นพดล ปัทมะ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการโหวตนายกฯในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ว่า เชื่อและหวังว่า เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยจะได้เสียงสนับสนุนเกิน 375 เสียง เนื่องจากการรวบรวมเสียงของ สส.ได้จำนวนเกิน 300 เสียง และเชื่อว่าจะมีเสียงจาก สว.เติมให้จนถึงเกณท์ที่กำหนดโดย รธน. เนื่องจากประชาชนต้องการให้มีรัฐบาลใหม่เข้าทำงานแก้ปัญหาและขับเคลื่อนประเทศโดยเร็ว
เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่กล่าวหา เศรษฐาเรื่องที่ดิน 2 แปลงคือที่ดินแปลงถนนสารสินและที่ดินแปลงซอยทองหล่อจะกระทบการโหวตในสภาฯ หรือไม่ นพดล กล่าวว่า คำชี้แจงของแสนสิริและของเศรษฐา ประกอบกับข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ แสดงให้เห็นว่าข้อกล่าวหาของชูวิทย์ไม่มีมูล เลื่อนลอย และสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น คนกล่าวหาเสนอเรื่องให้ดูซับซ้อน เหมือนมีอะไรไม่ชอบมาพากล แต่จริงๆ แล้ว ไม่มีอะไรในกอไผ่ ที่ดินแปลงถนนสารสินเป็นเรื่องการวางแผนภาษีตามกฎหมายของฝ่ายผู้ขายที่เกิดขึ้นหลายเดือน ก่อนโอนที่ดินให้แสนสิริซึ่งเป็นฝ่ายผู้ซื้อและแสนสิริไม่ได้เกี่ยวข้องในการดำเนินการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของฝ่ายผู้ขาย แล้วจะมาเกี่ยวกับเศรษฐาตรงไหน ส่วนที่ดินแปลงซอยทองหล่อนั้น แสนสิริซื้อที่ดินมาทำคอนโดในราคาตลาดที่เหมาะสม จากบริษัทผู้ขาย ส่วนผู้ถือหุ้นในบริษัทผู้ขายจะเป็นใคร มีอาชีพอะไร ไม่ใช่เรื่องของแสนสิริ และบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่นอมินีของแสนสิริซึ่งเป็นฝ่ายผู้ซื้อ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่ผู้ถือหุ้นในบริษัทผู้ขาย จะเป็นนอมินีของแสนสิริซึ่งเป็นผู้ซื้อ ขัดสามัญสำนึกโดยแท้
“เชื่อว่า สมาชิกรัฐสภาที่จะเป็นผู้โหวตนายกฯในวันที่ 22 สิงหาคม มีวุฒิภาวะและสามารถแยกแยะข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลและเลื่อนลอย กับความจริงได้ ผมเชื่อในวิจารณญาณของทุกท่าน และการลงมติในสภาจะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจากเศรษฐาไร้ข้อกังขาเรื่องจริยธรรม” นพดล กล่าว
เมื่อถามว่า ข้อกล่าวหาของ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่กล่าวหา เศรษฐาเรื่องที่ดิน 2 แปลงคือที่ดินแปลงถนนสารสินและที่ดินแปลงซอยทองหล่อจะกระทบการโหวตในสภาฯ หรือไม่ นพดล กล่าวว่า คำชี้แจงของแสนสิริและของเศรษฐา ประกอบกับข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ แสดงให้เห็นว่าข้อกล่าวหาของชูวิทย์ไม่มีมูล เลื่อนลอย และสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น คนกล่าวหาเสนอเรื่องให้ดูซับซ้อน เหมือนมีอะไรไม่ชอบมาพากล แต่จริงๆ แล้ว ไม่มีอะไรในกอไผ่ ที่ดินแปลงถนนสารสินเป็นเรื่องการวางแผนภาษีตามกฎหมายของฝ่ายผู้ขายที่เกิดขึ้นหลายเดือน ก่อนโอนที่ดินให้แสนสิริซึ่งเป็นฝ่ายผู้ซื้อและแสนสิริไม่ได้เกี่ยวข้องในการดำเนินการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของฝ่ายผู้ขาย แล้วจะมาเกี่ยวกับเศรษฐาตรงไหน ส่วนที่ดินแปลงซอยทองหล่อนั้น แสนสิริซื้อที่ดินมาทำคอนโดในราคาตลาดที่เหมาะสม จากบริษัทผู้ขาย ส่วนผู้ถือหุ้นในบริษัทผู้ขายจะเป็นใคร มีอาชีพอะไร ไม่ใช่เรื่องของแสนสิริ และบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่นอมินีของแสนสิริซึ่งเป็นฝ่ายผู้ซื้อ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่ผู้ถือหุ้นในบริษัทผู้ขาย จะเป็นนอมินีของแสนสิริซึ่งเป็นผู้ซื้อ ขัดสามัญสำนึกโดยแท้
“เชื่อว่า สมาชิกรัฐสภาที่จะเป็นผู้โหวตนายกฯในวันที่ 22 สิงหาคม มีวุฒิภาวะและสามารถแยกแยะข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลและเลื่อนลอย กับความจริงได้ ผมเชื่อในวิจารณญาณของทุกท่าน และการลงมติในสภาจะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจากเศรษฐาไร้ข้อกังขาเรื่องจริยธรรม” นพดล กล่าว




