‘ตัวแทนสื่อฯ’ บุกสภาฯ! ร้องสอบปมตำรวจปราบม็อบป่วน ‘เอเปค’ ทำนักข่าวถูกลูกหลง

24 พ.ย. 2565 - 15:43

  • ‘ตัวแทนนักข่าว’ โร่ร้อง ‘กมธ.พัฒนาการเมืองฯ’

  • สอบ ‘ตำรวจ’ สลายชุมนุม ‘ม็อบหยุดเอเปค 2022’ ทำนักข่าวถูกลูกหลงบาดเจ็บ

  • จี้ 4 ข้อต้องรับผิดชอบ

Online_media_submitted_case_to_investigate_police_cracking_down_APEC_protest_mob_SPACEBAR_Thumbnail_cbd2ed4c57.jpeg
พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์ บรรณาธิการอาวุโสสำนักข่าวออนไลน์ The MATTER ในฐานะตัวแทนสื่อมวลชนที่ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมม็อบ ‘ราษฎรหยุดเอเปค 2022’ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ยื่นหนังสือต่อณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้มีการตรวจสอบกระบวนการการจัดการของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ในการสลายการชุมนุมวันดังกล่าว 

ณัฐชา กล่าวว่า มีการทำให้ผู้สื่อข่าวได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม เบื้องต้น มีข้อมูลเป็นนักข่าวจากเดอะเมทเทอร์ ช่างภาพจากท็อปนิวส์ นักข่าวจากประชาไท และช่างภาพจากรอยเตอร์ ซึ่งทั้ง 4 คน ได้รับผลกระทบจากการไปทำข่าวเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ซึ่งสื่อมวลชนควรจะได้รับพื้นที่ที่ปลอดภัย ส่วนวันนี้ (24 พ.ย. 2565) กมธ.ได้บรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุม รวบรวมหลักฐาน และจะเรียกสอบเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป 

ด้าน พงศ์พิพัฒน์ ได้ตั้งข้อสงสัยถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ว่าเกินกว่าเหตุหรือไม่ โดยอ้างไปถึงคำสั่งของศาลแพ่ง ที่ให้การสลายการชุมนุมต้องทำไปโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสื่อมวลชน

“การสลายการชุมนุมวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หากใครได้ลงไปทำข่าววันนั้นจะรู้ว่าค่อนข้างรุนแรง และหลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่าเกินกว่าเหตุไปหรือไม่ ทั้งที่สมาคมนักข่าวได้เคยหารือกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รวมถึงโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อหาข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน มองว่าสื่อมวลชนลงพื้นที่ไปทำข่าวก็เหมือนกับการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ ซึ่งในปีก่อนเคยมีคำสั่งของศาลแพ่งที่ให้การสลายการชุมนุมต้องทำไปโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสื่อมวลชน แต่ปรากฏว่าการสลายการชุมนุมในเหตุการณ์ดังกล่าว มีสื่อหลายสำนักได้รับบาดเจ็บ จึงมีข้อสงสัยว่าเป็นไปตามการปฎิบัติตามคำสั่งของศาลแพ่งหรือไม่ รวมถึงมีคนไม่เชื่อว่าเป็นพฤติกรรมของตำรวจในลักษณะตัวบุคคล แต่เป็นเชิงนโยบาย เชิงคำสั่งหรือไม่” พงศ์พิพัฒน์ กล่าว   

พร้อมกันนี้ พงศ์พิพัฒน์ ได้มีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ได้แก่

1. ขอให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์วันดังกล่าวว่า เหตุใดตำรวจ คฝ. จึงสลายการชุมนุมอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้ประชาชนรวมถึงสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจขัดกับคำสั่งของศาลแพ่งในคดีกระสุนยาง และใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ 

2. ขอให้เรียกผู้เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บัญชาการเหตุการณ์ในวันดังกล่าว มาชี้แจงถึงรายละเอียดปฏิบัติการในวันที่ 18 พฤศจิกายน และวิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอยในอนาคต 

3. ขอให้เรียกเอกสารที่มีข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุสลายการชุมนุมในวันที่ 18 พฤศจิกายน ทั้งจำนวนกำลังพล นโยบายในการควบคุมและสลายการชุมนุม เครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ จำนวนกระสุนยางที่เบิกมา-ใช้ไป และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

4. ขอให้เรียกเอกสารที่มีข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือตรวจสอบความรับผิดชอบทางวินัยต่อข้าราชการตำรวจที่มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมซึ่งทำให้ประชาชนหรือสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตำรวจนครบาล ตั้งแต่ปี 2563, จนถึงเหตุการณ์วันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 รวมถึงเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 

“เราเชื่อว่าตำรวจดีกว่านี้ได้ครับ เราอยากให้การทำงานของตำรวจมีมาตรฐาน มีความรับผิดชอบ โอเค มันอาจจะมีหลุดไปบ้าง แต่คุณตรวจสอบการทำงานภายในเพื่อยกระดับให้มันดีขึ้นได้หรือเปล่า และเราไม่ใช่ผู้ชุมนุม เราไปปฏิบัติหน้าที่ ได้รับผลกระทบ ทั้งที่จริงๆ เรามีข้อตกลงร่วมกัน” พงศ์พิพัฒน์ กล่าว 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์