‘วิป 3 ฝ่าย’ ไร้ข้อสรุป! นัดถกปม ‘ซักฟอก’ ใหม่ 19 มี.ค.

13 มี.ค. 2568 - 19:56

  • ‘วิป 3 ฝ่าย’ ไร้ข้อสรุปศึก ‘ซักฟอก’ นัดถกใหม่ 19 มี.ค.

  • ‘หัวหน้าเท้ง’ ลั่นหากอยากให้เดินหน้าต่อได้ ต้องยอมถอยคนละก้าว

  • เผยต้องได้ 30 ชั่วโมง จึงจะยอมแก้ ‘คำ’ ในญัตติ

  • ดักคอหากซักฟอกไม่ได้สมัยนี้ อาจเกิดจากรัฐบาลไม่ยอมให้เวลาที่เพียงพอ

No_conclusion_on_censure_debate_Meet_again_on_March_19_th_SPACEBAR_Hero_309fe3e24c.jpg

คณะกรรมการประสานงาน (วิป) 3 ฝ่าย ร่วมประชุมกันในเวลาประมาณ 16.00 น. ที่รัฐสภา โดยมี พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน, มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะวิปคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล

ตลอดจน ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานฝ่ายค้าน, ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาล,  ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะวิปฝ่ายค้าน เข้าร่วมประชุม เพื่อหารือเรื่องระยะเวลาในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151

โดยก่อนการประชุม ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยินดีที่จะให้มีการปรับคำเพื่อให้ญัตติสามารถเดินหน้าไปได้ แต่เรื่องกรอบระยะเวลาในการประชุมนั้น อย่างน้อยฝ่ายค้านขอประมาณ 30 ชั่วโมง ส่วนจะอภิปรายกี่วัน ก็ขึ้นอยู่กับฝั่งรัฐบาลว่าจะชี้แจงทั้งหมดกี่วัน แต่สำหรับพรรคฝ่ายค้านอยากได้ 30 ชั่วโมง

จากนั้นประมาณ 17.30 น. หลังประชุมร่วมกันกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที ณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า เป็นที่น่าเสียดายที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านยังยืนยันว่าจะกลับไปเจรจากับฝ่ายตัวเองก่อน โดยจะกลับมาประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 19 มีนาคมนี้

ประเด็นที่ยังหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ คือ เรื่องกรอบระยะเวลาที่จะใช้ในการอภิปราย โดยจากที่ผมได้ไปหารือกับประธานสภาผู้แทนราษฎรและวิปรัฐบาล รวมถึงได้มีการแถลงไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเราได้มีการหารือสองเรื่องพร้อมกัน คือ พรรคฝ่ายค้านยอมที่จะแก้ไขญัตติตามที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรเสนอมา และเรายืนยันกรอบระยะเวลาคือ 30 ชั่วโมง แต่ปรากฏว่า เมื่อเจรจากันในวิปสามฝ่ายแล้ว ยังไม่สามารถสรุปเรื่องกรอบระยะเวลาได้

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ส่วนเมื่อถามว่า รัฐบาลต้องการกี่ชั่วโมง? ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องตัวเลขระยะเวลาที่รัฐบาลอยากได้นั้น ตนเองยังไม่อยากให้ถาม เพราะจะกระทบกับการเจรจา แต่บอกได้ว่าตัวเลขที่ฝ่ายค้านเสนอไปคือ 30 ชั่วโมง ส่วนทางรัฐบาลและ ครม.จะขอเท่าไหร่เรายินดี แล้วจึงค่อยมาคำนวณว่าจะอภิปราย ซึ่งเราขอยึดที่ตัวเนื้อหาคือกรอบชั่วโมงก่อน

ทั้งนี้ หากเดินตามกรอบไปได้ วันนี้เราคงได้ข้อสรุป แต่ปรากฏว่ากรอบชั่วโมงที่เราให้ไป ทางฝั่งรัฐบาลไม่เห็นด้วย จึงทำให้การเจรจายังไม่ได้ข้อสรุป

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกันเรื่องการปรับคำในญัตติบ้างหรือไม่? ณัฐพงษ์ ยืนยันว่าเรื่องตัวญัตติ ตนเองยังไม่ได้ทำหนังสือส่งถึงประธานสภาฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งตนเองได้รักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับประธานสภาฯ หากเจรจากับทางวิปร่วมในเรื่องกรอบระยะเวลาได้สำเร็จ เราก็พร้อมที่จะปรับคำในญัตติเพื่อให้สามารถเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ตามกรอบระยะเวลาที่เราได้ตกลงกันไว้

แต่เนื่องจากวันนี้ เรายังไม่สามารถเจรจาเรื่องกรอบระยะเวลากันได้ ฉะนั้น เรื่องการปรับคำในญัตติ ตนเองก็ยังไม่สามารถที่จะยื่นต่อประธานสภาฯ ได้

เมื่อถามว่า รัฐบาลได้มีการแนะนำหรือไม่ว่าอยากให้ปรับคำในญัตติไปในทิศทางใด? ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ชัดเจนว่าอย่างไรก็ตามต้องนำชื่อ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากญัตติ ส่วนจะปรับเป็นคำอื่นอย่างไรนั้น ขอให้รอดูข้อสรุปอีกครั้ง เนื่องจากจะปรับเป็นคำใดหรือเรื่องกรอบระยะเวลาในการที่จะอภิปรายนั้น ย่อมส่งผลถึงการเจรจา

