‘นิกร จำนงค์’ สส. บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ในฐานะอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... แถลงถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวยืนยันว่า การปรับปรุงแก้ไขถ้อยคำในชั้นกรรมาธิการและวุฒิสภา ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงหลักการสำคัญที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการไว้ในวาระที่หนึ่งแต่อย่างใด เพราะร่างกฎหมายฉบับนี้ยังคงยึดตามหลักการเดิมของร่างที่ 'อนุทิน ชาญวีรกูล' และคณะเป็นผู้เสนออย่างเคร่งครัด
โดยขอบเขตของการพ้นผิดและพ้นจากความรับผิดตามกฎหมาย จะไม่รวมถึงการกระทำความผิดใน 3 กรณีสำคัญ ได้แก่
- การกระทำความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
- การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
- การกระทำความผิดที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ความผิดต่อส่วนตัว หรือความผิดที่ต้องรับผิดต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะรายที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ ซึ่งแนวทางนี้สอดคล้องกับอีก 2 ร่างที่สภารับไว้พิจารณาก่อนหน้านี้
สำหรับประเด็นที่มีการแก้ไขในชั้นวุฒิสภา เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเพื่อให้กฎหมายมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น การตัดคำว่า 'รัฐวิสาหกิจ' ออก เนื่องจากตามข้อกฎหมาย รัฐวิสาหกิจถูกจัดเป็นหน่วยงานของรัฐอยู่แล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อการบังคับใช้ ยกตัวอย่างเช่น กรณีของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ที่มีการบังคับคดีทางแพ่งและชำระค่าเสียหายเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณ 5 ล้านบาท เงินส่วนนี้ถือว่ากระบวนการจบลงอย่างสมบูรณ์ รัฐไม่มีความผูกพันต้องชำระคืน ส่วนภาระผูกพันหรือการบังคับคดีที่ยังคงค้างอยู่หลังจากนี้ ให้ถือว่าเป็นอันยุติลงตามร่างมาตรา 9 วรรคสอง นอกจากนี้ยังมีการเติมคำว่า 'สังคม' เข้าไปในชื่อร่างกฎหมายเพื่อความถูกต้องยิ่งขึ้น
ส่วนกรณีบัญชีท้ายร่าง พ.ศ. นิกร ชี้แจงว่า ไม่ได้มีการแก้ไขสาระสำคัญของกฎหมาย แต่เป็นการจัดเรียงลำดับใหม่ตามลำดับศักดิ์ของกฎหมาย เพื่อความถูกต้องตามหลักนิติศาสตร์และความเรียบร้อยในกระบวนการนิติบัญญัติ ขณะที่ประเด็นกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. การได้มาซึ่ง สว. และกฎหมาย กกต. นั้น มีการระบุเงื่อนไขอย่างชัดเจนว่า ความผิดที่จะได้รับการพ้นผิด ต้องไม่ใช่ความผิดที่เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งโดยทุจริต การเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม หรือการแจ้งคุณสมบัติอันเป็นเท็จ
หากวุฒิสภาส่งร่างกฎหมายดังกล่าวกลับมาทันภายในสัปดาห์นี้ ตนจะเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมวิปด้วยตนเอง เนื่องจากเป็นผู้ที่ติดตามและร่วมทำกฎหมายฉบับนี้มาอย่างยาวนาน โดยมีความเห็นว่า สภาผู้แทนราษฎรควรเห็นชอบกับการปรับปรุงแก้ไขของวุฒิสภา เพื่อเดินหน้านิรโทษกรรมคดีทางการเมืองที่ค้างคามาเกือบ 20 ปี ให้คลี่คลายและนำไปสู่การสร้างเสริมสังคมสันติสุขตามเจตนารมณ์ของกฎหมายต่อไป




