‘ไอติม’ เสนอเพิ่ม 3 ข้อ ยก ‘ลต.ท้องถิ่น’ ให้ ‘ปชช.’ มีส่วนร่วม

2 ก.พ. 2568 - 12:06

  • ‘ไอติม’ เสนอเพิ่ม 3 ข้อ ยก ‘ลต.ท้องถิ่น’ ให้ ‘ปชช.’ มีส่วนร่วม

  • ให้ ‘ จัดการเลือกตั้งพร้อมกัน - เปิดให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามที่อยู่อาศัยจริง - เพิ่มสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า’

The_People_s_Party_proposes_to_develop_local_elections_SPACEBAR_Hero_b7315bce03.jpg

โฆษกพรรคประชาชน อธิบายว่า ผมเชื่อว่าเป้าหมายหนึ่งที่ทุกคนอยากเห็นร่วมกัน (ไม่ว่าจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนผู้สมัครหรือกลุ่มการเมืองใด) คือการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านกลไกการเลือกตั้งท้องถิ่น 

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา สัดส่วนการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น มักจะต่ำกว่าสัดส่วนการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. เสมอ (เลือกตั้ง สส. 2566 = 75.7% | เลือกตั้ง สส. 2562 = 74.7% | เลือกตั้ง อบจ. 2563 = 62.9% | เลือกตั้ง อบจ. 2568 = (ยังรอตัวเลขจาก กกต. แต่คาดว่าน้อยกว่าปี 2563) )  

สัปดาห์นี้ ทาง กมธ. พัฒนาการเมืองฯ จะมีการรับรองรายงานของ อนุกมธ. ที่ทำงานอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือน เพื่อจัดทำข้อเสนอในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านกลไกการเลือกตั้งท้องถิ่น รวมถึง 3 ข้อเสนอที่ผมเห็นว่ามีบทบาทสำคัญมากในการอำนวยความสะดวกและเพิ่มการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน 

1\. จัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ‘พร้อมกัน’ ทุกฝ่าย-ทุกพื้นที่-ทุกระดับ (วันมหกรรมเลือกตั้งท้องถิ่นทุก 4 ปี) 

2\. เปิดให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามที่อยู่อาศัยจริง แทนที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน 

3\. เพิ่มสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เหมือนการเลือกตั้ง สส. ทั่วไป 

จัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ‘พร้อมกัน’ ทุกฝ่าย-ทุกพื้นที่-ทุกระดับ (วันมหกรรมเลือกตั้งท้องถิ่นทุก 4 ปี)  

การจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ‘พร้อมกัน’ มีอยู่ 3 มิติหลัก 

\- 1. พร้อมกัน ‘ทุกฝ่าย’ - ในพื้นที่แห่งหนึ่ง การเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น เกิดขึ้นในวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภา (เช่น การเลือกตั้ง นายก อบจ. กับ ส.อบจ. ในท้องถิ่นแห่งหนึ่ง เกิดขึ้นในวันเดียวกัน) 

\- 2. พร้อมกัน ‘ทุกพื้นที่’ - การเลือกตั้งท้องถิ่นระดับเดียวกัน เกิดขึ้นในวันเดียวกันทั่วประเทศ (เช่น การเลือกตั้ง อบจ. ในทุกจังหวัด เกิดขึ้นในวันเดียวกัน) 

\- 3. พร้อมกัน ‘ทุกระดับ’ \- การเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับเกิดขึ้นในวันเดียวกัน (เช่น การเลือกตั้ง อบจ. เทศบาล อบต. กทม. เมืองพัทยา เกิดขึ้นในวันเดียวกัน) 

หากทำสำเร็จ จะหมายว่าทุกๆ 4 ปี (เช่น 2568 / 2572 / 2576) ประเทศเราจะมี 1 วันที่เป็นเสมือน 'วันมหกรรมเลือกตั้งท้องถิ่น' (Super Local Election Day) ที่ประชาชนจะได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นกันทุกฝ่าย-ทุกพื้นที่-ทุกระดับ อาทิ คนใน อบต.ดอน นครราชสีมา จะได้มีสิทธิเลือก 4 อย่าง (นายก อบต. ดอน / ส.อบต. ดอน / นายก อบจ. นครราชสีมา / ส.อบจ. นครราชสีมา) - คนในเทศบาลเมืองคูคต ปทุมธานี จะได้มีสิทธิเลือก 4 อย่าง (นายกเทศมนตรีเมืองคูคต / สท. เมืองคูคต / นายก อบจ. ปทุมธานี / สจ. ปทุมธานี) - และคน กทม. จะได้มีสิทธิเลือก 2 อย่าง (ผู้ว่า กทม. / สก.) 

