จากกรณีที่ ‘จุลพงศ์ อยู่เกษ’ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้มีการออกหนังสือแสดงคำขอโทษต่อ 'ครอบครัวชิดชอบ' เขากระโดง' กรณีที่เคยมีการอภิปรายพาดพิง 'คดีเขากระโดง' 'ในรัฐสภา พร้อมทั้งมีการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงประเด็นการออกหนังสือดังกล่าว
ล่าสุด ‘ชนินทร์ แก่นหิรัญ’ ทนายความของ ‘เนวิน ชิดชอบ’ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดโพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว แสดงความผิดหวังและตำหนิการกระทำของ ‘จุลพงศ์ อยู่เกษ’ ที่เกี่ยวเนื่องกับคดีหมิ่นประมาทต่อครอบครัว ‘ชิดชอบ’ ในประเด็นที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ อันเป็นเรื่องที่ประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจและติดตามมาโดยตลอด ข้อเท็จจริงตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.960/2568 และหมายเลขแดงที่ อ.1479/2568 ของศาล จ.บุรีรัมย์
ปรากฏชัดเจนว่า ‘จุลพงศ์’ ได้ยอมรับต่อศาลว่า ข้อมูลที่ได้นำไปอภิปรายและเผยแพร่ต่อสาธารณะเกี่ยวกับครอบครัวชิดชอบนั้น เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ไม่ครบถ้วน และทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของผู้เสียหาย ด้วยเหตุนี้ จึงได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ยและบรรลุข้อตกลง โดยมีเงื่อนไขให้จุลพงศ์ต้องทำหนังสือขอโทษ เผยแพร่คำขอโทษผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่อเนื่อง 7 วัน และบริจาคเงินจำนวน 10,000 บาทให้แก่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เมื่อจำเลยได้ปฏิบัติตามครบถ้วน ศาลจึงอนุญาตให้ถอนฟ้องและให้คดีสิ้นสุดลง
แต่สิ่งที่น่าเสียใจและน่าตำหนิอย่างยิ่ง คือ หลังจากคดีสิ้นสุดไปแล้ว จุลพงษ์ กลับให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะว่า คำขอโทษดังกล่าวมิได้เกิดจากความสำนึกผิดโดยแท้จริง หากแต่เป็นเพียงการกระทำเพื่อให้คดีอาญายุติลงโดยเร็ว อีกทั้งยังกลับไปใช้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรในประเด็นเดิมซ้ำอีกครั้ง พร้อมทั้งพาดพิงครอบครัว ‘ชิดชอบ’ ในลักษณะที่สร้างความเสียหายซ้ำซาก
ชนินทร์ ระบุด้วยว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการย้อนแย้งกับคำรับสารภาพและหนังสือขอโทษที่ได้ทำไว้ต่อศาลและต่อประชาชน แสดงถึงการขาดความจริงใจ ไร้สำนึกรับผิดชอบ และไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม ทั้งยังเป็นการกระทำที่ซ้ำเติมให้เกิดความเสียหายแก่ครอบครัวชิดชอบ ทั้งที่ผู้เสียหายได้แสดงเมตตาและยุติคดีไปแล้ว พฤติกรรมเช่นนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อเกียรติยศของผู้เสียหาย แต่ยังบ่อนทำลายความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสภาผู้แทนราษฎร เพราะสะท้อนถึงการใช้สิทธิในฐานะ สส. โดยไม่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม
“ที่สำคัญการที่นายจุลพงศ์ได้ให้การยอมรับผิดในศาลแล้วกลับออกมาปฏิเสธต่อสาธารณะนั้น อาจเข้าข่ายการให้การอันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ และอาจเป็นเหตุให้ต้องมีการพิจารณาดำเนินคดีใหม่ตามกรอบของกฎหมาย ทั้งเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของครอบครัวผู้เสียหาย และเพื่อปกป้องหลักนิติธรรมของประเทศไม่ให้ถูกทำลายลงด้วยพฤติกรรมที่ขาดความรับผิดชอบเช่นนี้"
— ชนินทร์ ระบุ
ชนินทร์ ระบุด้วยว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงข้อพิพาทส่วนบุคคล หากแต่เป็น บททดสอบสำคัญของมาตรฐานคุณธรรมและความรับผิดชอบของผู้แทนราษฎรต่อสังคม และประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินด้วยตนเองว่าการกระทำเช่นใดคู่ควรกับเกียรติภูมิของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง




