พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่ รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล, ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรคประชาชน และ ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร สส.นครนายก พรรคกล้าธรรม ร่วมแถลงข่าวขอให้สภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาราคาพืชผล
โดยพริษฐ์ กล่าวว่า ญัตติดังกล่าวมีการอธิบายมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว เชื่อว่าพี่น้องประชาชนเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว ฉะนั้น จึงอยากมาแถลงข่าวยืนยันมติวิปฝ่ายค้านว่าพวกเราเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรควรจะมีมติตั้ง กมธ.วิสามัญเรื่องนี้ ซึ่งขณะนี้ญัตติกำลังดำเนินการอยู่ แต่ยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีข้อสรุปเรื่องนี้ในวันนี้หรือไม่ว่าฝั่งสส.รัฐบาลจะเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.วิสามัญหรือไม่ แต่เราเห็นว่าควรมีการตั้ง และควรได้ข้อสรุปวันนี้เพื่อให้สามารถเริ่มทำงานได้ เนื่องจาก
- ราคาพืชผลทางการเกษตรเป็นปัญหาที่เร่งด่วน ไม่เฉพาะราคาผลผลิตที่ตกต่ำลง แต่เกษตรกรได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น เพราะได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง
- แนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเกี่ยวกับราคาการเกษตรนั้นยังไม่ตรงจุด 2 วันที่ผ่านมา บทบาทของกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับเรื่องการไลฟ์ขายทุเรียนเป็นการสร้างความสับสนในตลาด ทำให้เกิดความเข้าใจผิด อย่างที่บอกว่าจะไลฟ์ขายทุเรียนลูกละ 100 บาท แต่ท้ายที่สุดในไลฟ์สดก็ไม่ได้มีการขายทุเรียนในราคาดังกล่าวจริง นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีความล่าช้าและการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดในสินค้าการเกษตรบางชนิด เช่น มะม่วง
- จำเป็นที่จะต้องตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมามากกว่าส่งไปที่ กมธ.สามัญคณะใดคณะหนึ่ง เพราะปัญหาดังกล่าวคาบเกี่ยวหลาย กมธ. จึงควรตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้
ด้าน เลาฟั้ง กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรเดือดร้อนเรื่องสินค้าเกษตรเกือบทุกประเภท หลายรายเจ๊งไปแล้ว ขณะที่บางรายยังรอเก็บเกี่ยว ซึ่งปัญหาสินค้าการเกษตรเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ในการกำหนดราคา กระทรวงอุตสาหกรรมในเรื่องของการแปรรูปสินค้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เรื่องของปุ๋ย การรับรองมาตรฐาน กระทรวงพลังงานเรื่องของการขนส่ง กระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการปราบปรามนอมินี และกระทรวงการคลังเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา
ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องถึงหลายกระทรวง จึงจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อดึงคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล สภา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน ภาควิชาการ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในการหาทางออกและแก้ไขปัญหา
อยากให้จับตาการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เนื่องจากเกรงว่าประธานสภาผู้แทนราษฎรจะชิงปิดการประชุมก่อน
— เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล
ขณะที่ ปิยวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาของเกษตรกรเป็นปัญหาหลักของพรรคกล้าธรรม โดยปัญหาของพี่น้องประชาชนมีอยู่ 2-3 เรื่อง ได้แก่
- ราคา
- ต้นทุนทางการเกษตรที่สูง รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร
- การไลฟ์สดของศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ
ปิยวัฒน์ ย้ำว่า เรามีสภาผู้แทนราษฎรซึ่งถือเป็นที่สะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน ฉะนั้น กมธ.วิสามัญจึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และคิดดีไม่ได้ว่าทางรัฐบาลอาจจะกลัวพวกเราฝ่ายค้านหรือพี่น้องประชาชนที่อาจจะถูกตั้งเข้ามานั่งใน กมธ. รับรู้ รับทราบข้อมูลของภาครัฐหรือไม่ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เรามีเป้าหมายเดียวกันคือการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกร ฉะนั้น จึงขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญเถอะ นี่คือมติของพรรคกล้าธรรม
ส่วนทาง รัดเกล้า กล่าวว่า หลักการของการทำงานรัฐสภา ประชาชนเลือกพวกเรามาเป็นปากเป็นเสียง เป็นกลไกในการแก้ปัญหาความเดือดร้อน แต่ในวันนี้สภาฯ ชุดที่ 27 กำลังมีการคุมกำเนิด กมธ.วิสามัญ ซึ่งมีการตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงมีการระแวดระวังการตั้ง กมธ.วิสามัญ ไม่ใช่แค่พืชผลทางการเกษตร พวกเราทำงานกันมาเดือนกว่าๆ แต่ตั้ง กมธ.วิสามัญแค่ 1 กมธ. เท่านั้น ข้อมูลที่ได้ศึกษากันมาสุดท้ายนำไปสู่ กมธ.สามัญเท่านั้น ซึ่งไม่ได้บอกว่าการมี กมธ.จะแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนไม่ได้ มันสามารถแก้ได้ และไม่ได้ตั้งข้อกังขากับ กมธ.สามัญ แต่บางเรื่องเกินขอบข่ายการทำงานของ กมธ.สามัญเพียงแค่คณะเดียว เพราะครอบคลุมหลายกระทรวง หลายหน่วยงาน หลายฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ
อยากถามว่าเหตุใดจึงต้องมีการคุมกำเนิดการตั้ง กมธ.วิสามัญ และรัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร หากไม่ใช้กลไกการตั้ง กมธ.วิสามัญ
— รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี




