ภายหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าให้ ‘มงคล สุระสัจจะ’ เป็นประธานวุฒิสภา ‘พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์' เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง และ ‘บุญส่ง น้อยโสภณ’ เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่สองแล้ว ล่าสุดประธานวุฒิสภาได้นัดประชุมวุฒิสภา นัดที่ 2 ในวันที่ 2 สิงหาคม นี้ โดยมีวาระพิจารณาสำคัญ คือ การแก้ไขข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา เพื่อปรับบางบทบัญญัติให้สอดคล้องกับจำนวน ของ สว. รวมถึงภารกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะจำนวนของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ และ จำนวน กมธ.ในแต่ละคณะ
‘นันทนา นันทวโรภาส’ ในฐานะแกนนำกลุ่ม ‘สว.พันธุ์ใหม่’ ให้สัมภาษณ์ว่า ทางกลุ่มได้หารือเพื่อเตรียมเสนอญัตติแก้ไขข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ในส่วนของ กมธ.สามัญ และ กมธ.ที่จะมีในแต่ละคณะ โดยจากข้อบังคับการประชุมฉบับเดิม จะมีกมธ. จำนวน 26 คณะ และบวกอีก 2 คณะ ส่วนที่จะปรับแก้ไขนั้นจะปรับลดหรือเพิ่มนั้นต้องพิจารณาให้ครอบคลุมเรื่องต่างๆ ที่เป็นประเด็นปัญหา เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด ส่วนการกำหนดสเปคบุคคลที่จะเข้าไปเป็นกมธ.นั้น เป็นรายละเอียดที่ต้องพิจารณาหลังจากที่เรื่องโครงสร้างใหญ่ คือ คณะกมธ. ได้พิจารณาแล้วเสร็จ
“ทางกลุ่มสว.พันธุ์ใหม่ ประชุมกันทุกวัน กว่าจะได้ข้อสรุปเป็นญัตติที่เตรียมไปเสนอและพูดคุยกับกลุ่มอื่นๆ เพื่อขอให้สนับสนุน ทั้งนี้การเสนอญัตติใดๆ นั้นต้องมี สว.รับรองไม่น้อยกว่า 20 คน ซึ่งญัตติของกลุ่มเชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนครบจำนวน”
— นันทนา กล่าว
เมื่อถามว่ามีข้อเสนอต่อการปรับรูปแบบการโหวตประธาน และรองประธานวุฒิสภาให้โปร่งใสแทนการลงคะแนนลับหรือไม่ นันทนา กล่าวว่า เป็นขั้นตอนที่ประชาชนรู้สึกว่า มืดๆ หากสามารถปรับเปลี่ยนได้ จะผลักดันเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และรู้สึกว่าการดำเนินงาน การทำหน้าที่ของสว. โปร่งใส ประชาชนตรวจสอบ ทั้งนี้ในญัตติของกลุ่มในเรื่องแก้ไขข้อบังคับจะพิจารณาอีกครั้งว่าสามารถไปถึงจุดนั้นได้หรือไม่
ขณะที่ ‘อังคณา นีลไพจิตร’ สว. ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า ขณะนี้มีการส่งรายละเอียดการแก้ไขข้อบังคับการประชุมวุฒิสภามายัง สว.บางคน เพื่อขอให้สนับสนุนการแก้ไขลดจำนวนคณะกมธ. จากเดิมที่สว.ชุดที่แล้วมี 26 คณะ จะขอลดลงเหลือ 23 คณะ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อประหยัดงบประมาณ แต่ตนมองว่าหากต้องการประหยัดงบประมาณควรทำส่วนอื่น เช่น ลดงบประมาณการศึกษาดูงานเป็นต้น อย่างไรก็ดีในเนื้อหาของคณะกมธ.ที่ปรับลดนั้นตนยังไม่ได้เห็นรายละเอียด จึงอยากเรียกร้องให้การทำงานร่วมกันของสว. เป็นไปด้วยยความโปร่งใส ใครเสนอร่างแก้ไขอะไร ควรให้เนื้อหามาพิจารณาด้วย
อังคณา กล่าวว่าสำหรับจำนวนคณะกมธ.ไม่ติดใจว่าจะลดหรือเพิ่ม แต่ควรพิจารณาให้เหมาะสม กำหนดคณะกมธ. ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เช่น เดิมมี คณะกมธ.การพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส แต่รัฐธรรมนูญได้แยกที่มาของ สว. เป็นกลุ่มสตรีโดยเฉพาะ เมื่อพิจารณาถึงการตั้งคณะกมธ. ควร ให้กลุ่มสตรี รวมกับกลุ่มเด็ก เยาวชน ผู้มีความหลากหลาย ซึ่งเป็นกลุ่ม Gender ส่วนคนพิการ ผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ ควรเป็นอีกคณะ ขณะที่การตั้งคณะอนุกมธ. หวังว่าคนที่เป็นประธานกมธ.ในชุดนั้นจะใจกว้างให้มีผู้แทนคนพิการ คนชาติพันธุ์ ร่วมเป็นอนุกมธ. เพื่อให้มีคนที่เป็นตัวแทนของกลุ่มต่างๆ เข้ามาทำงาน เพราะต้องยอมรับว่า ตัวแทนคนพิการ คนชาติพันธุ์ไม่ได้รับเลือกให้เป็นสว.
