‘นิด้าโพล’ สอนมวย “ขุนคลัง” ตัดสิทธิ์บัตรคนจน สะเทือนฐานเสียงสีน้ำเงิน

27 ก.ค. 2569 - 19:00

  • รายการ Deep SPACE ลึกกว่าที่รู้ วิเคราะห์ประเด็นการเมือง ชี้ผลสำรวจนิด้าโพล “คนจนมีสิทธิ์ไหมครับ” เป็นการสอนมวย “ขุนคลัง” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

  • กรณีการตัดสิทธิ์บัตรคนจน ที่มีผู้ลงทะเบียนมากกว่าครึ่ง ร้อยละ 51.73 ไม่ได้รับสิทธิ์ ก่อแรงกระเพื่อมต่อฐานเสียงพรรคภูมิใจไทย

‘นิด้าโพล’ สอนมวย “ขุนคลัง” ตัดสิทธิ์บัตรคนจน สะเทือนฐานเสียงสีน้ำเงิน

นิด้าโพลสอนมวย “ขุนคลัง” ตัดสิทธิ์บัตรคนจน สะเทือนฐานเสียงสีน้ำเงิน

รายการ Deep SPACE ลึกกว่าที่รู้ ชวนวิเคราะห์ประเด็นร้อนการตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชี้ผลสำรวจนิด้าโพล “คนจนมีสิทธิ์ไหมครับ” เป็นการสอนมวย “ขุนคลัง” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อการตัดสิทธิบัตรคนจนก่อแรงกระเพื่อมต่อฐานเสียงพรรคภูมิใจไทย (พรรคสีน้ำเงิน) ที่ผู้ลงทะเบียนมากกว่าครึ่ง ร้อยละ 51.73 ไม่ได้รับสิทธิ์

ผู้ดำเนินรายการได้หยิบยกกรณีผลสำรวจของนิด้าโพลเรื่อง “คนจนมีสิทธิไหมครับ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2569 จากประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือนทั่วประเทศมาเป็นประเด็นวิเคราะห์พูดคุย หลังจากรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ออกมาระบุถึงผลโพลดังกล่าวว่า “ยินดีที่ประชาชนส่วนใหญ่สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเฉพาะในมิติของการสร้างความเชื่อมั่นและเสียงสนับสนุนให้กับรัฐบาล”

โดยผู้ดำเนินรายการ Deep SPACE ได้อ้างถึงบทสัมภาษณ์ ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) ที่จำแนกกลุ่มตัวอย่างออกเป็นกลุ่มต่างๆ สะท้อนเสียงความเดือดร้อนของประชาชนและแรงกระเพื่อมต่อฐานเสียงพรรคภูมิใจไทย ท่ามกลางเสียงวิจารณ์เรื่องเกณฑ์คัดกรอง

ข้อมูลจากผลสำรวจจำแนกกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.     ผู้ที่ได้รับสิทธิร้อยละ 23.62

2.     ผู้ที่ลงทะเบียนแต่ไม่ได้รับสิทธิร้อยละ 51.73

3.     ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมลงทะเบียนร้อยละ 24.65

ในกลุ่มผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผลสำรวจพบว่าโครงการนี้มีส่วนต่อการตัดสินใจทางการเมือง โดยร้อยละ 32.49 ของกลุ่มนี้ระบุว่าการได้รับสิทธิมีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาลเพิ่มขึ้น ขณะที่อีกร้อยละ 19.00 ระบุว่า ให้การสนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ไม่ว่าจะได้รับสิทธิหรือไม่ก็ตาม

สำหรับกลุ่มผู้ที่ลงทะเบียนแต่ไม่ได้รับสิทธิ ผลสำรวจสะท้อนถึงความเข้าใจต่อเกณฑ์การตัดสินของภาครัฐ โดยร้อยละ 43.26 ของคนกลุ่มนี้ระบุว่าไม่มีความรู้สึกโกรธที่ไม่ได้รับสิทธิ เนื่องจากมีความเข้าใจในเงื่อนไขและคุณสมบัติของตนเอง

ส่วนกลุ่มผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมลงทะเบียนนั้น ร้อยละ 50.66 ระบุเหตุผลว่าคิดว่าตนเองไม่มีสิทธิได้รับตั้งแต่ต้นจึงไม่ได้ลงทะเบียนในโครงการ

เสียงสะท้อนและผลกระทบทางการเมือง

ผอ.นิด้าโพล ระบุว่า การที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สะท้อนข้อมูลจากผลสำรวจครั้งนี้ว่านโยบายสวัสดิการแห่งรัฐเป็นกลไกในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและเป็นปัจจัยที่ช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจนั้น เป็นการมองในมิติเดียว โดยหากพิจารณาลงลึกในแต่ละกลุ่ม จะพบว่าผลสำรวจครั้งนี้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญถึงสถานการณ์การเมือง

โดยเฉพาะแรงกระเพื่อมต่อพรรคภูมิใจไทย (พรรคสีน้ำเงิน) เนื่องจากพื้นที่ฐานรากและกลุ่มผู้มีรายได้น้อยคือหัวใจสำคัญ การหลุดสิทธิ์นับล้านคนจึงสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลต้องเร่งทบทวนและแก้ไขเกณฑ์อย่างเร่งด่วนปัญหาการใช้ฐานข้อมูล (Big Data) เช่น การถือครองรถยนต์เก่า หรือชื่อซ้ำซ้อนในระบบ ทำให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางเสียสิทธิ์ คนจนจริงจำนวนมากหลุดสิทธิ์

“ผู้ลงทะเบียนที่ถูกตัดออกเกือบ 6 ล้านคน จากจำนวนผู้ถูกตัดสิทธิ์ทั้งหมด 9.3 ล้านคน ถือเป็นฐานเสียงสำคัญในระดับรากหญ้าของพรรคสีน้ำเงิน”

ติดตามรายการ Deep SPACE ได้ทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 13.00-14.00 น. พร้อมข้อมูลใหม่ ทุกแวดวงข่าวสารรอบตัว ลึกกว่าที่รู้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์