‘นรเศรษฐ์ ปรัชญากร’ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงการเข้าสังเกตการณ์การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า มีประเด็นที่ตรวจพบว่าบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งไม่มีการกำหนดหมายเลข ซึ่งต่างจากบัตรเลือกตั้งที่ใช้เมื่อ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงไม่ใช่บัตรที่รันหมายเลข ที่มีประเด็นถูกตรวจสอบได้ว่าการออกเสียงไม่เป็นความลับ เพราะสามารถตรวจสอบย้อนกลับว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งนั้นลงคะแนนให้ผู้ใดได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวยังรอคำชี้แจงอย่างชัดเจนจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลจากภาคส่วนต่างๆ และนำเข้ากมธ.เพื่อพิจารณาศึกษาต่อไป
เมื่อถามว่ามองว่ามาตรฐานบัตรเลือกตั้งที่ต่างกัน มองว่าจะนำไปสู่การลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ทั้งหมดได้หรือไม่ นรเศรษฐ์ กล่าวว่า ในกรณีดั’กล่าวต้องพิจารณาในหลายขั้นตอน ซึ่งกรณีปัญหาของ ‘คิวอาร์โค้ด’ หรือ ‘บาร์โค้ด’ บนบัตรเลือกตั้ง ที่ทำให้การออกเสียงเป็นความลับหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาอีกครั้ง ทั้งนี้มองว่ามีความสุ่มเสี่ยงที่จะขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนหากสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
“ส่วนจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ต้องพิจารณาตามหลักการว่าหากการเลือกตั้งไม่เป็นไปในทางลับจะมีน้ำหนักเพียงพอหรือไม่ หากเจตนารมณ์ของประชาชนไม่เปลี่ยนแปลง แต่หากพบข้อสังเกตเรื่องบัตรเขย่งหรือความผิดพลาดที่ส่งผลให้เจตนารมณ์ของประชาชนเปลี่ยนไป ก็อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ได้”
— นรเศรษฐ์ กล่าว
บี้ ‘ประกันสังคม’ เปิดข้อมูลดิบผลประชาพิจารณ์ แก้กติกาเปลี่ยน ‘บอร์ด สปส.’ ขีดเส้นสัปดาห์นี้
ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงถึงผลการพิจารณาของกมธ. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาต่อการปรับแก้กติกาเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ซึ่ง กมธ. ได้มีข้อสังเกตไปยังหน่วยงานของสำนักงานประกันสังคมว่า ขอให้เปิดเผยข้อมูลดิบของการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับการปรับแก้กติกาเลือกตั้ง ที่กระบวนการรับฟังความเห็นเสร็จสิ้นไปเมื่อ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่ามีผู้ที่แสดงความเห็นจำนวนเท่าไร เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยรวมถึงเหตุผลที่ประชาชนระบุ เพื่อให้กมธ.ได้นำไปศึกษาในรายละเอียดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในการประชุมนั้น ตัวแทน สปส. ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่าจะมีการนำไปวิเคราะห์เนื้อหาแล้วเสร็จ ซึ่งกมธ.กังวลว่าจะทำให้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะจะทำให้เกิดการตัดสินใจแล้วว่าจะปรับแก้กติกาหรือไม่
“หากรอให้ สปส. รอผลการวิเคราะห์ผลประชาพิจารณ์ก่อนเผยแพร่ผลทั้งหมด เชื่อว่าประชาชนจะรับไม่ได้ เพราะปิดทางการมีส่วนร่วมและการรับรู้ของประชาชน ขณะเดียวกันทางดีจีเอ ที่รับทำประชาพิจารณ์บอกว่าการเปิดเผยข้อมูลสามารถประมวลได้เสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมงและเปิดเผยได้ ทำให้ สปส. บอกว่าภายในสัปดาห์นี้จะทำหนังสือถึงดีจีเอเพื่อขอผล ดังนั้นผมคาดว่าไม่เกินสัปดาห์นี้ สปส. จะเปิดเผยข้อมูลดิบได้ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ”
เมื่อถามว่าหากผลประชาพิจารณ์บอกว่าไม่เห็นด้วยในทางปฏิบัติจะเป็นอย่างไร นรเศรษฐ์ กล่าวว่า สปส.ระบุในที่ประชุมว่า ไม่ได้พิจารณาจำนวนผู้ที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาเหตุผลประกอบ แม้ว่ามีเสียงไม่เห็นด้วยมากกว่าเสียงเห็นด้วย อาจจะแก้กติกาได้ หากได้ชั่งน้ำหนักในเหตุผลแล้ว ดังนั้นจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องการทราบถึงเหตุผลในการตัดสินใจ
สำหรับการปรับแก้กติกาเลือกบอร์ด สปส. นั้น สปส.ได้ยอมรับว่าเป็นผู้เริ่มต้นแก้ไขเอง เพื่อแก้ไขให้ผู้ประกันตนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งตนมองว่าเป็นเหตุผลที่ไม่หนักแน่น อีกทั้งตนมองว่าแม้ไม่แก้กติกา หลังจากนี้การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาเพราะรู้ว่าบอร์ดประกันสังคมที่เป็นตัวแทนของผู้ประกันตนได้ปกป้องสิทธิ์ของผู้ประกันตนได้
“ผมขอเรียกร้องให้ รมว.แรงงานคนใหม่ที่จะทำหน้าที่ แก้ปัญหาเกี่ยวกับกองทุนประกันสังคมที่มีปัญหา โดยขอให้พิจารณาปรับรูปแบบบริหารจากที่ใช้ระบบราชการ มาเป็นเอกชน หรือ องค์กรพิเศษ เพื่อบริหารกองทุนให้โปร่งใส และเกิดประโยชน์กับผู้ประกันตน”




