เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ชี้แจงเรื่องการขยายเวลาเปิดสถานบริการถึง 04.00 น. ภายหลังหารือกับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยจะเป็นการนำร่องในพื้นที่ กทม., เชียงใหม่, ชลบุรี และ ภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดหลัก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
ตรงนี้มีนัยยะสำคัญหลายๆ นัยยะ เช่น นักท่องเที่ยวที่มาจากต่างประเทศ เขาไม่ได้ทานข้าวเร็วเหมือนเรา บางคนทานข้าวตั้งแต่ 3-4 ทุ่ม ก็มี หากสถานบริการปิดเที่ยงคืนหรือตี 2 เขาก็ต้องมาเร่งเพื่อกินข้าวให้เสร็จเร็ว จำนวนอาหารที่จะสั่งก็จะน้อยลง เราไม่ได้เน้นเปิดสถานบริการอย่างเดียว เพราะถ้าระยะเวลาน้อย การใช้จ่ายเงินก็น้อยลงไป ก็เป็นเรื่องการขยายระยะเวลา

ส่วนกระทรวงมหาดไทยจะดูแลเรื่องของโซนนิ่ง ใบอนุญาตต่างๆ ที่จะทยอยตามมา ซึ่งเดดไลน์ (กำหนด) ที่วางไว้เป็นวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่จะตามมา ได้สั่งการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลประชาชน ซึ่งต้องทำความเข้าใจกับนโยบายนี้ ในเรื่องที่อาจมีเสียงรบกวน เรื่องของการเมาไม่ขับ ไปจนถึงติดกล้อง CCTV ให้มากขึ้น ส่วนเรื่องปัญหายาเสพติด จะต้องมีการตรวจค้นอย่างเข้มข้นต่อไป ทั้งนี้ สำหรับระยะเวลาการเปิดถึงตี 4 นั้นแล้วแต่เขตพื้นที่ และต้องเป็นไปตามกฎหมายด้วย
การเปิดตีถึงตี 4 เบื้องต้น จะให้เป็นชั่วคราวก่อน เพราะอาจจะมีการเปลี่ยนโซนนิ่ง และการปรับเปลี่ยนกฎหมายอะไรหลายๆ อย่าง ยืนยันว่าเป็นการจัดโซน ไม่ใช่ทั่วประเทศ ซึ่งการดำเนินการก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย และทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ให้ความมั่นใจว่า ถ้าเป็นนโยบายของรัฐบาล กำลังพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะสามารถบริหารจัดการได้
นายกฯ กล่าวด้วยว่า สำหรับการเปิดบริการถึงตี 4 ยังไม่มีการคำนวณจำนวนเม็ดเงินที่จะเข้ามาว่า จะได้เท่าไหร่ ส่วนใน กทม. จะเป็นการจัดโซน ไม่ได้เปิดทั้งหมด

ยัน 'คิดกันมาดีแล้ว' ให้เปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 หวังกระตุ้นท่องเที่ยว ชี้ต้องจัดโซน สั่ง 'ตร.-มท.' เตรียมแผนรับมือปัญหาอาชญากรรมตามมา
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในการประชุมหารือแผนบูรณาการการท่องเที่ยว เรื่องการเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวย้ำว่า เป็นนโยบายหลักของรัฐบาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และกระทรวงมหาดไทย ล้วนมีส่วนผลักดัน และเราให้ความสำคัญมาโดยตลอด เห็นได้จากนโยบายด้านการท่องเที่ยว แทบจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัปดาห์เว้นสัปดาห์
เรื่องของการเปิดสถานบริการถึงตี 4 นี้ ยืนยันว่า เราก็คิดกันมาดีแล้ว เราได้พูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงด้วย และ เห็นว่าเป็นประเด็นที่ ความจริงแล้วมันก็มีการกระทำกันอยู่ ลักลอบกันทำอยู่บ้างแล้ว เราก็ทำให้มันถูกต้องตามกฎหมายก็แล้วกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องดูเรื่องโซนนิ่ง ว่าเขตไหนเหมาะสมที่จะทำหรือไม่ ทำอย่างไร
ส่วนเรื่องผลดีของนโยบายดังกล่าว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงไม่ต้องพูดกันอยู่แล้ว เพราะเรื่องการเสริมสร้างรายได้ให้กับประชาชน กระตุ้นการท่องเที่ยว แต่เรื่องผลกระทบที่จะตามมา เรื่องของปัญหาอาชญากรรมหรือความไม่สบายใจของเพื่อนบ้าน เรื่องเมาไม่ขับ หรือปัญหายาเสพติดที่จะตามมาเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ ก็ขอให้พวกเราดูกันให้ครบทั้งหมดในทุกเรื่อง

