เนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะ ‘ครูใหญ่’ พรรคภูมิใจไทย เปิดใจถึงมุมมองสถานการณ์การเมืองรวมไปถึงช่วงหลังการเลือกตั้งในปี 2566 โดยย้ำว่า การเมืองไทย ไม่มีมิตรแท้ ไม่มีศัตรูถาวร ส่วนสิ่งที่สำคัญที่สุด คือการตัดสินของประชาชน ณ วันลงคะแนนเลือกตั้ง ที่จะเป็นตัวบังคับให้นักการเมืองและพรรคการเมืองรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร พร้อมวอนให้เลิกคิดถึงเรื่องแบ่งสี-แบ่งขั้วทางการเมือง เพราะจะทำให้บ้านเมืองไปไหนไม่ได้
“ส่วนหนึ่งที่บุรีรัมย์มาถึงวันนี้ แล้วพัฒนาแบบก้าวกระโดด ใน 10 ปี เติบโตกว่าจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย เพราะเราไม่มีขั้ว นโยบายที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน จะเป็นสิ่งที่ทำให้พรรคการเมืองต้องตัดสินใจ ถ้าคุณทำในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน และส่วนรวม ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เราก็คงจะร่วมด้วยไม่ได้ แต่ถ้านโยบาย วิธีคิดมันนำไปสู่ประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนส่วนรวมมาก่อนส่วนตัว ทุกอย่างมันไปได้หมด” เนวิน กล่าว
ส่วนความสัมพันธ์กับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เนวิน บอกว่า ถือเป็นเรื่องในอดีต พร้อมตั้งคำถามว่า ณ วันนี้ พรรคเพื่อไทยเป็นของใคร และใครเป็นผู้บริหาร-ขับเคลื่อน หรือกำหนดนโยบาย
“ถ้าหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรคในปัจจุบัน เป็นผู้บริหารทั้งหมดนี่นะ แล้วมันมีความขัดแย้งอะไรกับคุณอนุทิน เขาล่ะ ผมก็ไม่เห็นว่ามีความขัดแย้ง แม้กระทั่งตัวท่านนายกฯ ทักษิณ เองนี่นะ ในอดีตกับคุณอนุทิน เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน อย่าเอาตัวผมมาเป็นที่ตั้งสิ ผมไม่ได้เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย นะ ผมแค่ครูใหญ่ ผมเป็นแค่ลุงเนวิน” เนวิน กล่าว
เนวิน อ้างว่า ตนเองเป็นเพียงสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่ผู้บริหาร หรือแกนนำพรรค พร้อมระบุ “คนที่อยู่ในพรรคภูมิใจไทยวันนี้ กับคนที่อยู่ในพรรคเพื่อไทยวันนี้ คนที่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ คนที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐในวันนี้ ไม่เห็นมีใครมีความขัดแย้งกัน ทำไมพวกคุณจะรวมกันไม่ได้ล่ะ”
ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ยังเน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามนโยบายที่พรรคการเมืองได้ประกาศไว้ ตามความต้องการของประชาชน ไม่เช่นนั้น จะถือว่าเป็นการตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
“เวลาคุณตั้งพรรค คุณประกาศนโยบายโน่น นั่น นี่ โอ้โหปรัชญาพรรค อุดมการณ์พรรค คุณพูดถึงแต่ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน แต่ถ้าเลือกตั้งเสร็จแล้วนี่นะ ไอ้เรื่องที่มันเป็นประโยชน์ และเป็นความต้องการของประเทศชาติและประชาชน พวกคุณไม่ทำ แล้วพวกคุณจะมาตั้งพรรค และจะมาเล่นการเมืองกันทำไม อย่างนั้น ก็แสดงว่าพรรคของคุณตั้งขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของพวกคุณ ไม่ได้ประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ใช่ไหม” เนวิน กล่าว
“ส่วนหนึ่งที่บุรีรัมย์มาถึงวันนี้ แล้วพัฒนาแบบก้าวกระโดด ใน 10 ปี เติบโตกว่าจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย เพราะเราไม่มีขั้ว นโยบายที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน จะเป็นสิ่งที่ทำให้พรรคการเมืองต้องตัดสินใจ ถ้าคุณทำในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน และส่วนรวม ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เราก็คงจะร่วมด้วยไม่ได้ แต่ถ้านโยบาย วิธีคิดมันนำไปสู่ประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนส่วนรวมมาก่อนส่วนตัว ทุกอย่างมันไปได้หมด” เนวิน กล่าว
ส่วนความสัมพันธ์กับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เนวิน บอกว่า ถือเป็นเรื่องในอดีต พร้อมตั้งคำถามว่า ณ วันนี้ พรรคเพื่อไทยเป็นของใคร และใครเป็นผู้บริหาร-ขับเคลื่อน หรือกำหนดนโยบาย
“ถ้าหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค แกนนำพรรคในปัจจุบัน เป็นผู้บริหารทั้งหมดนี่นะ แล้วมันมีความขัดแย้งอะไรกับคุณอนุทิน เขาล่ะ ผมก็ไม่เห็นว่ามีความขัดแย้ง แม้กระทั่งตัวท่านนายกฯ ทักษิณ เองนี่นะ ในอดีตกับคุณอนุทิน เขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน อย่าเอาตัวผมมาเป็นที่ตั้งสิ ผมไม่ได้เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย นะ ผมแค่ครูใหญ่ ผมเป็นแค่ลุงเนวิน” เนวิน กล่าว
เนวิน อ้างว่า ตนเองเป็นเพียงสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่ผู้บริหาร หรือแกนนำพรรค พร้อมระบุ “คนที่อยู่ในพรรคภูมิใจไทยวันนี้ กับคนที่อยู่ในพรรคเพื่อไทยวันนี้ คนที่อยู่ในพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ คนที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐในวันนี้ ไม่เห็นมีใครมีความขัดแย้งกัน ทำไมพวกคุณจะรวมกันไม่ได้ล่ะ”
ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ยังเน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามนโยบายที่พรรคการเมืองได้ประกาศไว้ ตามความต้องการของประชาชน ไม่เช่นนั้น จะถือว่าเป็นการตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
“เวลาคุณตั้งพรรค คุณประกาศนโยบายโน่น นั่น นี่ โอ้โหปรัชญาพรรค อุดมการณ์พรรค คุณพูดถึงแต่ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน แต่ถ้าเลือกตั้งเสร็จแล้วนี่นะ ไอ้เรื่องที่มันเป็นประโยชน์ และเป็นความต้องการของประเทศชาติและประชาชน พวกคุณไม่ทำ แล้วพวกคุณจะมาตั้งพรรค และจะมาเล่นการเมืองกันทำไม อย่างนั้น ก็แสดงว่าพรรคของคุณตั้งขึ้นมาเพื่อประโยชน์ของพวกคุณ ไม่ได้ประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน ใช่ไหม” เนวิน กล่าว



