ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) พร้อมด้วยนักรบเลือดสีน้ำเงินปกป้องราชบัลลังก์ นำโดย อานนท์ กลิ่นแก้ว ประธาน ศปปส. เข้ายื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภา โดยมี นายเจษ อนุกูลโภคารัตน์ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงาน ประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานประธานสภาฯ เป็นตัวแทนรับยื่นหนังสือ
อานนท์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย สส.พรรคก้าวไกล แถลงยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทําความผิดอันเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง ต่อประธานรัฐสภา
โดยทาง ศปปส.และกลุ่มนักรบเลือดสีน้ำเงินปกป้องราชบัลลังก์ ได้ฟังแถลงการณ์ดังกล่าว แล้วรู้สึกคลางแคลงใจสงสัยในรายละเอียดบางประการ อาทิ การนิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทําความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งหมายรวมถึงบุคคลซึ่งได้กระทําความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ม.112 ด้วยหรือไม่
เพราะในแถลงการณ์ดังกล่าวระบุแต่เพียงว่า “ไม่นิรโทษกรรมการกระทําผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113” นั่นย่อมให้เข้าใจได้ว่าบุคคลซึ่งได้กระทําความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในมาตราอื่นๆ อาทิ การกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะได้รับการนิรโทษกรรมตามร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ด้วยใช่หรือไม่

อานนท์ กล่าวต่อว่า นิยามของคําว่า ‘ผู้กระทําความผิดอันเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง’ ของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้คืออะไร
“พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ยังคลุมเครือระหว่าง ‘ผู้กระทําความผิดอันเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง’ และ ‘ผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ม.112’ ซึ่งต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจน ดังนั้นในความคลุมเครือไม่ชัดเจนในเรื่องของ ‘ผู้กระทําความผิดอันเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง’ ที่พรรคก้าวไกลบรรจุอยู่ในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับดังกล่าวอาจเหมารวมถึง ‘ผู้กระทําผิด เกี่ยวกับคดีมาตรา112’ เข้าไปด้วย ซึ่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อยู่ในลักษณะ 1 ความผิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หมวด 1” ประธาน ศปปส. กล่าว
ประธาน ศปปส. กล่าวอีกว่า คดีความมั่นคงไม่ใช่คดีทางการเมือง ในปัจจุบันนี้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวนี้เป็นอย่างมาก จะเห็นได้จากการจัดการชุมนุมในแต่ละครั้งตั้งแต่ปีพ.ศ.2563 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน มักที่จะอ้างว่าเป็นการออกมาเรียกร้องทางการเมือง แต่ทุกครั้งที่ขึ้นปราศรัยส่วนใหญ่แล้วจะปราศรัยหมิ่น จาบจ้วง ก้าวล่วงโจมตีใส่ร้าย กล่าวหาสถาบันต่างๆ นานา จึงเป็นที่มาของบรรดาผู้ชุมนุมที่ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษแจ้งความดําเนินคดี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
“ไม่ว่าจะเป็นแกนนํา และหรือผู้ชุมนุมที่ขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มต่างๆ ทั้งกลุ่มเยาวชนปลดแอก กลุ่มราษฎร กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มทะลุฟ้า กลุ่มทะลุวัง รวมไปถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) หลายๆ คนของพรรคก้าวไกล จึงเป็นข้อกังขา ข้อสงสัยและข้อสันนิษฐานว่า นี้หรือไม่ที่เป็นที่มาของการดันร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับดังกล่าว” อานนท์ กล่าว