‘อนุทิน’ รับลูกออก ‘กฎกระทรวง’ ขยายเวลาเปิดสถานบริการ ลั่น! จนท.ทำผิดไม่มีเว้น แต่ต้องตรวจให้ชัด
อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า ขณะนี้มีรายละเอียดประเภทของสถานบริการ ทั้งสถานบริการที่ได้รับอนุญาตและอยู่ในโซนนิ่งอยู่แล้ว ซึ่งจะเปิดให้ถึง 04.00 น. กับร้านอาหารคล้ายสถานบริการ ที่ปิด 24.00 น. ซึ่งจะหาทางให้เปิดได้ถึง 02.00 น. เพื่อให้ทำมาหากิน แต่ขณะนี้ กฎหมายอนุญาตให้ขายแอลกอฮอล์ได้ถึง 24.00 น. ตรงนี้จะพยายามให้นั่งสบายๆ ช่วง 24.00 น. ถึง 02.00 น. แต่ไม่สามารถเล่นดนตรีได้ เพียงแต่ขยายเวลาให้นั่งได้
สำหรับร้านที่ไม่มีใบอนุญาต แต่เปิดเกินเวลา ก็จะเข้าลักษณะร้านอาหาร ถ้าไม่ขายแอลกอฮอล์ ไม่มีดนตรี จะเปิดถึงเช้า ก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้าขายแอลกอฮอล์ ก็จะได้ถึงแค่เที่ยงคืน ที่จะขยายเวลาเพราะเราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ ถ้าผู้ประกอบการสามารถขายอาหารเพิ่มได้ ก็จะมีการจ้างงาน ทำให้มีรายได้เพิ่ม ส่วนการจัดโซนนิ่งในพื้นที่ท่องเที่ยว นายกฯ ก็ระบุต้องดูด้วย พราะนักท่องเที่ยวกินข้าวเย็นกัน 22.00 น. ถ้าจำกัดเวลาแค่ 24.00 น. ก็จะสั่งอาหารได้น้อย หากขยายเวลาแล้วอยู่ในโซนนิ่ง มีการควบคุม มีใบอนุญาตถูกต้อง ก็เปิดได้ ซึ่งอาจไม่ทั้งหมด เพราะมีกฎหมายกำกับไว้ แต่จะพยายามคลายให้มากที่สุด โดยกระทรวงมหาดไทย รับบัญชาจากนายกฯและคุยกับตำรวจแล้ว จะทำร่างประกาศกระทรวงให้สอดคล้องกัน ซึ่งกฎกระทรวง ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบและประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับ

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอออกเป็น พ.ร.บ.ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถประกาศพื้นที่โซนนิ่งและเวลาเปิด-ปิด ซึ่งตนเองเห็นด้วย เพราะหากจะขอขยายเวลาปิด-เปิดแล้ว ต้องไปถึงขั้นแก้กฎหมาย จะทำให้การกระตุ้นเศรษฐกิจหรือการท่องเที่ยวลำบาก
สำหรับกรณีมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอยู่ในสถานบันเทิงที่เปิดเกินเวลาใน จ.เชียงใหม่ อนุทิน ชี้แจงว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดก็ตาม หากไม่ได้เข้าไปเพื่อปฏิบัติงาน เช่น ไปสืบหรือหาข่าว ถ้าไปแบบเฮฮาก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งอธิบดีกรมการปกครองก็ต้องดำเนินการ แต่ทั้งหมดต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเข้าไปทำอะไร ยืนยันว่า กฎหมายต้องเท่าเทียมกันทุกคนไม่ต้องกังวล

ส่วนหากขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง อำนาจในการตรวจสอบจะอยู่ที่ฝ่ายปกครอง เป็นผู้เข้าไปดูแลใช่หรือไม่นั้น อนุทิน ยืนยันว่า ฝ่ายปกครองจะเป็นผู้ดูแล และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องดูแล แต่กรณีที่เกิดขึ้น ได้หารือกับ ผบ.ตร. อธิบดีกรมการปกครอง จะร่วมกันโดยมีชุดเฉพาะกิจร่วมปฏิบัติงานด้วยทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา, เกิดการกลั่นแกล้งใคร หรือแย่งชิงกันทำงานเอาหน้าเอาตา เพื่อให้อีกฝ่ายเดือดร้อน ปัญหาจะได้หมดไป เพราะถึงอย่างไรต้องทำงานด้วยกัน อีกทั้งในระดับบนและผู้บริหารทุกคนมีความสัมพันธ์ที่ดีกันอย่างมาก
เมื่อผมพูดคุยกับ ผบ.ตร. ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี ขณะที่มหาดไทยก็จะให้ความร่วมมือเต็มที่ จากนี้ไป ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะประสานงานและร่วมมือกันจัดระเบียบเพื่อให้สังคมสงบเรียบร้อย




