ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง พรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเป็นธรรม พรรคครูไทยเพื่อประชาชน และพรรคใหม่ แถลงจุดยืนต่อการโหวตร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท วาระแรก (รับหลักการ)
พรรคร่วมฝ่ายค้านได้หารือความเห็นต่อ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ไม่ได้สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังแก้ปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตสิ่งแวดล้อม PM2.5 วิกฤตการศึกษา วิกฤตเด็กเกิดน้อย วิกฤตสังคมผู้สูงวัย รัฐบาลจัดทำงบประมาณที่ไม่แตกต่างจากรัฐบาลเก่า ตั้งงบฯ ไม่ได้สัดส่วนกับความรุนแรงของปัญหา ยังพบการสอดไส้งบไม่ตรงปกไม่ตรงแผน การบรรจุงบที่ไม่ควรจะมี การจัดสรรงบฯ ที่ไม่เพียงพอต่อความจำเป็น ประมาณการรายได้ที่เกินจริง มุ่งใช้งบประมาณโดยไม่มองถึงอนาคต
— ชัยธวัช ตุลาธน
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวอีกว่า ทั้ง 3 วัน ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณประจำปี 2567 ฝ่ายค้านได้วิพากษ์วิจารณ์ตั้งคำถามและให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาลหลายอย่าง แต่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชี้แจงคำตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม บางคำถามไม่มีคำตอบ การชี้แจงก็ขาดวุฒิภาวะ หรือให้ข้อมูลที่บิดเบือน ตอบตามคำถามชงกันเองกินกันเองในพรรคเดียวกัน รัฐมนตรีบางกระทรวงไม่ให้เกียรติเงินภาษีของประชาชน ด้วยการลุกขึ้นชี้แจงหรือให้คำตอบแก่สภาฯ พรรคฝ่ายค้านจึงมีมติว่า จะลงมติไม่รับหลักการกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้
ประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า งบฯ ปี 67 ไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศได้ งบประมาณทำฝนเทียมก็มีน้อย นักบริหารไม่มีใครออกมาพูดเรื่องฝนหลวงของกระทรวงเกษตรฯ หากยังอยู่ในลักษณะนี้ ไม่ว่าภาคเกษตรกร หรืออุตสาหกรรม ไม่สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ประชาชนได้ ราคาภาคเกษตรตกต่ำ ความยั่งยืนของประชาชนต้องบูรณาการ เราในฐานะฝ่ายค้าน อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เราสนับสนุน แต่ถ้าประชาชนไม่มีความสุข ทำแล้วสถานการณ์ไม่ดีขึ้น พวกเราไม่ขอสนับสนุน
พรรคประชาธิปัตย์ได้ลงมติเราว่า เราจะไม่รับหลักการ จึงขอฝากไปที่กรรมาธิการให้นำไปแก้ไขและดูแล
— ประมวล พงศ์ถาวราเดช
ฐากร ตัณฑสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ระบุว่า งบฯ ลงทุน 710,000 ล้านบาท ไปลงอยู่ 4 กระทรวง คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งงบฯ ดังกล่าว เป็นงบฯ ผูกพันจากรัฐบาลที่แล้ว เป็นงบฯ ลงทุนที่เกิดในรัฐบาลนี้จริงๆ เพียง 200,000 กว่าล้านบาท รัฐบาลที่แถลงไว้กับรัฐสภาวันที่ 11 กันยายน 2566 คงไม่สามารถนำมาพัฒนาในส่วนตนเองได้ อีกทั้งการการศึกษาของไทยก็ได้งบฯ น้อย จึงอยากให้นำเงินมาลงทุนในด้านการศึกษาและสาธารณสุข
เราอยากจะเห็นและดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ เราไม่สามารถรับหลักการในครั้งนี้ได้
— ฐากร ตัณฑสิทธิ์
กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กล่าวว่า การตัดสินใจของพรรคฝ่ายค้าน คือเสียงสะท้อนของประชาชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงจากการบริหารจัดการประเทศ 9 ปีที่ผ่านมา การตัดสินใจครั้งนี้ที่เราไม่รับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะเรายังไม่ไว้ใจการบริหารประเทศของนายกฯ เศรษฐา เรายังไม่เห็นศักยภาพในการบริหารงบประมาณ
ในส่วนของบทลงโทษ หากมีการโหวตสวนกลับมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ชัยธวัช ระบุว่า “ไม่มีบทลงโทษ เพราะเชื่อมั่นว่า ยังไงก็โหวตไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งทุกพรรคมีเอกภาพ ไม่มีการแตกแถว พรรคประชาธิปัตย์ ได้คุยกันแล้วเมื่อวันที่ 2 มกราคม มีมติจะไม่รับหลักการ”
ส่วนเมื่อถามย้ำว่า หากมีเสียงแตกไปสนับสนุนงบฯ จะทำอย่างไร ชัยธวัช บอกว่า อย่าพึ่งคิด เพราะมั่นใจว่าไม่มีการเสียงแตกกแน่นอน อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้บอกไว้ ถึงจะมี สส.ลาป่วย เราก็จะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน
การลงมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน เป็นการแสดงถึงจุดยืนและท่าทีว่าเรามีความคิดเห็นอย่างไรต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีการเปลี่ยนแปลงนัยยะสำคัญ และกลางปีหน้าจะมีร่าง พ.ร.บ.ปี 68 หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ จะไม่มีข้ออ้างในการจัดทำงบประมาณ
— ชัยธวัช ตุลาธน
เมื่อถามถึงมุมมองการทำงานของฝ่ายค้านในศึกงบประมาณครั้งแรก ชัยธวัช ระบุว่า ได้ประสานงานกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะนัดประชุมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ กลางสัปดาห์นี้ เพื่อวางแผนงานและเป้าหมายร่วมกัน ให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นเอกภาพ ทำงานตามคาดหวังของประชาชนให้ดีที่สุด
ส่วนเมื่อถามถึงการประเมินภาพรวมการอภิปรายของฝ่ายค้านในครั้งนี้ เพราะดูเหมือนว่ายังทำงานไม่เต็มที่นั้น ชัยธวัช ระบุว่า มีความเห็นที่หลากหลาย ซึ่งหลายส่วนก็ชื่นชมว่าเป็นการอภิปรายที่มีฐานข้อมูลสร้างสรรค์ มีข้อวิพากษ์วิจารณ์และมีข้อเสนอแนะ แต่หลายคนก็รู้สึกว่าไม่ได้ดุเดือด
อยากจะบอกกับประชาชนว่า ไว้ค่อยดูการอภิปรายที่ดุเดือดในอนาคต เพราะการอภิปรายงบฯ ควรจะให้ข้อมูลแก่ฝ่ายบริหาร และประชาชน ไม่ได้ดุเดือดเผ็ดร้อน
— ชัยธวัช ตุลาธน




