รอคลอด ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ เสียโอกาสพยุงเศรษฐกิจ?

9 ก.พ. 2567 - 14:01

  • ‘รมช.คลัง’ ย้ำเดินหน้า ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ กระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ไม่ใช่หยอดน้ำข้าวต้ม

  • คาดได้นำเข้าที่ประชุม 15 ก.พ.นี้ พร้อมตั้งอนุกรรมการป้องทุจริต-รับฟังความเห็นสังคม

  • อ้างเอกสารความเห็น ป.ป.ช. ยังไม่ถึงมือรัฐบาล แต่รับทราบข้อห่วงใยแล้ว

  • ‘ก้าวไกล’ แซะรัฐบาล เอาแต่จดจ่อรอคลอด ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ เสียโอกาสพยุงเศรษฐกิจ

Opinions_on_digital_wallets_of_the_government_and_the_opposition_SPACEBAR_Hero_5b2f171997.jpg

ภายหลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยอย่างเป็นทางการถึง “8 ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลกรณี การเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต” เราจึงเริ่มเห็นการขยับเขยื้อน หรือปฏิกิริยาออกมาจากฝั่งรัฐบาลเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ 8 ข้อเสนอแนะฯ นั้น จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง อ้างว่า ยังไม่มีเอกสารส่งถึงอย่างเป็นทางการ แต่ได้เห็นรายละเอียดมีข้อห่วงใยบางประการ เช่น เรื่องขอบเขต กรอบอำนาจพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป.ป.ช. ตามมาตรา 32 ได้พูดถึงการที่สามารถให้ ป.ป.ช.สามารถทำข้อเสนอแนะเรื่องนโยบายได้ แต่เป็นเรื่องของการป้องกันทุจริต แต่เรื่องนี้เป็นการท้วงติงในลักษณะที่บางข้อเป็นอำนาจขอบเขตของรัฐบาล

เห็นเอกสารตามสื่อฯ แต่ยังไม่มีอย่างเป็นทางการ หากเป็นเช่นนั้นจริง เราคงจะนำเข้าไปในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายในครั้งหน้า นายกรัฐมนตรีได้ระบุวันมาแล้ว หากไม่มีการเปลี่ยนแปลง คือวันที่ 15 ก.พ.

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ทั้งนี้ กรอบงานยังเหมือนเดิมและเดินหน้าโครงการต่อไป โดยมีตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบการทุจริต รับฟังความเห็นในสังคม รวมถึงการเชื่อต่อกับระบบการเงินอื่นๆ เพื่อให้ตัวระบบมีความครอบคลุมมากขึ้น นอกจากนี้ หากเอกสารของ ป.ป.ช.เข้ามาทัน คงนำเข้ามาหารือในที่ประชุมด้วยเช่นกัน เพราะบางประเด็นอาจเป็นความไม่เข้าใจของ ป.ป.ช.ในเบื้องต้น หรืออาจได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน แต่เราก็ชี้แจงได้ เช่น เรื่องกลไกเปลี่ยนเป็นการกู้ เรื่องบล็อกเชน ที่ตอบง่ายมาก ซึ่งเป็นความเข้าใจที่แตกต่าง แต่สามารถชี้แจงได้ ส่วนเรื่องใดที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมเราจะหาหนทางชี้แจง ทำความเข้าใจต่อไป

ส่วนเรื่องความกังวลต่อความเห็นของ ป.ป.ช.ที่มีเรื่องของรายละเอียดนโยบายที่ไม่เหมือนกับเมื่อหาเสียง อาจเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ และถือเป็นหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น จุลพันธ์ ชี้แจงว่า นโยบายในอดีตที่ผ่านมารัฐบาลชุดก่อนหน้าแทบไม่มีเลย ตนก็ท้วงติง และอย่างน้อย เราทำตามที่เราบอกไว้ ถึงแม้รูปแบบจะเปลี่ยน หากไปอ้างถึงนโยบายของพรรคการเมือง ต้องเรียนว่า ตอนที่ทำนโยบายทุกนโยบายเมื่อเขียนส่งต่อ กกต.จะมีการกำหนดว่า ทั้งนี้ ขึ้นกับสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคม เพราะเมื่อความเหมะสมเปลี่ยนไป เรามีความจำเป็นต้องเปลี่ยน

