เนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงการผลักดัน อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยยกเหตุผลด้านความพร้อม ได้แก่ 1.การศึกษา 2.ฐานะ 3.ประสบการณ์ชีวิตในการทำธุรกิจ ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและเรียนรู้มาหมด รวมทั้งการอยู่มาในทุกบริบท จึงทำให้ อนุทิน ในวันนี้ กับเมื่อปี 2562 เป็นคนละคนกันแล้ว
“ผมว่าเขามีความพร้อม ในการที่จะรับผิดชอบ ส่วนรวม ทำเพื่อส่วนรวมมากกว่าเดิม และเขาเข้าใจความรู้สึกของคนไทยในทุกระดับ มากกว่าเดิม อนุทิน เมื่อปี 61 อาจจะเข้าใจบริบทของคนจน คนรากหญ้า คนชนบท คนต่างจังหวัดเกือบไม่เข้าใจเลย เพราะความที่เป็นเจ้าของซิโนไทย ในอดีต แต่มาวันนี้บนบริบทที่ทำหน้าที่เป็น รัฐมนตรีสาธารณสุข ได้ลงมาเห็นปัญหาความทุกข์ยาก เศรษฐกิจ โควิด อะไรทั้งหลายแหล่ รวมไปถึงประสบการณ์ในชีวิตเขา ผมว่าเขาพร้อมแล้ว” เนวิน ระบุ
ส่วนพรรคภูมิใจไทย จะเป็นพรรคขนาดใหญ่และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ เนวิน ย้ำว่า อยู่ที่ประชาชน พร้อมมองระยะเวลา 3 ปีของ อนุทิน ในการเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พาลูกพรรคผ่านบทพิสูจน์ เป็นพรรคการเมืองที่ “พูดแล้วทำ” และชี้ว่า หากนักการเมือง พรรคการเมือง พูดเก่งแต่ไม่ทำ ดีแต่พูด บ้านเมืองไปไหนไม่ได้
“ผมว่าเขามีความพร้อม ในการที่จะรับผิดชอบ ส่วนรวม ทำเพื่อส่วนรวมมากกว่าเดิม และเขาเข้าใจความรู้สึกของคนไทยในทุกระดับ มากกว่าเดิม อนุทิน เมื่อปี 61 อาจจะเข้าใจบริบทของคนจน คนรากหญ้า คนชนบท คนต่างจังหวัดเกือบไม่เข้าใจเลย เพราะความที่เป็นเจ้าของซิโนไทย ในอดีต แต่มาวันนี้บนบริบทที่ทำหน้าที่เป็น รัฐมนตรีสาธารณสุข ได้ลงมาเห็นปัญหาความทุกข์ยาก เศรษฐกิจ โควิด อะไรทั้งหลายแหล่ รวมไปถึงประสบการณ์ในชีวิตเขา ผมว่าเขาพร้อมแล้ว” เนวิน ระบุ
ส่วนพรรคภูมิใจไทย จะเป็นพรรคขนาดใหญ่และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ เนวิน ย้ำว่า อยู่ที่ประชาชน พร้อมมองระยะเวลา 3 ปีของ อนุทิน ในการเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พาลูกพรรคผ่านบทพิสูจน์ เป็นพรรคการเมืองที่ “พูดแล้วทำ” และชี้ว่า หากนักการเมือง พรรคการเมือง พูดเก่งแต่ไม่ทำ ดีแต่พูด บ้านเมืองไปไหนไม่ได้




