วิป 3 ฝ่ายเคาะกรอบ ‘ซักฟอก’ 7–11 ธ.ค. ‘อนุทิน’ สั่ง รมต.เคลียร์คิว

28 ต.ค. 2569 - 18:43

  • วิป 3 ฝ่ายได้ข้อสรุปซักฟอก 7–11 ธ.ค. วางกรอบอภิปราย 4+1 วัน รวม 72 ชั่วโมง

  • ฝ่ายค้านได้เวลา 51 ชั่วโมง–ครม. 17 ชั่วโมง ขณะที่พรรคกล้าธรรมได้เวลาอภิปรายเกือบ 2 ชั่วโมง

  • ‘อนุทิน’ สั่งรัฐมนตรีถูกล็อกเป้าเคลียร์คิวเข้าสภาฯ รับฟังและชี้แจงทุกข้อกล่าวหา

วิป 3 ฝ่ายเคาะกรอบ ‘ซักฟอก’ 7–11 ธ.ค. ‘อนุทิน’ สั่ง รมต.เคลียร์คิว

การประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร 3 ฝ่าย หรือวิป 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) วิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้าน ได้ข้อสรุปกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 โดยมี มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม

ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทน ครม. กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม

ฝ่ายค้านได้เวลา 51 ชั่วโมง รวมอภิปราย 72 ชั่วโมง แบ่งกรอบ 4+1 วัน

หลังหารือกันนานกว่า 1 ชั่วโมง พริษฐ์เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีมติกำหนดกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็น 4+1 วัน โดยเป็นการประนีประนอมระหว่างข้อเสนอของฝ่ายค้านที่ต้องการเวลา 5 วัน กับฝ่ายรัฐบาลที่เสนอเวลา 3 วัน

การอภิปรายรวมทั้งสิ้น 72 ชั่วโมง แบ่งเป็นเวลาของฝ่ายค้าน 51 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากการอภิปรายครั้งก่อน เพื่อให้สามารถตรวจสอบ ตั้งข้อกล่าวหา และซักถามรัฐบาลได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ ครม. ได้รับจัดสรรเวลา 17 ชั่วโมงสำหรับชี้แจง และอีก 4 ชั่วโมงเป็นเวลาของประธานการประชุม

สำหรับการอภิปราย 3 วันแรก จะเริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 03.00 น. ของวันถัดไป ส่วนวันที่ 4 เริ่มเวลา 08.00–23.00 น. ก่อนเข้าสู่กระบวนการลงมติในวันที่ 5

เห็นพ้องกรอบ 7–11 ธ.ค. เปิดทางจัดอภิปรายเร็วกว่านั้น

พริษฐ์ระบุว่า ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าควรจัดการอภิปรายให้เร็วที่สุด จึงเห็นพ้องตามข้อเสนอของ ครม. ให้กำหนดกรอบเบื้องต้นระหว่างวันที่ 7–11 ธันวาคมนี้ อย่างไรก็ตาม หาก ครม. สามารถจัดสรรเวลาให้เร็วกว่านั้นได้ ก็สามารถแจ้งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของทุกฝ่ายเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนการจัดสรรเวลาให้ สส. ฝ่ายค้านแต่ละคน รวมถึงพรรคกล้าธรรมที่แสดงความประสงค์ขอเวลาอภิปรายบางส่วน ยังต้องหารือรายละเอียดกันต่อไป โดยพริษฐ์ระบุว่า ต้องพิจารณาจากกรอบเนื้อหาการอภิปราย เนื่องจากญัตติครั้งนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ผู้ที่จะอภิปรายจึงต้องเป็นผู้ร่วมเสนอญัตติและมีความเห็นไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย

‘กรวีร์’ ชี้ทุกฝ่ายถอยเข้าหากัน ‘กล้าธรรม’ ได้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง

กรวีร์กล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุปร่วมกันเกือบทั้งหมด โดยฝ่ายค้านได้รับเวลาเพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการทำหน้าที่ตรวจสอบ ตั้งข้อกล่าวหา และซักถามรัฐบาล ขณะที่เวลาของ ครม. และ สส. ฝั่งรัฐบาลก็น่าจะเพียงพอสำหรับการชี้แจงและตอบข้อซักถาม

