ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ณ ลานประชาชน อาคารรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้สภาฯ ยกเลิก MOU 2543-44 และปักหลักติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีการพิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาฯ พิจารณาบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding : MOU) ฉบับที่ 43 และฉบับที่ 44ระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา ที่ สส.พรรคภูมิใจไทยเสนอ เข้าสู่ช่วงบ่าย เป็นไปอย่างคึกคัก
มวลชนทยอยเดินทางเข้ามาร่วมกิจกรรมการชุมนุมต่อเนื่อง มีวิทยากรของทางกลุ่มเดินทางมาสมทบเพื่อสังเกตการณ์ และขึ้นปราศรัยในประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประเทศไทย และ เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านกฎหมายทอดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นต้น
จากนั้นในเวลาประมาณ 13.10 น. สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน อย่าง พรรคภูมิใจไทย นำโดย ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน นำโดย รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน รวมถึงตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย และพรรคเป็นธรรม เดินทางออกมารับหนังสือข้อเรียกร้องจากทางกลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ โดยมี แก้วสรร อติโพธิ นักกฎหมายอิสระ เป็นตัวแทนยื่นหนังสือ
โดย ไชยชนก กล่าวว่า “ผมอยากคุยในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งที่มีความรักในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพิ่งเข้ามาเป็นนักการเมืองสมัยแรก ได้เรียนรู้ได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่าง ในประสบการณ์ 2 ปีกว่าที่ผ่านมา เรียนตามตรงว่าผมเห็นไม่ต่างจากท่าน และมีความกังวลไม่ต่างจากท่าน ในเรื่องของวิกฤตต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญตอนนี้ ทั้ง เศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ ความมั่นคง และการเมือง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมได้เห็นภายใต้มรสุมวิกฤตเหล่านี้ที่ผมไม่เคยได้เห็นมาก่อน จึงอยากบอกและเตือนสติให้เป็นขวัญกำลังใจว่า ผมไม่เคยเห็นคนไทยมีความสามัคคี มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันขนาดนี้มาก่อน ดังนั้นไม่ว่ากระบวนการต่างๆ ระบบต่างๆ จะมีผลลัพธ์อย่างไร ขอให้ทุกคนยึดมั่นสามัคคีกันแบบนี้ต่อไป ผมเชื่อว่าเราจะผ่านได้ทุกวิกฤต เรื่อง MOU อาจเป็นเรื่องหนึ่ง หวังว่าคนไทยจะรวมพลังกันต่อไปแบบนี้เรื่อยๆ”
จากนั้น ไชยชนก ได้อ่านแถลงการณ์ของพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้มีการหยิบยกข้อมูลที่เกี่ยวเนื่องจาก MOU ปี 2543 และ MOU ปี 2544 ระหว่างไทยกับกัมพูชา มากล่าวถึงมากยิ่งขึ้น นับแต่มีการปะทะกัน และพบการเปิดเผยข้อมูลจากทางการไทยว่าทางฝั่งกัมพูชาละเมิด MOU มากกว่า 600 ครั้ง พรรคภูมิใจไทยได้ติดตามเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด ถึงแม้ในห้วงเวลาดังกล่าว สส.ของพรรคภูมิใจไทยได้ร่วมแรง ร่วมใจ ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนตามศูนย์อพยพใน 4 จังหวัด (บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี) มาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังติดตามสถานการณ์ในประเด็นดังกล่าวอยู่โดยตลอด โดยฝ่ายที่ต้องการยกเลิกมองว่า MOU ทั้งสองฉบับส่งผลกระทบต่อเขตแดน และปัจจุบัน ไทยกำลังเผชิญการรุกล้ำดินแดนอย่างชัดเจน ขณะที่ฝ่ายที่ต้องการคงไว้ให้เหตุผลว่าจำเป็นเพื่อรักษาช่องทางการเจรจาระหว่างประเทศ
MOU ปี 2543 เป็นบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดทำหลักเขตแดนทางบก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชายังมีข้อพิพาทคาราคาซัง ส่วน MOU ปี 2544 เกี่ยวข้องกับการแบ่งเขตทางทะเลที่อุดมด้วยทรัพยากรมหาศาล โดยเฉพาะแหล่งก๊าซธรรมชาติ พรรคภูมิใจไทยเห็นว่า หากแม้ในอนาคตจะยกเลิก MOU ปี 2543 และ MOU ปี 2544 ไทยและกัมพูชา ก็สามารถเจรจาทวิภาคีกันได้ ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้เหมาะสมที่สุดที่สภาผู้แทนราษฎรควรหยิบประเด็น MOU 43 และ 44 มาพิจารณาเพื่อนำไปสู่การยกเลิก
— ไชยชนก ชิดชอบ
