‘ทนายนกเขา’ ร้องสอบ ‘กกต.’ จัดเลือกตั้งไม่ลับ–ไม่สุจริต–ไม่เที่ยงธรรม

27 ก.พ. 2569 - 14:30

  • ‘ทนายนกเขา’ นำทีมยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบ ‘กกต.’ จัดเลือกตั้งไม่ลับ–ไม่สุจริต–ไม่เที่ยงธรรม

  • ตั้งคำถามบาร์โค้ด–คิวอาร์โค้ด–บัตรเขย่ง และการประกาศผล 95% ทั้งที่นับครบ 100%

  • ย้ำรัฐต้องชี้แจงข้อสงสัยต่อสาธารณะ ไม่ใช่เดินหน้ารับรองท่ามกลางคำถามเรื่องความชอบธรรม

‘ทนายนกเขา’ ร้องสอบ ‘กกต.’ จัดเลือกตั้งไม่ลับ–ไม่สุจริต–ไม่เที่ยงธรรม

นิติธร ล้ำเหลือ หรือ ‘ทนายนกเขา’ นำทีมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยื่นหนังสือต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญในกรณีการจัดเลือกตั้งไม่ลับ ไม่สุจริต และไม่เที่ยงธรรม

นิติธร ระบุว่า ได้ยื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้พิจารณาพฤติการณ์การกระทำของ กกต. และกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยมองว่ากระบวนการเลือกตั้งทั้งหมดขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยสิ่งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญขณะนี้มีประเด็นที่พอจะสรุปได้ คือ “คิวอาร์โค้ด (QR Code) และบาร์โค้ด (Barcode)” ซึ่ง กกต. เคยแถลงข่าวว่าเชื่อมโยงข้อมูลได้ ซึ่งหากเชื่อมโยงข้อมูลได้ การเลือกตั้งจะลับหรือไม่ โดยในมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า “โดยตรงและลับเท่านั้น” ไม่ได้มีการอธิบายเพิ่มว่ามอบให้ใครเป็นผู้รักษาความลับ ฉะนั้นต้องลับด้วยกระบวนการ เมื่อใช้เทคโนโลยีเข้ามาก็มีปัญหาตามมาว่า ใครเป็นเจ้าของระบบและใครเข้าถึงระบบ

ส่วนกรณี “บัตรเขย่ง” ยังไม่มีคำตอบ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าความสัมพันธ์ของบัตรบัญชีรายชื่อและ สส. แบ่งเขตแตกต่างกันในระดับที่สูงมาก ซึ่งยังไม่มีคำตอบ ประเด็นสำคัญเรื่องสุจริตและเที่ยงธรรม หากจำได้ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา การนับคะแนนจบ 100% แล้ว แต่ประกาศแค่ 95% ซึ่งตามกฎหมายไม่อนุญาต การประกาศ 95% จะต้องมีเหตุสำคัญฉุกเฉินอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ เรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด มีข้อบ่งชี้ว่าการกระทำมีข้อสงสัย ในการออกระเบียบอาจมีการอ้างว่าการเลือกตั้งก่อนหน้านั้นก็มี แต่จะเห็นว่ากระบวนการเน้นไปในเรื่องของความปลอดภัย แต่ครั้งนี้ต่างออกไป เชื่อว่าหาก กกต. ตอบประชาชนว่ามีลักษณะเช่นนี้ การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 อาจจะไม่เกิดขึ้น ประชาชนจำนวนมากก็จะไม่ออกไปใช้สิทธิจนกว่าจะพิสูจน์ได้ หาก กกต. อยากพิสูจน์ ขอให้นำบัตรเลือกตั้งต้นขั้วที่ยังไม่มีการลงคะแนนมาเชื่อมระบบ