ประโยชน์ที่ได้ 

  • ประชาชนสามารถออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งได้หลายด้านในคราวเดียวกัน 
  • ผู้จัดการเลือกตั้งสามารถประหยัดงบประมาณได้จากการจัดการเลือกตั้งหลายด้านรวมกัน และสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น (เช่น การเปิดให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต) 
  • ผู้สมัครรับเลือกตั้งสามารถวางแผนล่วงหน้าได้ทัดเทียมกันสำหรับการรณรงค์เลือกตั้ง (แทนที่จะเปิดช่องให้ผู้บริหารในตำแหน่งช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง โดยอาศัยการลาออกก่อนครบวาระ) 
  • ผู้บริหารท้องถิ่นสามารถเชื่อมโยงแผนพัฒนาแต่ละพื้นที่ให้สอดรับกัน 
  • สื่อมวลชนสามารถวางแผนการประชาสัมพันธ์และการสร้างความตื่นตัวเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ง่ายขึ้น 

แนวทางคลายข้อกังวล : โจทย์สำคัญที่จะทำให้ข้อเสนอดังกล่าวเป็นจริงได้ คือการหาทางออกว่าจะทำอย่างไรให้วาระของท้องถิ่นทุกฝ่าย-ทุกพื้นที่-ทุกระดับ ‘ลงล็อก 4 ปี’ ตรงกัน แม้ในกรณีที่ผู้บริหารหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหลุดจากตำแหน่งก่อนครบวาระ เช่น 

  • กรณีผู้บริหารท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ (เช่น เสียชีวิต 2.5 ปี หลังเข้ามาดำรงตำแหน่ง): ทางเลือกหนึ่งคือการกำหนดให้มีคนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนใน 1.5 ปีที่เหลือ (เช่น ให้สภาท้องถิ่นเลือก หรือ ให้นายกฯมีการระบุรองนายกฯ ลำดับที่ 1-2-3 มาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง) / อีกทางเลือกหนึ่งคือการกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่แต่ไม่นับวาระ 4 ปีใหม่ โดยให้ผู้บริหารที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่มีวาระแค่ 1.5 ปีที่เหลือ 
  • กรณีมีการยุบสภาท้องถิ่น (เช่น ยุบสภา 2.5 ปี หลังเข้ามาทำหน้าที่): ทางเลือกหนึ่งคือการให้ผู้บริหารพ้นจากตำแหน่งพร้อมกับการยุบสภา (เพื่อให้วาระยัง 'ลงล็อก' กันระหว่างแต่ละฝ่าย) และกำหนดให้ผู้บริหารและสภาชุดใหม่มีวาระแค่ 1.5 ปีที่เหลือ (เพื่อให้วาระยัง 'ลงล็อก' กันกับพื้นที่อื่น) 

เปิดให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามที่อยู่อาศัยจริง แทนที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน 

สิทธิการเลือกตั้งตามที่อยู่อาศัยจริง หมายถึงการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนที่ทำงาน-เรียน-ใช้ชีวิตในพื้นที่หนึ่งมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง (เช่น 2 ปีขึ้นไป) แต่ยังไม่ได้ย้ายที่อยู่ตามทะเบียนบ้านเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว (เช่น เพราะเช่าที่พักอาศัยอยู่) สามารถเลือกลงทะเบียนพร้อมหลักฐานเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นในพื้นที่ตามที่อยู่อาศัยจริง แทนพื้นที่ตามที่อยู่ตามทะเบียนบ้านได้ (เช่น คนที่มีทะเบียนบ้านที่ ก. แต่ทำงาน-เรียน-ใช้ชีวิตที่ ข. สามารถลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นที่ ข. แทนที่ ก. ได้) 

ประโยชน์ที่ได้:  

  • ทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากนโยบายของท้องถิ่นในพื้นที่ที่ตนเองอาศัย มีสิทธิในการเลือกผู้บริหารและสมาชิกสภาของท้องถิ่นดังกล่าว 
  • เพิ่มการออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งท้องถิ่น เนื่องจากประชาชนที่ย้ายถิ่นฐานอาจมีความสะดวกและความสนใจในการใช้สิทธิออกเสียงในพื้นที่ที่ตนอาศัยอยู่ มากกว่าในพื้นที่ของที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน 