โดยทางพรรคภูมิใจไทยได้ยื่นญัตติด่วนให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการยกเลิกที่ส่งผลกระทบน้อยที่สุด เมื่อกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาพิจารณามีข้อมูลครบถ้วนแล้ว เพื่อนำเสนอต่อสาธารณชน และขั้นตอนสุดท้าย ควรฟังเสียงประชาชน โดยการจัดทำประชามติ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและได้รับการยอมรับจากสังคมทั้งประเทศ
พรรคภูมิใจไทย ขอเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองพิจารณาสนับสนุนแนวทางการดำเนินการนี้เพื่อเป็นทางออกในการแก้ปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เรื่องของชาติบ้านเมืองอยู่เหนือการเมืองระหว่างพรรค อยู่เหนือการเมืองในประเทศ เรื่องของชาติบ้านเมืองคือการรวมใจ รักษาชาติสืบไป
— ไชยชนก ชิดชอบ

จากนั้น แก้วสรร เป็นตัวแทนกลุ่มฯ ยื่นข้อเสนอให้ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ และพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อขอให้พิจารณาเปิดอภิปรายโดยไม่มีการลงมติ เพื่อให้มีการอภิปรายในสภาฯ อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
ขณะที่ รังสิมันต์ ในฐานะตัวแทนพรรคประชาชน ก็ได้ขึ้นเวทีมารับข้อเรียกร้อง แต่ปรากฏว่ามวลชนด้านล่างเวทีมีการตะโกนด่าทอขึ้นมาเป็นระยะ ทางผู้ดำเนินงานรวมถึง แก้วสรร พยายามขอให้มวลชนอยู่ในความสงบ และชี้แจงว่า“เราเป็นอารยชน บนเส้นทางการต่อสู้ ปัญหาร่วมกัน เราต้องร่วมมือกัน”
จากนั้น รังสิมันต์ จึงกล่าวว่า “ผมถือว่าทุกคนที่มาที่นี่เป็นผู้รักชาติ ล้วนปรารถนาให้ประเทศชาติมีความมั่นคงสถาพร ผมทราบดีว่า ประชาชนมีความอึดอัด มีความเจ็บปวด และปรารถนาเห็นความเปลี่ยนแปลง ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน และสส.ของพรรค ก็อยากเห็นประเทศไทยทำทุกทางในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่ รังสิมันต์ กำลังพูดบนเวที ได้มีเสียงโห่ และการตะโกนด่าด้วยคำหยาบจากมวลชนด้านล่างเวทีขึ้นมาเป็นระยะๆ จน แก้วสรร ต้องปรามด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า “เขาให้เกียรติพวกเรา เราต้องให้เกียรติเขา หยุดโห่เดี๋ยวนี้”
จากนั้น รังสิมันต์ จึงกล่าวต่อว่า “ผมเชื่อว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความจริงใจของพรรคประชาชน ที่เราปรารถนาดีต่อประเทศชาติ ยืนยันว่าพรรคประชาชนเห็นถึงความต้องการของประชาชน เราพร้อมพูดคุยในเรื่อง MOU จุดยืนของพรรคประชาชน เราจะเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ ใช้เวลาไม่นาน และต้องมีข้อยุติ”
พี่น้องอาจไม่เชื่อพวกผม อาจไม่ไว้วางใจพวกผม นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องน้อมรับ เราในฐานะตัวแทนประชาชนต้องน้อมรับกับความรู้สึกของประชาชนให้ได้ ผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน จะใช้การทำงานเป็นเครื่องพิสูจน์ในการเอาชนะจิตใจของพวกท่านให้ได้ พรรคประชาชนเป็นพรรคการเมืองที่ไม่เคยมีประวัติในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น เราเป็นพรรคการเมืองที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ด้วยเกียรติของผม เมื่อครู่นี้เรามีการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ เราได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากทางกองทัพ และฝ่ายรัฐบาล เราพยายามเชื่อมร้อยเพื่อให้ผลประโยชน์ของประเทศเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ผมพูดตรงนี้ต่อประชาชนที่อาจครหาผม แต่นี่คือคำสัญญาของผมที่ผมจะยึดเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง ผมจะพิสูจน์ให้เห็น ผมจะชนะใจพวกท่านด้วยการทำงานของผม
— รังสิมันต์ โรม
ทั้งนี้ ในระหว่าง รังสิมันต์ กล่าวบนเวที ยังคงมีเสียงโห่ เสียงด่าจากมวลชนขึ้นมาเป็นระยะๆ แต่ไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายใดๆ เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังมี ไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 เป็นตัวแทนสภาฯ ออกมารับข้อเรียกร้องจากทางกลุ่มฯ เพื่อขอให้สภาฯ ดำเนินการพิจารณาญัตติด่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และเรียกร้องให้ยกเลิก MOU 43-44 กระตุ้นให้นักการเมืองทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของไทย รวมทั้ง ขอให้ แพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อีกด้วย