ส่วนที่ กกต. ตีความว่าสิ่งที่ทำอยู่สุจริตและโปร่งใส ฟังขึ้นหรือไม่นั้น นิติธร กล่าวว่า “ข้อเท็จจริงเรื่องสุจริตและบัตรเขย่ง ถามว่าสุจริตหรือไม่ อย่างไรก็ได้แล้วค่อยว่ากัน มาให้ถ้อยคำต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญ”

สำหรับกรณีที่ขณะนี้ประชาชนมีความสงสัย แต่ กกต. กลับลงนามประกาศรับรอง สส.นั้น นิติธร มองว่า “ขณะนี้ยังไม่มีองค์กรใดชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ลับ สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กระบวนการเลือกตั้งก็ไปต่อได้ ทั้งที่กระบวนการเลือกตั้งยังไม่จบ การรับรองก็รับรองไปก่อน คิดได้ว่ามีเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ กกต. บอกว่ายังหาความผิดปกติไม่เจอ หากถามถึง ‘ความชอบธรรม’ ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด”

ท้ายที่สุดของคดีนี้ตนเองคาดเดาไม่ได้ จึงมายื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าจะไปในทิศทางใด ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการต่อไปของ กกต. ว่าบัตรเลือกตั้งในลักษณะนี้ทำได้หรือไม่ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกติกา

หากย้อนกลับไปดูการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ เทคโนโลยีน้อยกว่านี้มาก เหตุใดสังคมจึงรู้สึกว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับ แม้จะทราบว่ามีการซื้อเสียง มีการโยกย้ายบุคลากรเข้าไปรองรับการเลือกตั้ง แต่ประชาชนกลับรู้สึกว่า “การเลือกตั้งเป็นไปโดยลับมากกว่า”

นิติธร ล้ำเหลือ

ส่วนกรณีที่หากฝืนความรู้สึกของประชาชนมากๆ ทางกลุ่มมีแนวคิดถึงขั้นจะ “ลงถนน” หรือไม่นั้น นิติธร กล่าวว่า “ยังไม่มีประเด็นเพียงพอที่จะลงถนน ขณะนี้สังคมต้องคิดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มาตรฐานทางจริยธรรม และการไม่ประพฤติผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง เราให้กระบวนการตรวจสอบทำหน้าที่ไป แต่หากบุคคลที่จะมาทำหน้าที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้ที่มีประวัติกระดำกระด่าง ถึงแม้จะไม่มีคดีและข้อบ่งชี้ถึงความซื่อสัตย์สุจริต ตนเองจึงจะเคลื่อนไหว

หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าการเลือกตั้งมิชอบด้วยกฎหมาย จะต้องมีผู้รับผิดชอบ และจะมีการยื่นดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ กกต. ต่อไป

นิติธร ล้ำเหลือ

ส่วนการแจ้งความประชาชนและสื่อมวลชน ตนเอง “มองไม่เห็นความผิด” เนื่องจากกฎหมายไทยเป็นระบบกล่าวหา ส่วนตัวไม่เห็นว่าจะเข้าข้อกฎหมายอย่างไร กกต. มีมุมมองอย่างไรตนเองไม่ทราบ ตนเองไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่จากสิ่งที่รับรู้ผ่านสื่อมวลชน เห็นว่ายังไม่เพียงพอที่จะไปตั้งข้อกล่าวหาร้องทุกข์ ไม่ทราบเจตนา กกต. แต่ส่วนตัวมองว่าไม่เหมาะสมและไม่ควร

ผู้สื่อข่าวได้ถามย้ำถึงกรณี “ข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร” รุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่นั้น นิติธรให้ความเห็นว่า “หน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานและพรรคการเมืองบางพรรคก็มีลักษณะใกล้เคียงกับอั้งยี่ซ่องโจร ขอให้ไปเปรียบเทียบดู”

สำหรับการมายื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในวันนี้ หวังให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทำตามหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องรอให้ กกต. เข้ามาชี้แจงก็สามารถสรุปสำนวนได้ หากต้องการพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตนเองพร้อมจัดหาให้ทุกประเด็น แต่สิ่งสำคัญคือผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์