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเกิดขึ้นในเดือนนี้หรือไม่? ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในมุมของตน คิดว่ายังทันภายในเดือนนี้ เนื่องจากขณะนี้ญัตติสมบูรณ์เสร็จแล้วทุกอย่าง รอแค่การปรับคำ ก็พร้อมที่จะบรรจุได้ แต่ยังติดอยู่รอบเดียวคือเรื่องของกรอบระยะเวลา ซึ่งเราจะปิดสมัยประชุมวันที่ 10 เมษายน ฉะนั้น ก็ยังเหลือเวลาในการที่จะเจรจาอยู่

มีความเป็นไปได้ว่า หากไม่ได้ภายในสิ้นเดือนนี้ ก็อาจจะเป็นต้นเดือนเมษายน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

เมื่อถามว่า หากรัฐบาลเสนอให้อภิปรายสองวัน และลงมติอีกหนึ่งวัน จะสามารถทำได้หรือไม่? ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ยังหารือกันอยู่ คิดว่าในส่วนนี้ต้องหาจุดตรงกลางร่วมกัน เมื่อสักครู่มีการเจรจาพูดคุยกันในห้องหลายรูปแบบ แต่หากดูตามบรรทัดฐานของสภาในอดีต คิดว่าเนื้อหาสำคัญที่สุด และหากดูจากสิ่งที่ฝ่ายค้านเตรียมมาหลายเดือน ยืนยันว่าระยะเวลา 30 ชั่วโมงที่เราเสนอไปนั้น ไม่ใช่ระยะเวลาที่มากเกินไป เป็นระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะก่อนหน้านี้เราได้เสนอไป 5 วัน นี่เป็นสิ่งที่เราถอยกันเยอะแล้ว

ส่วนจะเป็นเส้นตายสุดท้ายหรือไม่นั้น มองว่าหากอยากให้เดินต่อไปได้ต้องยอมถอยคนละก้าว ซึ่งฝ่ายค้านยอมถอยมาแล้วเรื่องระยะเวลา 5 วัน แต่ละหลักการเนื้อหาเรายังยืนยันตามเดิม จึงอยากให้รัฐบาลกลับไปคุยกันในแต่ละพรรคก่อน เพื่อจะกลับมาหาข้อสรุปในสัปดาห์หน้า

เมื่อถามว่า เห็นตรงกันใช่หรือไม่ ที่ควรจะมีการอภิปรายในสมัยนี้? ณัฐพงษ์ ยืนยันว่าพรรคฝ่ายค้านอยากอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยนี้ แต่ตอนนี้ยังเดินหน้าต่อไม่ได้ เนื่องจากยังไม่สามารถเจรจาลงตัวเรื่องกรอบระยะเวลากับพรรคร่วมรัฐบาลได้

จึงขอสื่อสารตรงๆ ว่าหากไม่สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ในสมัยประชุมนี้ ก็อาจจะเกิดจากการที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่ยอมให้ระยะเวลาที่เพียงพอกับฝ่ายค้าน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ค่อยเอามาคุยใหม่พุธหน้า! แนะ ‘ฝ่ายค้าน’ กลับไปตั้งสติ​ก่อน ‘ศึกซักฟอก’ จ้อกี่ชั่วโมงเหมาะสม

ขณะที่ วิสุทธิ์​ ไชยณรุณ​ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรอบเวลาวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า​ ที่ยังไม่ได้ข้อยุติ เป็นข้อตกลงให้ทุกคนไปหารือพูดคุยกันในพรรคของตัวเองมาก่อน ว่าจะอภิปรายกี่ชั่วโมงถึงจะเหมาะสม โดยไม่ต้องมาตั้งป้อมใส่กัน เพื่อหาทางให้การอภิปรายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อทุกคนกลับไปคิดแล้วก็ให้มาบอก โดยจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 19 มี.ค.​นี้ เวลา 09.30 น.  ส่วนฝ่ายรัฐบาลต้องการให้อภิปรายกี่ชั่วโมง? วิสุทธิ์ กล่าวว่า ให้ทุกคนกลับไปคิดทบทวนก่อน​

ถ้าทุกคนบอกว่าต้องได้เท่านั้นเท่านี้ก็เจรจาไม่สำเร็จ ควรต้องลดราวาศอกกัน ถอยคนละก้าว แล้วค่อยมาว่ากัน ถ้าลดไม่ได้ก็ไม่ยอมกัน และการประชุมวันนี้ก็ไม่ได้มีการทะเลาะกัน

วิสุทธิ์​ ไชยณรุณ​

ลบชื่อ ‘ทักษิณ’ ออกหมดจด แต่ยังไม่บอกใช้คำไหน

เมื่อถามถึงการแก้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นคำอะไรนั้น? วิสุทธิ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านบอกว่าได้เอาชื่อ ทักษิณ​ ชินวัตร​ ออกหมดแล้ว​ แต่ไม่ได้บอกว่าแก้เป็นคำอะไร ซึ่งเมื่อเขาบอกว่าเอาออกหมดแล้ว เราก็เชื่อถือเขา

วันนี้มันไวไป เพราะทุกคนถือธงมา เพื่อที่จะตกลงกันก็ไม่ได้ ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่เขาต้องยืนกราน 30 ชั่วโมง​ จึงต้องให้กลับไปคิดทบทวนใหม่ ให้มีสติ ใจเย็นๆ ก่อน แล้วค่อยกลับมาคุยกัน

วิสุทธิ์​ ไชยณรุณ​

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์