‘นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ’ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่พูดถึงข้อดีของ ‘พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ’ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีเนื้อหาว่า เราจะแยกคนกันต่อไป หรือ เราจะสลายความขัดแย้ง?
ผมรู้ว่า คนส่วนหนึ่งก็ไม่ชอบพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ สักเท่าไหร่ อาจคิดไปว่า อายุมากบ้าง สุขภาพไม่สมบูรณ์บ้าง ผมมีข้อมูลมาเล่า 2 เรื่อง
1) เรื่องอายุมาก อันนี้ปฏิเสธไม่ได้หรอก แต่หากมองผู้นำโลก เช่น อเมริกา,รัสเซีย,จีน,หรือแถวบ้านเรา กัมพูชา,พม่า ,มาเลเซีย ผมว่าพลเอกประวิตรหนุ่มขึ้นมาทันทีนะ ผู้นำเหล่านั้นอายุมากกว่าพลเอกประวิตรเสียอีก นี่คือความจริง เอาล่ะ ผมจะข้ามเรื่องนี้ไป
2) เรื่องสติปัญญา ความเฉียบแหลม ความทันคน ผมว่า ในระดับผู้นำในประเทศไทย ไม่มีใครสู้ท่านได้นะ จะเห็นว่า ทหาร ตำรวจ พลเรือน ทุกคนไว้ใจท่าน ครั้งหนึ่งพลเอกประวิตรเคยเล่าให้ผมฟังว่า คุณนิพิฏฐ์เชื่อไหม สมัยผมเป็นผบ.ทบ. นายทหารระดับพันเอกพิเศษ ที่จะขึ้นเป็นนายพลผมรู้จักชื่อหมด แล้วรู้ด้วยว่าอยู่กองพันไหน อยู่กองพลไหน นิสัยใจคอเป็นอย่างไร ไม่ต้องมีใครมาหลอกผมหรอก เรื่องนี้กระมังที่พลเอกประวิตร เป็นที่รักของนายทหารทั้งกองทัพ
ท่านไม่ได้เริ่มต้นชีวิตจากนักการเมือง แต่เป็นนักการทหาร ดังนั้น ท่านปราศรัยอาจไม่เก่งแต่ท่านก็พูดจากความจริงใจของท่านจุดแข็งของท่าน คือ ประนีประนอม จะเห็นว่าทุกพรรคที่แข็งกร้าว ไม่ว่า ‘พลตำรวจเอกเสรีพิสุทธิ์ เตมียเวช’ ก็ประกาศยอมร่วมงานกับท่าน
แน่นอนคนมีเพื่อนมาก คบเพื่อนมาก ก็อาจมีจุดเสียอยู่บ้าง แต่คนการเมือง ไม่มีใครสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก จึงมีคำกล่าว ว่า แม้แต่องค์พระปฏิมายังราคิน หากคิดว่า เราจะก้าวข้ามความขัดแย้ง ถามจริงๆ ใครล่ะจะนำประเทศ ‘ก้าวข้ามความขัดแย้งได้’ ยอมให้ท่านเป็นคนกลาง สมานสามัคคีทุกฝ่ายยอมให้ท่านเป็น ‘ขงเบ้ง’ ใช้คนให้เหมาะกับงาน ผมว่า ประเทศไทยไปได้นะ
อย่าหาว่าท่าน เป็นเผด็จการเลย ท่านเกษียณอายุราชการมานานแล้ว และเสียสละมาตั้งพรรคการเมือง ลองให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีสักครั้งก็ไม่เห็นเสียหายอะไร ดีกว่าจะขัดแย้ง ด่าทอ กันไปรายวัน ทำอย่างนั้นประเทศชาติ และ ลูกหลานจะได้อะไร
ผมรู้ว่า คนส่วนหนึ่งก็ไม่ชอบพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ สักเท่าไหร่ อาจคิดไปว่า อายุมากบ้าง สุขภาพไม่สมบูรณ์บ้าง ผมมีข้อมูลมาเล่า 2 เรื่อง
1) เรื่องอายุมาก อันนี้ปฏิเสธไม่ได้หรอก แต่หากมองผู้นำโลก เช่น อเมริกา,รัสเซีย,จีน,หรือแถวบ้านเรา กัมพูชา,พม่า ,มาเลเซีย ผมว่าพลเอกประวิตรหนุ่มขึ้นมาทันทีนะ ผู้นำเหล่านั้นอายุมากกว่าพลเอกประวิตรเสียอีก นี่คือความจริง เอาล่ะ ผมจะข้ามเรื่องนี้ไป
2) เรื่องสติปัญญา ความเฉียบแหลม ความทันคน ผมว่า ในระดับผู้นำในประเทศไทย ไม่มีใครสู้ท่านได้นะ จะเห็นว่า ทหาร ตำรวจ พลเรือน ทุกคนไว้ใจท่าน ครั้งหนึ่งพลเอกประวิตรเคยเล่าให้ผมฟังว่า คุณนิพิฏฐ์เชื่อไหม สมัยผมเป็นผบ.ทบ. นายทหารระดับพันเอกพิเศษ ที่จะขึ้นเป็นนายพลผมรู้จักชื่อหมด แล้วรู้ด้วยว่าอยู่กองพันไหน อยู่กองพลไหน นิสัยใจคอเป็นอย่างไร ไม่ต้องมีใครมาหลอกผมหรอก เรื่องนี้กระมังที่พลเอกประวิตร เป็นที่รักของนายทหารทั้งกองทัพ
ท่านไม่ได้เริ่มต้นชีวิตจากนักการเมือง แต่เป็นนักการทหาร ดังนั้น ท่านปราศรัยอาจไม่เก่งแต่ท่านก็พูดจากความจริงใจของท่านจุดแข็งของท่าน คือ ประนีประนอม จะเห็นว่าทุกพรรคที่แข็งกร้าว ไม่ว่า ‘พลตำรวจเอกเสรีพิสุทธิ์ เตมียเวช’ ก็ประกาศยอมร่วมงานกับท่าน
แน่นอนคนมีเพื่อนมาก คบเพื่อนมาก ก็อาจมีจุดเสียอยู่บ้าง แต่คนการเมือง ไม่มีใครสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก จึงมีคำกล่าว ว่า แม้แต่องค์พระปฏิมายังราคิน หากคิดว่า เราจะก้าวข้ามความขัดแย้ง ถามจริงๆ ใครล่ะจะนำประเทศ ‘ก้าวข้ามความขัดแย้งได้’ ยอมให้ท่านเป็นคนกลาง สมานสามัคคีทุกฝ่ายยอมให้ท่านเป็น ‘ขงเบ้ง’ ใช้คนให้เหมาะกับงาน ผมว่า ประเทศไทยไปได้นะ
อย่าหาว่าท่าน เป็นเผด็จการเลย ท่านเกษียณอายุราชการมานานแล้ว และเสียสละมาตั้งพรรคการเมือง ลองให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีสักครั้งก็ไม่เห็นเสียหายอะไร ดีกว่าจะขัดแย้ง ด่าทอ กันไปรายวัน ทำอย่างนั้นประเทศชาติ และ ลูกหลานจะได้อะไร



