เป็นหลักการจุดยืนที่ชัดเจนเพียงพอแล้ว”

ณัฐพงษ์ ย้ำอีกว่า เมื่อเราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราเป็นคนกำหนดเงื่อนไข อย่าไปมองว่าเรายื่นมือ หรืออยากจะจับกับใคร ตอนนี้จุดยืนของเรามีเพียงอย่างเดียวคือทำให้การเมืองโปร่งใส ปราศจากทุจริตคอร์รัปชั่น ตอนนี้เราตั้งเงื่อนไขขั้นต่ำไว้แบบนี้ พรรคใดที่จะอ้างว่าเราตั้งเงื่อนไขสูงไป หรือพรรคประชาชนไปเที่ยวชี้หน้าคนอื่นว่าเป็นสีเทา เราขอปฏิเสธว่าไม่จริง มาตรฐานที่เราเสนอถือเป็นขั้นต่ำมากที่ประเทศไทยควรจะมีมานานแล้ว และเราไม่เคยกล่าวหาว่าใครเป็นสีเทาทั้งสิ้น ทุกอย่างก็อยู่ที่หลักฐานในเชิงประจักษ์  

นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ ยังรอดูผลการประชุมเรื่องสำนักงานประกันสังคม พร้อมระบุว่า ประเด็นการผลักดันเรื่องประกันสังคมไม่ได้เพิ่งมาช่วงหาเสียงเลือกตั้ง รอบผลักดันกันมานานแล้วก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นบำนาญสูตรแคร์ที่วางอยู่บนโต๊ะของคณะรัฐมนตรีที่จะอนุมัติได้ ทำไมถึงไม่ผ่านสักทีก่อนหน้านี้ ถ้าเราได้เป็นรัฐบาล ยืนยันว่าจะเดินหน้าบำนาญสูตรแคร์โดยทันที  

รวมถึงอีกหลายประเด็นเราก็ผลักดันมาก่อนหน้านี้แล้ว อยากให้ประกันสังคมมีความโปร่งใสมากขึ้น แต่ก็อาจยังไม่ได้เห็นการขับเคลื่อนที่ดีเท่าที่ควร คาดหวังแทนประชาชนแต่ยังยืนยันว่า จริงๆ ถ้าอยากจะทำ ก็สามารถทำไปก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้วเหมือนกัน 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์