นี่ไม่ใช่นโยบายของพรรคการเมือง เป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลประกอบขึ้นจากพรรคการเมืองหลายพรรค เมื่อมีการหารือตกลงกันแล้ว มีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เราจะยึดเอานโยบายพรรคใดพรรคหนึ่งทั้งหมดเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ต้องผสมผสานกันทั้งหมดเพื่อหาความลงตัวที่สุดและเดินหน้าได้

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

ส่วนกลุ่มเป้าหมายยังเป็นกลุ่มเดิมหรือไม่นั้น จุลพันธ์ ยืนยันว่า ยังคงเป็นกลุ่มเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง นโยบายนี้ที่ ป.ป.ช.ตั้งข้อเสนอแนะในข้อท้ายๆ ดูเหมือนจะนำเสนอว่าให้กลับไปใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งในขณะนี้ เปลี่ยนรัฐบาลแล้ว และเราเห็นชัดเจนว่ากลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ เป็นเพียงการรหยอดน้ำข้าวต้ม เราจึงต้องมีกลไกในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ออกมา ฉะนั้น แนวคิดในการทำนโยบาย แน่นอนว่าเป็นของรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีความรับผิดชอบต่อประชาชน

บางหน่วยงานไม่ต้องตอบรับเสียงสะท้อนต่อประชาชน หากเศรษฐกิจดำดิ่งหนักลงไปกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ คนรับผิดชอบคือรัฐบาล ซึ่งเราต้องแสดงความชัดเจนว่านโยบายที่ได้รับการแถลงต่อรัฐสภาแล้ว บรรจุเป็นนโยบายของรัฐ มีหน้าที่ที่ต้องเดินหน้าให้ได้ แต่แน่นอนว่าต้องทำภายใต้กรอบของกฎหมาย

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

เมื่อถามย้ำว่า ‘เงินดิจิทัลวอลเล็ต’ จะได้ใช้เร็วที่สุดเมื่อไหร่ จุลพันธ์ บอกว่า “ขออนุญาตไม่ตอบตรงนี้ เพราะถ้าบอกไปแล้ว เดี๋ยวจะเป็นการกะเกณฑ์แล้วไม่ถูกต้องจะไม่เป็นผลดี”

ส่วนในวันที่ 15 ก.พ. ที่มีการประชุม จะเป็นจุดชี้วัดว่าจะเดินหน้าโครงการต่อไปหรือไม่นั้น จุลพันธ์ บอกว่า “ผมคิดว่าเราชัดเจนว่าเราจะเดินหน้า ส่วนกรอบเวลารอให้สะเด็ดน้ำก่อน ให้ฝุ่นหายตลบก่อนแล้วจะเห็นชัดขึ้น”

เมื่อถามว่า มีความกังวลหรือไม่ว่าหากรัฐบาลเดินหน้าจะมีนักร้องไปร้องเรียน จุลพันธ์ ย้ำว่า “ประเทศไทยนักร้องเยอะอยู่แล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็มีคนร้อง แต่ถามว่าถ้าเป็นประโยชน์กับประชาชน ประชาชนต้องการให้เราเดินหน้านโยบายที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจลักษณะนี้ เราก็จะเดินหน้า และยืนยันว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ใช่การสงเคราะห์”

‘ก้าวไกล’ แซะเอาแต่จดจ่อรอคลอด ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ เสียโอกาสพยุงเศรษฐกิจ ทำโครงการอื่นสะดุด