แนวทางคลายข้อกังวล: แน่นอนว่าการบริหารจัดการระบบลงทะเบียนอาจมีความซับซ้อนอยู่บ้าง โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้บุคคลหนึ่งมีสิทธิ 'ซ้ำ' (เช่น ปีหนึ่งเลือกตั้งในท้องถิ่นที่ตนอาศัย และปีถัดไปเลือกตั้งในท้องถิ่นที่ตนมีทะเบียนบ้าน) แต่การบริหารจัดการทั้งหมดจะเรียบง่ายขึ้นมาก หากเราดำเนินการตามข้อเสนอที่ 1 ในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น 'พร้อมกัน' ทุกฝ่าย-ทุกพื้นที่-ทุกระดับ 

เพิ่มสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เหมือนการเลือกตั้ง สส. ทั่วไป 

สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เป็นสิทธิที่ถูกรับรองในการเลือกตั้ง สส. ทั่วไป แต่ยังไม่ถูกรับรองในการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท 

  • เลือกตั้งล่วงหน้า 'ในเขตเลือกตั้ง' (เช่น คนที่มีทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้ง ก. สามารถไปเลือกที่หน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง ก. ในวันอื่นก่อนวันเลือกตั้งได้) 
  • เลือกตั้งล่วงหน้า 'นอกเขตเลือกตั้ง' (เช่น คนที่มีทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้ง ก. สามารถไปเลือกที่หน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งอื่นภายในประเทศ ในวันอื่นก่อนวันเลือกตั้งได้) 
  • เลือกตั้งล่วงหน้า 'นอกราชอาณาจักร' (เช่น คนที่มีทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้ง ก. สามารถไปเลือกที่หน่วยเลือกตั้งในประเทศอื่น ในวันอื่นก่อนวันเลือกตั้งได้) 

ประโยชน์ที่ได้: 

  • อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ไม่สะดวกไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้ง 
  • ประหยัดเวลาและงบประมาณในการเดินทางสำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่นอกเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิ 

แนวทางคลายข้อกังวล: แม้การจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าอาจนำไปสู่งบประมาณที่สูงขึ้นในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและนอกราชอาณาจักรซึ่งต้องมีการจัดสถานที่เลือกตั้งทั่วประเทศและนอกประเทศ และโดยเฉพาะบริบทปัจจุบันที่การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันแต่กระจายตัวไปในทุกๆเดือนหรือทุกๆสัปดาห์ แต่หากเราดำเนินการตามข้อเสนอที่ 1 ในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ‘พร้อมกัน’ ทุกฝ่าย-ทุกพื้นที่-ทุกระดับ การบริหารจัดการเรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้าสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น จะเรียบง่ายเท่ากับการเลือกตั้งทั่วไป สส. (ซึ่งมีการเลือกตั้งล่วงหน้าอยู่แล้ว) 

ความจริงแล้ว นอกจาก 3 ข้อเสนอนี้ ยังมีข้อเสนออื่นๆในรายงานที่ กกต. สามารถพิจารณาได้เลยภายใต้ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตนเอง (เช่น การเปิดให้มีการเลือกตั้งด้วยวิธีอื่น (เช่น ไปรษณีย์) / การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันอาทิตย์) แม้การปรับปรุงกฎหมายบางส่วนอาจช่วยลดดุลพินิจของ กกต. ลงได้ 

แต่สำหรับผมแล้ว 3 ข้อเสนอนี้ เป็น ‘ข้อเสนอหลัก’ ที่ผมเห็นว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งท้องถิ่น และล้วนเป็นข้อเสนอที่ต้องอาศัยพลังและความร่วมมือของ สส. ในสภาผู้แทนราษฎร ในการเสนอและผลักดันการแก้ไขกฎหมาย (ทั้ง พ.ร.บ. เลือกตั้งท้องถิ่น 2562 และ พ.ร.บ. จัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับต่างๆ) 

ในลำดับถัดไป รายงานและข้อเสนอทั้งหมดของ กมธ. พัฒนาการเมืองฯ จะถูกรับรองในการประชุม กมธ. สัปดาห์นี้ เพื่อนำเสนอต่อสภาฯ (คาดว่าภายในเดือนนี้) - หลังจากนั้น จะขึ้นอยู่กับแต่ละพรรคการเมืองแล้วว่าจะมีการเสนอร่างกฎหมายที่สอดรับหรือสอดคล้องกับข้อเสนอในรายงานหรือไม่ / แต่สำหรับพรรคประชาชน เราเตรียมเสนอแน่นอนครับ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์