‘สว.พันธุ์ใหม่’ เตรียมดีล ‘ปชน.-ปชป.-พท.’ เดินหน้าแก้ ม.256

2 มิ.ย. 2569 - 13:16

  • ‘พันธุ์ใหม่’ จ่อดีลคุย ‘พรรคส้ม-ปชป.-พท.’ ขอเสียงหนุน ‘ร่างแก้ไขรธน.ม.256’

  • ผุด ’2 องค์กร‘ ทำรัฐธรรมนูญใหม่ วางหลักการให้ ปชช. มีส่วนร่วมทุกกระบวนการ - ถ่ายทอดสดการประชุม-ตัดอำนาจ ‘รัฐสภา’

  • ด้าน ‘เทวฤทธิ์’ เผยภาคปชช. เตรียมล่า5 หมื่นชื่อ เสนอแก้ไขม.256 เรียกร้อง ‘โสภณ‘ ให้รอด้วย

‘สว.พันธุ์ใหม่’ เตรียมดีล ‘ปชน.-ปชป.-พท.’ เดินหน้าแก้ ม.256

‘นรเศรษฐ์ ปรัชญากร’ สมาขิกวุฒิสภา(สว.)กลุ่มพันธุ์ใหม่ แถลงว่า พร้อมกลุ่มสว. อาทิ ‘เทวฤทธิ์ มณีฉาย - ประภาส ปิ่นตบแต่ง’ ได้ร่วมยกร่างเนื้อหาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเตรียมยื่นต่อรัฐสภา ทั้งนี้ร่างดังกล่าวตั้งอยู่บนหลักการให้ประชาชนมีส่วนร่วม โปร่งใสและตรวจสอบถ่วงดุล เชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ดีไม่ใช่มีเพียงเนื้อหาที่ดี แต่ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันและเกิดจากกระบวนการที่ได้รับความไว้วางใจจากสังคม  

สำหรับเนื้อหากำหนดให้มี สภารับฟังความคิดเห็นของประชาชน มาจากการเลือกตั้ง 200 คน  แบ่งเป็น เลือกตั้งแบบแบ่งเขตโดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จำนวน 100 คน และเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลที่เชี่ยวชาญหรือมีข้อเสนอเชิงนโยบายรวมกลุ่มกัน จำนวน  100 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนรวบรวมความคิดเห็นของประชาชน กำกับกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญ และเชื่อมโยงของประชาชนเข้าสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญ 

นรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ให้มีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 35 คน  มาจากการสรรหาของรัฐสภา  ผ่านกระบวนการเปิดรับสมัครและกลั่นกรองคุณสมบัติ ที่เป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภารับฟังความคิดเห็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระไม่สามารถเข้ารับการสรรหาได้ ขณะที่หน้าที่ของกมธ.ยกร่าง ต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่นำความคิดเห็นของประชาชนมาพิจารณาในทุกประเด็น หากไม่รับข้อเสนอใดไปบรรจุต้องชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจน 

“นอกจากนั้นตัวร่างกำหนดให้ต้องรายงานความคืบหน้าของกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและกระบวนการยกร่างต่อที่ประชุมรัฐสภาทุกๆ 60 วัน และเปิดเผยขั้นตอนให้ตรวจสอบได้ ทั้งถ่ายทอดสดการประชุม เปิดเผยรายงานประชุม เผยแพร่เอกสาร เปิดระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่างรายมาตรา เพื่อให้ประชาชนติดตาม ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมได้ตลอดเวลา”

นรเศรษฐ์ กล่าว

หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ต้องส่งให้รัฐสภาอภิปรายและให้ข้อสังเกต แต่ไม่มีอำนาจแก้ไขเนื้อหา เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซงเนื้อหา จากนั้นให้ส่งความเห็นข้อสังเกตให้ กมธ.ยกร่างไปปรับปรุงเนื้อหา จากนั้นส่งให้สภารับฟังความคิดเห็นฯ เพื่อลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ส่วนขั้นตอนสุดท้าย คือให้ ประชาชนตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านกระบวนการออกเสียงประชามติ 

มองว่าการเปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ผ่านการเลือกตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการ และประชาชนสามารถให้ความเห็น ตรวจสอบกระบวนการได้ จะเพิ่มความเชื่อมั่น เชื่อใจในกระบวนการที่จะเป็นหัวใจสำคัญต่อการตัดสินใจว่าประชาชนจะเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่  

“ผมได้ประสานไปยังตัวแต่พรรคการเมือง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทยเพื่อนำเสนอหลักการและขอเสียงสนับสนุน ร่วมลงชื่อเพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา ทั้งนี้ต้องใช้สมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อ ประมาณ 140 คน โดยขณะนี้มีสว.ที่ร่วมสนับสนุนร่างแล้ว 10 คน ยอมรับว่าไม่ง่ายที่จะรวบรวมเสียงสมาชิกรัฐสภาได้ แต่ผมมองว่าแม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จะมีข้อแตกต่างกัน แต่ควรได้รับโอกาสให้ได้เข้าไปนำเสนอหลักการในรัฐสภาและในกมธ.ด้วย”

นรเศรษฐ์ กล่าว

ด้าน ‘เทวฤทธิ์’ กล่าวว่า ขณะนี้มีภาคประชาชนเตรียมล่ารายชื่อ 5 หมื่นรายชื่อ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจใช้เวลา ดังนั้นตนขอเรียกร้องให้ ‘โสภณ ซารัมย์’ ประธานรัฐสภารอภาคประชาชน เพื่อลดครหาว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นทาง 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์