อังคณา กล่าวด้วยว่า การเริ่มทำงานในกมธ. ต้องรอแก้ไขข้อบังคับการประชุมม ซึ่งต้องใช้เวลา 30- 60 วัน ทั้งนี้ตนมองว่ามีอีกทาง คือ เมื่อเสนอญัตติแล้วให้มีการอภิปรายเต็มสภา เพื่อเสนอความเห็นและหามติร่วมกัน แต่ทั้งนีต้องพิจารณาว่า จะเป็นไปในรูปแบบใด เมื่อถามว่าขณะนี้มีกระแสถึงการจองโควตาประธานกมธ.ไว้แล้ว นางอังคณา กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบว่าใครนั่ง กมธ.ใดบ้าง เหมาะสมหรือตรงประสบการณ์หรือไม่ อย่างไรก็ดีมองว่าคนที่เป็นประธานกมธ.ต้องมีไดเร็คชั่นชัดเจนว่าจะทำงานไปในทิศทางไหน ดังนั้นนอกจากการเลือกมธ.ตามความสนใจแล้ว ควรพิจารณาในประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถในการทำงานด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ร่างแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาปี 2562 ที่มีการเสนอแก้ไขปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจของสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ 200 คน ที่ ‘สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม’ สว. ยกร่างขึ้น มีการแก้ไข 4 ประเด็นหลัก คือการแก้ไขจำนวนองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวุฒิสภา , แก้ไขอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรธิการให้สอดคล้องกับการสิ้นสุดด้านการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ , แก้ไขเพิ่มเติมจำนวนและอำนาจหน้าที่ของกรรธิการวิสามัญประจำวุฒิสภา และแก้ไขจำนวนคณะอนุกรรมาธิการ สามัญและวิสามัญประจำวุฒิสภา
โดยเนื้อหาสาระกำหนดให้กรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภามีจำนวน 23 คณะ แต่ละคณะประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวนไม่น้อยกว่า 9 คน แต่ไม่เกิน 17 คน โดยกรรมาธิการประกอบด้วย
1\. คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์
2\. คณะกรรมาธิการการคมนาคม
3\. คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจการเงินการคลังและรัฐวิสาหกิจ
4\. คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ
5\. คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ
6\. คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬา
7\. คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น
8\. คณะกรรมาธิการการบริหารราชการแผ่นดิน
9\. คณะกรรมาธิการการพลังงาน
10\. คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน
11\. คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส
12.คณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและการตำรวจ
13\. คณะกรรมาธิการการแรงงาน
14\. คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม
15\. คณะกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสารและการโทรคมนาคม
16.คณะกรรมาธิการการศาสนาคุณธรรมจริยธรรมศิลปะและวัฒนธรรม
17\. คณะกรรมาธิการการศึกษา
18\. คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข
19\. คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญและติดตามการบริหารงบประมาณ
20\. คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
21\. คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบและเสริมสร้างธรรมาภิบาล
22\. คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม
23\. คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
โดยกรรมาธิการลดลงจากวุฒิสภาชุดก่อน 3 คณะ ซึ่งไม่มีคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งขณะนี้นำไปเป็นคณะคณะกรรมธิการวิสามัญแทน , และนำคณะกรรมธิการการกีฬาและการท่องเที่ยวมารวมกันเป็นคณะเดียวกัน รวมถึงนำคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณไปรวมกับคณะ กรรมาธิการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ให้มีการประสานงานกับคณะกรรมการ สามัญประจำวุฒิสภาทุกคณะและสมาชิกวุฒิสภาเกี่ยวกับการพิจารณารายชื่อสมาชิกหรือบุคคลใดที่จะเลือกเป็นกรรมาธิการสามัญหรือกรรมาธิการวิสามัญตามข้อบังคับ โดยคณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญอาจตั้งคณะอนุกรรมกรรมาธิการได้ไม่เกินคณะละ 3 คณะ คณะละไม่เกิน 12 คน เพื่อพิจารณาปัญหาอันอยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการตามแต่จะมอบหมาย โดยให้ยกเลิกหมวด 10 ภารกิจด้านการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ
พร้อมกันนี้ให้วุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำขึ้น 1 คณะ จำนวนไม่น้อยกว่า 25 คน ในจำนวนนี้ให้ประกอบด้วยบุคคลที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด โดยมีอำนาจและหน้าที่กระทำ กิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงศึกษาแนวทางการเสริมสร้างโอกาส สิทธิความสามารถการเข้าถึงทรัพยากรความเท่าเทียมการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมการเข้าถึงบริการสวัสดิการของประชาชนและชุมชนเพื่อบูรณาการในการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมทั้งติดตามการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในทางปฏิบัติอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
และให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 1 คณะ มีจำนวนไม่น้อยกว่า 25 คนในจำนวนนี้ประกอบด้วยบุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกวุฒิสภาไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด มีอำนาจและหน้าที่ศึกษาและวิเคราะห์บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผลการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ประเด็นและแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ




