‘นิกร’ สอน ‘เท้ง’ อย่าล่มเรือแก้ รธน. เป็นกัปตันที่ดีต้องดูแลลูกน้อง

22 มิ.ย. 2569 - 13:07

  •  ชี้ เลือกตั้ง ‘สสร.’ เสี่ยงขัด รธน.-ถูกร้องจริยธรรม มองรัฐสภาชะลอแก้ รธน. เพื่อรอร่างภาค ปชช. ส่อขยับได้ รธน.ใหม่ เกินปี 72

‘นิกร’ สอน ‘เท้ง’ อย่าล่มเรือแก้ รธน. เป็นกัปตันที่ดีต้องดูแลลูกน้อง

นิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน  ระบุถึงแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่สามารถให้มีคูหาเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้ เพราะมีผลหารือจากตัวแทนของ 2  คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า กรณีดังกล่าวเป็นความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกผันกับทุกองค์กร   

ดังนั้น สิ่งที่ตนเองให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านั้นไม่ได้บิดเบือน ความเป็นนักการเมืองที่เดินนำประชาชนไปทางใดต้องรับผิดชอบ การยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือพิจารณาเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ถือเป็นความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมือง และการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ที่หากผิดพลาดจะมีความสุ่มเสี่ยงอย่างไรก็ดี ในวันพรุ่งนี้ ( 23 มิ.ย.) เวลา 11.00 น. ฝ่ายกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย จะหารือต่อประเด็นดังกล่าว เพื่อพิจารณาว่าจะปรับปรุงร่างแก้รัฐธรรมนูญที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าจะยืนตามเดิม เพราะเนื้อหาที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่ประชาชนหวังได้ 

“ผมมองว่าหัวหน้าพรรคประชาชนมีปัญหาเสมอ ทั้งการทำเอ็มโอเอ และยกร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 รอบที่แล้วที่เกือบแล้วเสร็จ แต่กลับบอกเองว่าไม่ยอมรับทำให้คว่ำร่างแก้ไข จนนำไปสู่การยุบสภา ทำให้เรือจมไปอีกลำ เท่ากับตัดความหวังประชาชน การเป็นผู้นำฝ่ายค้าน คือเป็นกัปตันเรือลำใหญ่ ระวังการพาเรือที่บรรทุกความหวังของประชาชน ทั้งที่ความสุ่มเสี่ยงและระวังลูกเรือตัวเองด้วย เพราะ ที่บอกว่าเลือกตั้งได้ 100% ยังมีปัญหาสุ่มเสี่ยงผิดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาต้องปฏิญาณตนเองถือเป็นข้อผูกมัดที่ต้องทำให้ถูกต้อง นี่คือความรับผิดชอบของกัปตันเรือที่ดีที่ต้องดูแลทั้งผู้โดยสารและลูกเรือของตัวเอง เพราะหากสุ่มเสี่ยงทำไปจะถูกร้อง แล้วจะรับผิดชอบไหวหรือไม่” นิกร กล่าว 

เมื่อถามถึงการชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภา เพื่อรอร่างแก้ไขของภาคประชาชนที่อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อ นิกร กล่าวว่า อยู่ที่กรรมการประสานงานรัฐสภาหารือร่วมกัน  อย่างไรก็ดี ทราบว่ามีการพูดคุยกันว่าจะรอร่างแก้รัฐธรรมนูญของประชาชน 

แต่ในมุมของตนเองมองว่า หากรอจะทำให้ต้องใช้เวลาได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพิ่มมากขึ้น เพราะจากที่ตั้งใจพิจารณาวาระแรก วันที่ 7-8 ก.ค.นี้ หากรอฉบับประชาชน จะทำให้ต้องรอเข้ารัฐสภาสมัยประชุมหน้า เพราะกระบวนการของภาคประชาชนเมื่อยื่นต่อรัฐสภาแล้วต้องตรวจสอบรายชื่อ 30 วัน และต้องนำไปรับฟังความเห็นประมาณ 45 วัน ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้ 

“หากจะรอ ต้องรับกันให้ได้ ว่าจะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช้าไปอีกสมัยประชุม และจะทำให้เวลาทำรัฐธรรมนูญ จากเดิมที่คำนวณแล้วจะได้ในปลายปี 2572 ต้องขยับไปอีก อย่างน้อย 6 เดือน จากนั้นทำกฎหมายลูกอีก 8 เดือน แต่หากช้าไปอีก อย่าโทษใส่รัฐบาล ขณะนี้ทราบว่ามีการดึงร่างออกไปเพื่อปรับแก้ไขใหม่ อย่างรอบที่แล้วเสียเวลาไป 3 ปี ฟาล์ว 2-3 ครั้ง ทั้งที่พยายามทำให้เสร็จในรัฐบาลของเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ แต่ไม่มีใครรับผิดชอบ เมื่อทำไม่ได้อย่ามาโทษรัฐบาลเพราะไม่แฟร์ อย่าเห็นการเมืองเป็นหลัก ซึ่งเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ควรนำมาเล่นการเมือง ประชาชนที่ออกเสียงประชามติ 21 ล้านเสียง คาดหวังกับรัฐสภา หากจะทำให้ถึงเป้าหมายอย่าเล่นการเมือง และอย่าทำให้ประชาชนฝันค้าง” นิกร กล่าว 

ส่วนมองว่าเรื่องที่เห็นแย้งกัน จะมีผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกหรือไม่ นิกร กล่าวว่า คิดว่ามีแน่นอน แต่รอบนี้จะมีการยื่นผิดจริยธรรมด้วย ดังนั้น การทำเรื่องดังกล่าวอย่าลืมบางอย่างแล้ววิ่งใส่กำแพง เพราะจะทำให้ประชาชนที่ตามหลังชนกำแพงไปด้วย อย่าคิดว่าติดตรงไหนไม่สนใจ การทำหน้าที่ต้องมีความรับผิดชอบกับความคาดหวัง ต้องทำให้เสำเร็จไม่ใช่ขอแค่ได้ทำ 

“เรื่องนี้เราจะยืนในสิ่งที่ทำได้ไม่ขัด และต้องพิจารณาบนนิติรัฐด้วย ต้องนำเรือไปในที่ที่ปลอดภัยไม่ใช่ชนจนล่ม หากจะเอาแบบนั้นก็เอาของพรรคใครพรรคมันไปเลย เมื่อเสียงครบแล้วก็ยื่นแล้วไปว่ากันในรัฐสภา  ไม่ใช่เอาขาไปขัดลูกของคนอื่นตามความเชื่อของตนเอง หากเขียนเลือก สสร.โดยตรง เป็นความสุ่มเสี่ยงมีปัญหา ก็ไม่เอา จากนี้ก็ทางใครทางมัน เป้าหมายอยู่ที่รัฐธรรมนูญ  ไม่ใช่ล้มคนที่อยู่ข้างๆ“ นิกร กล่าว  

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์