สำหรับกำหนดวันอภิปราย ทุกฝ่ายเห็นตรงกันในเบื้องต้นว่า อย่างช้าที่สุดควรเป็นวันที่ 7–11 ธันวาคม เพื่อเป็นหลักประกันว่าการอภิปรายจะเกิดขึ้นแน่นอน หาก ครม. สามารถจัดสรรเวลาให้เร็วกว่านี้ได้ ก็ขอให้แจ้งกลับมายังสภาฯ

เมื่อถามถึงบรรยากาศการหารือ หลังการประชุมวิป 3 ฝ่ายก่อนหน้านี้ล่มไป 2 ครั้ง พริษฐ์มองว่าเป็นเรื่องปกติของการหารือเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจที่อาจต้องประชุมหลายครั้ง โดยเมื่อได้ข้อสรุปเรื่องกรอบเวลาแล้ว ทุกฝ่ายจะสามารถมุ่งไปที่เนื้อหาการอภิปรายได้

ด้านกรวีร์กล่าวว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย ต่างฝ่ายต่างปรับข้อเสนอเข้าหากัน โดยรัฐบาลจัดสรรเวลาให้ฝ่ายค้านเพิ่มขึ้น พร้อมขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้การประชุมเป็นไปด้วยดี

ขณะที่อรรถกรเปิดเผยว่า บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยดี โดยพรรคกล้าธรรมได้รับเวลาอภิปรายเกือบ 2 ชั่วโมง

‘อนุทิน’ ยันรัฐบาลพร้อมตั้งแต่ 6 ธ.ค. สั่ง 18 รัฐมนตรีเคลียร์คิว

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีวิป 3 ฝ่ายเห็นพ้องกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 7–11 ธันวาคม ว่า รัฐบาลได้ตอบหนังสือของประธานสภาผู้แทนราษฎรไปแล้วว่า พร้อมตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม โดยได้สั่งการให้รัฐมนตรีเคลียร์กำหนดการของตนเอง โดยเฉพาะรัฐมนตรีทั้ง 18 คนที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งควรอยู่ร่วมประชุมในสภาฯ

อนุทินระบุว่า รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายต้องรับฟังข้อเสนอแนะ ข้อวิพากษ์วิจารณ์ และข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้าน พร้อมชี้แจงต่อสภาฯ โดยไม่ควรมีรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายขาดประชุม แม้จะเป็นเพียง 2 คนก็ตาม

เมื่อถามว่าจะอยู่ร่วมการประชุมตลอดหรือไม่ อนุทินตอบว่า “แน่นอน” อย่างไรก็ตาม วันที่ 8 ธันวาคม มีกำหนดการที่อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะเดินทางเยือนประเทศไทย หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการ ก็เชื่อว่าสามารถบริหารจัดการได้ เพราะสามารถรับฟังการอภิปรายได้แม้อยู่ในสถานที่อื่น

นายกฯ ย้ำพร้อมตอบทุกข้อกล่าวหาด้วยพยานหลักฐาน

เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ อนุทินกล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถกำหนดความคาดหวังแทนฝ่ายค้านได้ เพราะฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขณะที่รัฐบาลมีหน้าที่ตอบข้อสงสัย ข้อซักถาม และข้อกล่าวหาต่าง ๆ ด้วยพยานหลักฐานที่มี

นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลมั่นใจว่าจะสามารถชี้แจงได้ เนื่องจากมีนโยบายชัดเจนว่าการดำเนินการทุกอย่างต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน พร้อมย้ำถึงความเต็มใจที่จะตอบข้อสงสัยต่าง ๆ ในสภาฯ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลไปพร้อมกันด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


วิป 3 ฝ่ายเคาะกรอบ ‘ซักฟอก’ 7–11 ธ.ค. ‘อนุทิน’ สั่ง รมต.เคลียร์คิว