ทางด้าน ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เผยถึงมุมมองต่อ 8 ข้อเสนอแนะ 8 ของ ป.ป.ช. ว่า เป็นมติของคณะกรรมการนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต น่าจะดีที่สุด หลังจากที่ว่างเว้นมาประมาณ 1 เดือน และสัปดาห์หน้าเราน่าจะได้ทราบความคืบหน้าอื่นๆ เพิ่มเติม หลังจากที่ชะงักงันกันมานาน ทั้งนี้ ไม่มีใครไม่เห็นด้วยว่าเศรษฐกิจขณะนี้ไม่ดี แต่จะเข้านิยามของวิกฤตสากลหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องมีการพูดคุยกัน แต่ที่แน่ๆ คือเศรษฐกิจไม่ดีเราจึงจำเป็นต้องมีมาตรการต่างๆ เข้ามาพยุงเศรษฐกิจให้สามารถกระเตื้องขึ้นมาได้

แต่การที่เราไปใจจดใจจ่ออยู่กับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอย่างเดียวนั้น อาจทำให้โครงการอื่นที่ต้องเกิดขึ้นแล้ว ณ วันนี้ โดยไม่ต้องรอไปถึงเดือน พ.ค. หรือไกลกว่านั้นต้องมาแล้ว เพื่อทำให้เศรษฐกิจมันฟื้นขึ้นมาได้ แต่เมื่อต้องมารอดิจิทัลวอลเล็ต จึงทำให้ทุกอย่างต้องดีเลย์ออกไป รวมถึงเสียโอกาสที่จะพยุงให้เศรษฐกิจฟื้นตัวให้เร็วขึ้นได้

ศิริกัญญา ตันสกุล

เมื่อถามถึงนิยามของคำว่า ‘วิกฤตเศรษฐกิจ’ ควรต้องให้จบใช่หรือไม่นั้น ศิริกัญญา มองว่า คณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต ที่มีองค์ประกอบมาจากทั้งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คณะกรรมการกฤษฎีกา น่าจะสามารถตกลงกันได้ว่า นิยามของวิกฤตเศรษฐกิจคืออะไร และสามารถที่จะบอกได้แล้ว ณ วันนั้น ว่าสามารถที่จะออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้กระทรวงการคลัง กู้เงินได้หรือไม่ และเป็นไปตามเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อตามที่กฤษฎีกาได้พูดไว้หรือไม่

‘รายงาน ป.ป.ช.’ คือสารตั้งต้นที่ดีของ ‘นักร้องเรียน’ ลั่นใช้วิธีการสภาฯ สกัดทุกทาง-แจงเหตุผลกับประชาชน

สำหรับประเด็นที่หากรัฐบาลเดินหน้าก็ดูเหมือนมีคนที่จ้องจะร้องเรียน มองว่าโครงการนี้น่าจะสะดุดหรือไม่ ศิริกัญญา ตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเตือนมาตั้งแต่ต้น หากเลือกทางนี้ ทางที่จะลุยไฟด้วยการออก ‘พ.ร.บ.เงินกู้’ ก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกร้องแน่นอน

แต่ไว้ใจได้ว่า พรรคก้าวไกลไม่ร้องแน่นอน เพราะเราไม่เห็นด้วยที่องค์กรอิสระจะเข้ามาแทรกแซงการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในลักษณะนี้ การที่จะมาบอกว่า ทำได้ หรือไม่ได้นั้น ก็ไม่ใช่จะใช่หน้าที่ขององค์กรอิสระ ให้เป็นหน้าที่สภาฯ ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจมากกว่าว่า เราจะให้โครงการนี้ผ่านหรือไม่ และแน่นอนว่าหากรัฐบาลใช้เสียงข้างมาก ก็น่าจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ แต่ดิฉันก็ห้ามไม่ได้จริงๆ ที่จะมีคนไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะรายงานของ ป.ป.ช.ที่น่าจะเป็นสารตั้งต้นสำหรับการเขียนคำร้องได้เป็นอย่างดี

ศิริกัญญา ตันสกุล

เมื่อถามย้ำว่า พรรคก้าวไกลจะไม่ร้อง แต่จะใช้วิธีการของสภาฯ ในการสกัดใช่หรือไม่ ศิริกัญญา ยอมรับว่า “ใช่ เราคงจะใช้วิธีการในสภาฯ ทุกวิถีทางในการที่จะสกัดโครงการนี้ และจะพูดเหตุผลในการที่เราสกัดให้ประชาชนได้รับทราบ”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์