นพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตรมว.ต่างประเทศ แถลงถึงการที่มีผู้เห็นต่างในเรื่องการเจรจาพื้นที่อ้างสิทธิ์ในไหลทวีปทับซ้อนกันระหว่างไทยและกัมพูชาและ MOU44 ว่า ในสังคมมีความเห็นต่างได้แต่ควรอยู่บนข้อเท็จจริงและขอกฎหมายที่ถูกต้อง โดยเฉพาะประเด็นที่ดินซึ่งเป็นเรื่องละเอียดดฃอ่อน ดังนั้น ขอเรียกร้องไปยังกลุ่มการเมืองหรือบุคคคลบางคนที่ปลุกกระแสเรื่องการเจรจาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ระหว่างไทย กับ กัมพูชา ที่อาจเป็นประเด็นทำให้ไทยเสียดินแดนนั้นยุติการกระทำ เพราะเป็นการใช้ความเท็จที่สร้างผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล รวมถึงกระทบความมั่นคงของประเทศ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เมื่อปี2551 ที่ตนถูกโจมตีและใส่ร้ายว่าเป็นผู้ที่ทำให้ไทยเสียดินแดนจากกรณีปราสาทเขาพระวิหาร
“ผมขอเรียกร้องให้ใช้กลไกของรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เพื่อเปิดประชุมรัฐสภาให้ สส.ฝ่ายรัฐบาล สส.ฝ่ายค้าน และสว. ได้อภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.)เพื่อลดลมออกจากใบเรือของกลุ่มที่จะลงถนน การใช้เวทีสภา เพื่อแก้ปัญหา ถือเป็นการหาทางออกร่วมกัน และคนจัดม็อบสามารถคุยผ่านตัวแทนในสภาฯ ได้ ซึ่งจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด”
— นพดล กล่าว
นพดล กล่าวด้วยว่า สำหรับการเจรจาของผลประโยชน์ทางพลังงานนั้น ยืนยันว่าตาม MOU44 ต้องเจรจาในประเด็นหลักเขตที่ 73 ให้แล้วเสร็จก่อน ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านั้นกัมพูชาได้ลากเส้นเองนั้น ไม่ถือว่าเป็นเส้นที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่เป็นไปตามกรอบของ MOU44 ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่กัมพูชาต้องเจรจาเส้นเขตแดนกับไทยตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ




