สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ นำโดย นันทนา นันทวโรภาส, พรชัย วิทยเลิศพันธุ์, สุนทร พฤกษพิพัฒน์, นรเศรษฐ์ ปรัชญากร, เทวฤทธิ์ มณีฉาย ร่วมแถลงจุดยืนต่อการสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งที่ประชุมรัฐสภาจะพิจารณาในวันที่ 13 -14 กุมภาพันธ์ นี้
สว.นันทนา กล่าวว่า สว.พันธุ์ใหม่ เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกของประชาชนที่เสนอเข้าสู่สภาพ และเห็นด้วยกับการลดอำนาจของ สว.ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้อำนาจแก้รัฐธรรมนูญอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้เราเห็นด้วยกับการทำประชามติ 2 ครั้งคือ 1.หลังจากแก้ไขมาตรา 256 เพื่อให้ประชาชนเห็นด้วยการได้มาซึ่ง ส.ส.ร. และ 2.หลังจากที่ ส.ส.ร.ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วเสร็จ เพื่อประหยัดเวลาและงบประมาณ
“การแก้รัฐธรรมนูญนั้น สว.ตกเป็นจำเลยของสังคม เพราะการแก้ไขได้ต้องใช้เสียง สว. 67 เสียง หาก สว.ไม่โหวตการแก้รัฐธรรมนูญจะไม่เกิดขึ้น และไม่แตกต่างจาก สว. 250 ที่ตั้งจาก คสช. ดังนั้นขอเชิญชวน สว.ที่มีจิตวิญญาณประชาธิปไตยให้โหวตผ่าน เพื่อได้กติกาประชาธิปไตย ได้รัฐธรรมนูญใหม่ ที่มาจากประชาชนและเป็นของประชาชน”
— สว.นันทนา นันทวโรภาส
เมื่อถามว่า มั่นใจว่าที่ประชุมรัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 13- 14 กุมภาพันธ์ได้หรือไม่ สว.นันทนา กล่าวว่า การบรรจุวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการบรรจุโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา หมายความว่าการพิจารณาของ สส. และ สว.ในฐานะสมาชิกรัฐสภาเป็นไปตามระเบียบวิธีปฏิบัติของฝ่ายนิติบัญญัติที่ถูกต้องไม่ผิดปกติ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ที่จะพิจารณา และเป็นการกระทำที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และนิติบัญญัติที่ถูกต้อง ดังนั้นจึงไม่กังวลว่าการกระทำดังกล่าวนั้น จะเป็นเรื่องผิดกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า ได้พิจารณารายละเอียดของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 อย่างไร สว.นันทนา กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีการระบุหรือยืนยันว่าต้องทำประชามติกี่ครั้ง ดังนั้นหากทำประชามติ 3 ครั้ง อาจเป็นการตั้งคำถามซ้อนคำถามหรือไม่ เพราะครั้งแรกถามว่าแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ และครั้งที่สองถามว่าแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นหากทำจะทำให้เสียเวลาในกระบวนการและงบประมาณ
เมื่อถามว่ากังวลต่อการฟ้องร้องหรือไม่ สว.นันทนา กล่าวว่า สังคมไทยมีแต่การฟ้องร้อง ทั้งนี้ หากจะร้องเป็นความรับผิดชอบขององค์กรที่รับเรื่อง ว่าการร้องนั้นชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงต้องใช้ดุลยพินิจเหมาะสม และสอดคล้องหรือไม่

ด้าน สว.พรชัย กล่าวว่าขณะนี้มี สว.บางคนที่มองว่าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 13- 14 กุมภาพันธ์ นี้ อาจไม่ชอบด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งส่วนตัวมองว่าการพิจารณานั้นชอบด้วยกฎหมายทุกประการ เพราะนายวันมูหะมัดนอร์ มะทาประธานรัฐสภา ได้บรรจุเนื้อหาเอง ดังนั้นจึงเป็นความชอบธรรมทางกฎหมาย จึงหวังว่าประเด็นดังกล่าวนั้นจะไม่เป็นข้ออ้างของ สว. เพื่อไม่ให้มีการบันทึกการออกเสียงเป็นมติว่าไม่แก้รัฐธรรมนูญ
ขณะที่ สว.เทวฤทธิ์ กล่าวว่า ขอฝากถึงรัฐบาล 3 เรื่อง 1.ต้องการได้ยินนายกรัฐมนตรีพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สมกับการเป็นนโยบายของรัฐบาล 2.เรียกร้องให้หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลออกมาส่งเสียงสนับสนุน และ 3.ฝากถึง สส.บางพรรคการเมืองที่มีความกังวลอย่างน้อยมาเป็นองค์ประชุม
“อย่างไรก็ตามสำหรับ สว.ครั้งนี้เป็นครั้งแรก หลังจากวุฒิสภาชุดก่อนตีตกร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญ และครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ของ สว. ว่าสุดท้ายจะเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญฉบับคณะรัฐประหารหรือไม่”
— สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย




