ยังตรวจสอบเงินบริจาค ‘ภูมิใจไทย’ ไม่เสร็จ

20 ม.ค. 2567 - 13:18

  • ‘เลขา กกต.’ เผย อนุฯตรวจสอบเงินบริจาค ‘ภูมิใจไทย’ ยังไม่เสร็จ บอกหากไม่ทันพร้อมยืดเวลา - ชี้ 3 องค์ประกอบเข้าข่ายยุบพรรค ย้ำต้องเป็นไปตามกฏหมาย

  • ระบุ ไม่ขอออกความเห็นฟันถูกผิด แหล่งที่มาเงินดิจิทัลวอลเล็ตไม่ตรงปก หลังรายงานป.ป.ช.หลุด ชี้ ทุกรัฐบาลไม่ทำครบตามนโยบายหาเสียงไว้ บอก มีอำนาจพิจารณาเพียงข้อกฎหมาย

  • ยืนยันการแจกใบแดงเป็นไปตามไทมไลน์เลือกตั้ง สส. ย้ำพร้อมจัดเลือกตั้งซ่อม-ประชามติ-เลือก สว.

not_finish_yet_examine_donation_bhumjaithai_SPACEBAR_Hero_59dae0db88.jpg

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสั่งให้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ขาดจากความเป็นรัฐมนตรี จากเหตุมีหลักฐานชี้ชัดว่าให้นอมินีถือหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ จะกระทบกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ว่า ตนเห็นตามข่าวว่าจะมีผู้มายื่นให้ตรวจสอบ แต่ก่อนหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้มายื่นเรื่องให้ตรวจสอบการบริจาคเงินของบุคคลและบริษัทที่เกี่ยวข้องให้พรรคภูมิใจไทยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ยืนยันว่าต้องเป็นไปตามกฏหมายและข้อเท็จจริง เพราะวันนี้ทราบแต่เพียงว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้นายศักดิ์สยาม พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ต้องดูคำร้องของผู้ยื่นให้ตรวจสอบ ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร 

แสวง กล่าวว่า ในข้อกฎหมายเรื่องการเงินของพรรคอันเป็นเหตุให้ยุบพรรคนั้น ต้องมี 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.วิธีการที่พรรคได้รับเงิน ต้องเป็นไปตามกฏหมายกำหนด เช่นการบริจาคหรือระดมทุน 2.ผู้ให้ที่เป็นบุคคลหรือนิติบุคคล ต้องมีคุณสมบัติและไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามกฏหมายพรรคการเมือง 3.แหล่งที่มาของเงินต้องชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งในส่วนแหล่งที่มา กกต.ไม่ได้เป็นผู้วินิจฉัย แต่จะมีหน่วยงานอื่นเป็นผู้วินิจฉัย เพราะฉะนั้นหากเงินไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ต้องให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ชี้ขาด แต่ กกต.จะนำผลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณา ว่ามีเหตุให้ยุบพรรคหรือไม่ ซึ่งการจะยุบพรรคนั้น ต้องมีองค์ประกอบเหล่านี้ 

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เคยยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบการบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทย โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องในบริษัทดังกล่าวนั้น แสวง กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนายทะเบียนพรรคการเมือง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานมา และจะให้มีการขยายเวลาหากตรวจสอบไม่ทัน พร้อมปฏิเสธตอบความเห็นส่วนตัวว่าเรื่องนี้เข้าข่ายหรือไม่ ขอรอข้อเท็จจริงก่อน

เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตของรัฐบาล ที่สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ให้ความเห็นว่า แหล่งที่มาของเงินเปลี่ยนไปโดยการออกพ.ร.บกู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า ส่วนตัวทราบเพียงแต่ในข่าวเท่านั้น ซึ่งกกต.ต้องทำไปตามกฎหมาย พร้อมกับระบุว่า ก่อนหาเสียงโครงการลักษณะนี้มีกว่า 756 โครงการ งบประมาณรวม 70 ล้านล้านล้านบาท ซึ่งขณะนั้นดูเพียงว่า ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ อย่างสัญญาว่าจะให้ หรือเข้าข่ายหลอกลวงหรือไม่ จริงหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากการใช้งบประมาณแผ่นดินหรือไม่ และอยู่ในอำนาจหน้าที่ที่จะทำหรือไม่ รวมไปถึงอยู่ในวิสัยที่จะทำหรือไม่ แต่ไม่ได้พิจารณาถึงว่าดีไม่ดี ซึ่งดีไม่ดีเป็นเรื่องของประชาชน เพราะพรรคให้ข้อมูลกับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งแล้ว กกต. จะพิจารณาเพียงข้อกฎหมาย เมื่อผ่านการเลือกตั้งเข้ามา ข้อเสนอแนะที่ว่า ไม่ตรงปก ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลมีโครงการที่หาเสียงไว้ บางครั้งก็ไม่ทำเลย บางครั้งก็ทำต่างจากที่หาเสียงไว้ ซึ่งกกต.ก็ต้องมาดูว่า กฎหมายให้เราทำได้แค่ไหน ต้องมาดูว่าการที่รัฐบาลทำเพียงบางส่วนของนโยบาย,ไม่ทำเลย หรือไม่ตรงผิดกฎหมายหรือไม่ พร้อมย้ำว่า กกต.ไม่สามารถทำเกินกว่ากฎหมายได้

แสวง ระบุว่า ส่วนตัวไม่สามารถตอบได้ว่าทางแหล่งที่มาของเงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ผิดจากที่หาเสียงไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ ก่อนที่จะกล่าวย้ำว่า ในชั้นการพิจารณาของกกต.จะพิจารณาเพียงการใช้เงินจากที่ใด แหล่งเงินมาจากไหน สิ่งที่ทำอยู่ในอำนาจหน้าที่หรือไม่ แต่เมื่อมีคนมาร้องก็ต้องพิจารณาว่า อำนาจของกกต. กฎหมายให้อำนาจแค่ไหน 

เมื่อถามว่ากกต.จะส่งความเห็นไปยังรัฐบาลหรือไม่ แสวง ยืนยันว่ากกต.ไม่มีหน้าที่วินิจฉัย หรือให้ความเห็น ต้องมีข้อเท็จจริงทางกฎหมาย แล้วจึงจะวินิจฉัยไม่สามารถให้ความเห็นก่อนได้

แสวง ยังกล่าวถึงการแจกใบแดงของ กกต.ในข่วงนี้ที่เกิดขึ้นหลายเขต โดยยืนยันว่า เป็นไปตามอำนาจหน้าที่และไทม์ไลน์หลังการเลือกตั้ง เมื่อมีผู้ร้องและตรวจสอบจนถึงกระบวนการพิจารณาให้ใบแดง ทั้งนี้จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาตัดสินว่าจะผิดตามที่ กกต.ยื่นไปหรือใม่ ซึ่งอาจต้องใช้เวลา ทั้งนี้หากศาลตัดสินว่าให้มีการเลือกตั้งซ่อมใหม่ในเขตพื้นที่นั้นๆ กกต.ก็มีความพร้อม ไม่ต้องกังวล เพราะ กกต. มีปฏิทินการดำเนินงานแต่ละการเลือกตั้งอยู่แล้ว เช่นเดียวกับปฏิทินงานทำประชามติ รวมถึงการการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ที่จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้   

แสวง ยังย้ำถึงเรื่องการจัดทำประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญว่าอยู่ที่การส่งสัญญาณของรัฐบาลว่าจะให้ทำเมื่อได  ซึ่ง กกต.ก็มีความพร้อม ไม่ว่าจะมาเมื่อใด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์