‘วิปรัฐบาล’ ยื่นศาล รธน.ตีความ กม.อุ้มหายฯ สกัดลงมติในสภาฯ ‘นิโรธ’ แจงแม้ร่างคว่ำ ‘รบ.’ ไม่ต้องรับผิดชอบ

28 ก.พ. 2566 - 13:44

  • ‘นิโรธ’ เผยวิปรัฐบาลเข้าชื่อ 1 ใน 5 เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.อุ้มหายฯ ก่อนลงมติในสภาฯ

  • ปัดยื้อ แต่ต้องรอบคอบ-ป้องผิดพลาด

  • ชี้แม้ร่างคว่ำรัฐบาลไม่ต้องรับผิดชอบ

Nirot_reveals_that_the_government_has_submitted_a_petition_to_the_Court_to_postpone_the_missing_person_law_SPACEBAR_Thum_7801c0cdf9.jpeg
นิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะมีการลงมติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อขอเลื่อนการขยายบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ 2565 พ.ศ 2566 ว่า  

แนวทางพรรคร่วมรัฐบาลได้มีการเข้าชื่อเตรียมยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผ่านไปยัง ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมวันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 66) ซึ่งเห็นว่าการที่สภาฯ ได้เห็นชอบออกกฎหมายเป็น พ.ร.บ.แล้ว ต่อมารัฐบาลจะขอออกเป็น พ.ร.ก.เพื่อขอขยายระยะเวลาซึ่งจะเป็นการออกทับกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะการจะออกพระราชกำหนดได้มีเงื่อนไขกำหนดไว้อยู่ว่าจะต้องเป็นเรื่องเร่งด่วนจำเป็นฉุกเฉิน  

“เชื่อว่ารัฐบาลไม่ได้มีเจตนาที่จะเตะถ่วงหน่วงรั้งเพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายล่าช้า แต่เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และจะต้องดูแลความเรียบร้อยของหน่วยงานและกับประชาชนเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจึงมีการขอขยายระยะเวลาใช้กฎหมายออกไปก่อน” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว 

ประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมมีมติโหวตคว่ำ พ.ร.ก.ฉบับนี้ของรัฐบาล โดยไม่เห็นด้วยกับการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการออก พ.ร.ก.ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า แม้สภาฯ จะมีอำนาจในการโหวต แต่ก็มีหลายครั้งที่ถูกนำไปยื่นตีความในศาลรัฐธรรมนูญภายหลัง และสภาฯ ก็เสียหายผิดพลาดกับการโหวต ดังนั้นเพื่อความรอบคอบ ไม่ใช่สภาฯเกิดความเสียหายเรื่องนี้จึงควรส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด  

เมื่อถามว่าการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เหมือนเป็นการยื้อเท่ากับระยะเวลาการขอขยายการบังคับใช้กฎหมายหรือไม่ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ไม่ใช่การยื้อแต่เป็นการให้หน่วยงานที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายได้มีระยะเวลา เพื่อเตรียมความพร้อมให้เดินหน้าได้ แต่ส่วนคำร้องก็เป็นดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ 

“เรื่องนี้มองได้ 2 มุม หากมองในแง่ร้ายก็เป็นการยื้อ แต่ถ้ามองอย่างตรงไปตรงมาการออก พ.ร.ก. ไม่น่าจะเป็นไปโดยชอบ ด้วยการประชุมวิปรัฐบาลวันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 66) ก็ได้มีการเชิญตัวแทนตำรวจมาให้ข้อมูลเพื่อพิจารณาถึงเหตุผลความสมควร โดยเฉพาะความไม่พร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมาย และเหตุผลในการขอขยายเวลาด้วยการออก พ.ร.ก. ผ่านไปยังรัฐบาล ซึ่งมีความจำเป็นเพียงใด ทั้งที่มีเวลาในการเตรียมความพร้อม” ประธานวิปรัฐบาล กล่าว

ส่วนกรณีที่กฎหมายต้องชะงักไป ใครจะต้องรับผิดชอบนั้น ประธานวิปรัฐบาลเชื่อว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบ เพราะมีแนวทางที่จะเลือกคือลาออก หรือยุบสภาฯ หรือไม่รับผิดชอบเลยก็ได้ แต่คิดว่ารัฐบาลคงเลือกยุบสภาฯ เพราะได้เตรียมการยุบสภาฯ แล้ว เพื่อให้ประเทศและหน่วยงานเดินหน้าได้ไม่กระทบประชาชน 

ด้าน ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงความเห็นของวิปรัฐบาลต่อ พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย (พ.ร.บ.อุ้มหายฯ) ที่มีผลให้เลื่อนการบังคับใช้ 4 มาตรา ออกไปจากเดิมที่มีผล 22 กุมภาพันธ์ 2566 เป็น 1 ตุลาคม 2566 

โดย ชินวรณ์ กล่าวว่า ถือเป็น พ.ร.ก.ที่ทุกฝ่ายไม่เห็นด้วย ทั้งการแก้ไขยืดเวลาตามกฎหมายเดิม ทุกฝ่ายมีข้อสงสัยว่าการเสนอ พ.ร.ก.ฉบับนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ โดยเฉพาะการเสนอ พ.ร.ก. ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เพื่อความปลอดภัยมั่นคงของประเทศ แต่กรณีดังกล่าวนี้เป็นเรื่องความไม่พร้อมของส่วนราชการที่จะปฏิบัติตามกฎหมายทั้ง 4 มาตรา แม้ในการประชุมสภาฯ ครั้งนี้จะมีการลงมติหรือไม่ ก็ไม่เป็นผลอยู่ดี 

ชินวรณ์ กล่าวต่อว่า แต่ข้อสงสัยว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นเรื่องสำคัญกว่า จึงสมควรที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะต้องเข้าชื่อกันเพื่อยื่นต่อประธานสภาฯ ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และยังเป็นการย่นระยะเวลาแทนที่จะรอไปถึง 6 เดือนเพื่อให้ พ.ร.ก.หมดไป เพราะศาลจะต้องวินิจฉัยมาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันเท่านั้น 

ซึ่งเหตุผลอีกประการคือ หากพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย แต่รวมเสียงข้างมากไม่ได้ ก็จำเป็นต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเช่นกัน ซึ่งต้องใช้เวลาในช่วงเช้านี้เพื่อรวมรายชื่อให้ถึง 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเพื่อส่งให้ประธานสภาฯ ต่อไป  

“เนื่องจากเป็นช่วงวิกฤตสุดท้าย หาก พ.ร.ก.นี้ไม่ได้รับการอนุมัติ นายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบโดยตรง จึงเป็นเรื่องไม่สวยงามหากพรรคร่วมรัฐบาลจะมาทิ้งพี่ ทิ้งเพื่อน ในช่วงวิกฤตเช่นนี้” รองประธานวิปรัฐบาล กล่าว 

รองประธานวิปรัฐบาล กล่าวด้วยว่า หากมีการยื่นรายชื่อให้ประธานสภาฯ ตรวจสอบแล้วรายชื่อถูกต้อง ก็จะดำเนินการส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ โดยจะสั่งปิดประชุมทันทีโดยไม่ต้องลงมติ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์