ศูนย์สำรวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง ‘การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 4/2565’ โดยเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า
อันดับ 1 ร้อยละ 34.00 ระบุว่าเป็น แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคสามารถทำได้จริง ต้องการเปิดโอกาส ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบผลงานในอดีตของตระกูลชินวัตร
อันดับ 2 ร้อยละ 14.05 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ขณะที่บางส่วนระบุว่า จะได้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง
อันดับ 3 ร้อยละ 13.25 ระบุว่าเป็น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ มีวิสัยทัศน์และแนวคิดแบบคนรุ่นใหม่ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล
อันดับ 4 ร้อยละ 8.25 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
อันดับ 5 ร้อยละ 6.45 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะชื่นชอบนโยบายของพรรค มีประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ต้องการ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ
อันดับ 6 ร้อยละ 6.00 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง มีความซื่อสัตย์สุจริต และชื่นชอบวิธีการทำงาน
อันดับ 7 ร้อยละ 5.00 ระบุว่าเป็น อนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะชื่นชอบนโยบายพรรคภูมิใจไทย และชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา
อันดับ 8 ร้อยละ 2.65 ระบุว่าเป็น กรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) เพราะมีความรู้ความสามารถ และมีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ
อันดับ 9 ร้อยละ 2.60 ระบุว่าเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) เพราะชื่นชอบพรรคเพื่อไทย เป็นคนพูดจริงทำจริง และชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา
อันดับ 10 ร้อยละ 2.30 ระบุว่าเป็น จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ ชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา และมีประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ
อับดับ 11 ร้อยละ 1.10 ระบุว่าเป็น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (พรรคสร้างอนาคตไทย) เพราะมีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ ด้านเศรษฐกิจ และมีประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ
ร้อยละ 4.35 อื่นๆ ได้แก่ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ), วันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ), กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา), มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคพลังประชารัฐ), มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์), เศรษฐา ทวีสิน, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี), เทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนากล้า), ชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์), อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์), พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ), ปวีณา หงสกุล, อานันท์ ปันยารชุน, ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์, ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ และไม่ตอบ/ไม่สนใจ
เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 3/65 เดือนกันยายน 2565 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย), พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย), ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (พรรคสร้างอนาคตไทย) และยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ มีสัดส่วนลดลง
ในขณะผู้ที่ระบุว่า แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย), พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ), พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล), อนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย), กรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า), นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย), และ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า
อันดับ 1 ร้อยละ 42.95 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
อันดับ 2 ร้อยละ 16.60 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
อันดับ 3 ร้อยละ 8.30 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย
อันดับ 4 ร้อยละ 6.95 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
อันดับ 5 ร้อยละ 5.35 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
อันดับ 6 ร้อยละ 5.25 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
อันดับ 7 ร้อยละ 4.00 ระบุว่าเป็นพรรคพลังประชารัฐ
อันดับ 8 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย
อันดับ 9 ร้อยละ 3.25 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
อันดับ 10 ร้อยละ 1.35 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า
และร้อยละ 2.60 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคกล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคประชาชาติ พรรคไทยศรีวิไลย์ และไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 3/65 เดือนกันยายน 2565 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ และไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย มีสัดส่วนลดลง ในขณะผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคภูมิใจไทย, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคไทยสร้างไทย และพรรคชาติพัฒนากล้า มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
อันดับ 1 ร้อยละ 34.00 ระบุว่าเป็น แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะชื่นชอบพรรคเพื่อไทย นโยบายของพรรคสามารถทำได้จริง ต้องการเปิดโอกาส ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบผลงานในอดีตของตระกูลชินวัตร
อันดับ 2 ร้อยละ 14.05 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ขณะที่บางส่วนระบุว่า จะได้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง
อันดับ 3 ร้อยละ 13.25 ระบุว่าเป็น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะต้องการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ มีวิสัยทัศน์และแนวคิดแบบคนรุ่นใหม่ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล
อันดับ 4 ร้อยละ 8.25 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
อันดับ 5 ร้อยละ 6.45 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะชื่นชอบนโยบายของพรรค มีประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ต้องการ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเข้ามาบริหารประเทศ
อันดับ 6 ร้อยละ 6.00 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง มีความซื่อสัตย์สุจริต และชื่นชอบวิธีการทำงาน
อันดับ 7 ร้อยละ 5.00 ระบุว่าเป็น อนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย) เพราะชื่นชอบนโยบายพรรคภูมิใจไทย และชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา
อันดับ 8 ร้อยละ 2.65 ระบุว่าเป็น กรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า) เพราะมีความรู้ความสามารถ และมีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ
อันดับ 9 ร้อยละ 2.60 ระบุว่าเป็น นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย) เพราะชื่นชอบพรรคเพื่อไทย เป็นคนพูดจริงทำจริง และชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา
อันดับ 10 ร้อยละ 2.30 ระบุว่าเป็น จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะชื่นชอบพรรคประชาธิปัตย์ ชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา และมีประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ
อับดับ 11 ร้อยละ 1.10 ระบุว่าเป็น ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (พรรคสร้างอนาคตไทย) เพราะมีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ ด้านเศรษฐกิจ และมีประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ
ร้อยละ 4.35 อื่นๆ ได้แก่ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พรรคพลังประชารัฐ), วันมูหะมัดนอร์ มะทา (พรรคประชาชาติ), กัญจนา ศิลปอาชา (พรรคชาติไทยพัฒนา), มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ (พรรคพลังประชารัฐ), มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พรรคไทยศรีวิไลย์), เศรษฐา ทวีสิน, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี), เทวัญ ลิปตพัลลภ (พรรคชาติพัฒนากล้า), ชวน หลีกภัย (พรรคประชาธิปัตย์), อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์), พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ), ปวีณา หงสกุล, อานันท์ ปันยารชุน, ดร.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์, ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ และไม่ตอบ/ไม่สนใจ
เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 3/65 เดือนกันยายน 2565 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย), พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย), ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ (พรรคสร้างอนาคตไทย) และยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ มีสัดส่วนลดลง
ในขณะผู้ที่ระบุว่า แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย), พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ), พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล), อนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย), กรณ์ จาติกวณิช (พรรคชาติพัฒนากล้า), นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว (พรรคเพื่อไทย), และ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ (พรรคประชาธิปัตย์) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
สำหรับพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า
อันดับ 1 ร้อยละ 42.95 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย
อันดับ 2 ร้อยละ 16.60 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
อันดับ 3 ร้อยละ 8.30 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย
อันดับ 4 ร้อยละ 6.95 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
อันดับ 5 ร้อยละ 5.35 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
อันดับ 6 ร้อยละ 5.25 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
อันดับ 7 ร้อยละ 4.00 ระบุว่าเป็นพรรคพลังประชารัฐ
อันดับ 8 ร้อยละ 3.40 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย
อันดับ 9 ร้อยละ 3.25 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
อันดับ 10 ร้อยละ 1.35 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า
และร้อยละ 2.60 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ พรรคสร้างอนาคตไทย พรรคกล้า พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคไทยภักดี พรรคประชาชาติ พรรคไทยศรีวิไลย์ และไม่ตอบ/ไม่สนใจ
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 3/65 เดือนกันยายน 2565 พบว่า ผู้ที่ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์, พรรคพลังประชารัฐ และไม่สนับสนุนพรรคการเมืองใดเลย มีสัดส่วนลดลง ในขณะผู้ที่ระบุว่า พรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคภูมิใจไทย, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคไทยสร้างไทย และพรรคชาติพัฒนากล้า มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น



