‘ฝ่ายค้าน’ รุมถล่ม ป.ป.ช. คดีค้างพุ่ง - ผลสอบต่ำกว่าเป้า - ยกคำร้องคดี ‘ศักดิ์สยาม’

21 พ.ค. 2569 - 18:25

  • ฝ่ายค้านเปิดศึกซัก ‘ป.ป.ช.’ กลางสภาฯ ปมยกคำร้องคดี ‘ศักดิ์สยาม’

  • ‘พริษฐ์-สาทิตย์’ จี้แจงมาตรฐานไต่สวน หลังคดีค้างพุ่ง-ผลสอบต่ำกว่าเป้า

  • ‘อภิสิทธิ์’ ชี้คนไทยป่วยเป็นโรค “เกลียดโกง” หวัง ป.ป.ช. ติดเชื้อเผื่อประเทศ “หายเป็นคนป่วย”

‘ฝ่ายค้าน’  รุมถล่ม ป.ป.ช. คดีค้างพุ่ง - ผลสอบต่ำกว่าเป้า - ยกคำร้องคดี ‘ศักดิ์สยาม’

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2567 และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

พริษฐ์ วัชรสินธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า รายงานของ ป.ป.ช. ระบุถึงตัวชี้วัดการไต่สวน โดยเป้าหมาย 2 ปี ทำได้ 25% จาก 80% ซึ่งเชื่อว่ามีคดีของศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม กรณีซุกหุ้นรวมในสถิติด้วย ซึ่ง ป.ป.ช. ยกข้อกล่าวหา เท่ากับ “ฟอกขาวให้กับศักดิ์สยาม” ซึ่งในประเด็นดังกล่าวพบข้อพิรุธ ทำให้พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาภายในเดือน พ.ค. นี้ เพื่อให้ตั้งกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.

อย่างไรก็ดี ขอความชัดเจนในกรณีที่ ป.ป.ช. ยกข้อกล่าวหาคดีดังกล่าว ว่า ป.ป.ช. ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงใดๆ กรณี “ซุกหุ้น” ก่อนมีมติยกคำร้องหรือไม่ เพราะผมมีข้อสันนิษฐานว่าไม่มีการไต่สวนเอง หรือตั้งกรรมการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ (หรือ พ.ร.ป. ป.ป.ช.) มาตรา 51 และได้ยกคำร้องแบบรวบรัดโดยอาศัยมาตรา 49 ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช.

ขอให้ตอบให้ชัดว่า ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงหรือไม่ หากไม่ไต่สวนขอทราบเหตุผล เพราะตามข้อเท็จจริงในกระบวนการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดถึงเส้นทางการเงิน การโอนหุ้น มีความพยายามซุกหุ้น ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่มากเพียงพอให้ไต่สวนได้ ก่อนด่วนสรุปยกคำร้อง ทั้งนี้ในรายละเอียดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ควรเข้าถึง

พริษฐ์ วัชรสินธุ์

พริษฐ์ กล่าวอีกว่า ป.ป.ช. ได้ชี้แจงในแถลงการณ์ว่ามี 3 ฐานความผิด โดยมี 2 ฐานยกคำร้อง คือ ยื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ การแทรกแซงเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง ส่วนประเด็นจริยธรรมอยู่ในระหว่างดำเนินการ ดังนั้นทำไม ป.ป.ช. จึงจำกัดตรวจสอบเฉพาะ 3 ฐานความผิด ทั้งที่มีข้อกล่าวหาที่ครอบคลุมเรื่องอื่น เช่น การขัดกันแห่งผลประโยชน์ อย่างไรก็ดี ในคำชี้แจงของเลขาธิการ ป.ป.ช. ให้ทัศนะผ่านสื่อสาธารณะว่า เมื่อประชาชนวิจารณ์เยอะ คือ สังคมป่วย ผมคิดว่าหากมีองค์กรที่ควรทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริต แต่ปกป้องและปกปิดการทุจริต จะทำให้สังคมป่วย

ด้านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การทำงานของ ป.ป.ช. ถูกตั้งคำถามจากสังคม ถึงภาพรวมการทุจริตในประเทศลดลงหรือเพิ่มขึ้น แต่จากข่าวและผลสำรวจเห็นชัด

ทั้งนี้รายงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่อ้างถึงการทำงานของ ป.ป.ช. ระบุว่าการร้องเรียนคดีทุจริตเพิ่มขึ้น แต่คำถามคือ ป.ป.ช. จัดการคดีจบหรือไม่ ทั้งนี้ในรายงานพบว่า ป.ป.ช. มีมติให้ไต่สวนในคดีวางเป้าหมาย 2 ปีต้องสำเร็จ 80% แต่รายงานพบว่าทำสำเร็จเพียง 24.42% ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมาย

ซึ่งในรายงานพบว่ามีการดำเนินคดีเสร็จสิ้น 348 เรื่อง และยังมีคดีที่ขอต่อเวลาไต่สวนถึง 1,077 เรื่อง แสดงให้เห็นว่าการไต่สวนคงค้างจำนวนมาก ไม่ทำให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ ป.ป.ช. ให้เหตุผลตามรายงาน สตง. ว่ามีข้อติดขัดทางกฎหมาย เรื่องเยอะเกินไป พนักงานไต่สวนให้ความสำคัญกับเรื่องไต่สวนที่จะครบ 3 ปี มากกว่า 2 ปี ถือเป็นเหตุผลที่พิลึก

สาทิตย์ ระบุอีกว่า เรื่องที่ไต่สวนไม่จบ เป็นไปด้วยความสุจริตหรือไม่ เช่น มีเรื่องกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองรายหนึ่ง รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้จากผู้ใด คดีดังกล่าวเข้าสู่ ป.ป.ช. วันที่ 17 ก.ค. 2567 ซึ่ง ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐรับทรัพย์และประโยชน์อื่นใด ที่คำนวณเป็นเงินได้

แต่ผู้ถูกชี้มูลความผิดร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ทบทวน โดยเดือน ต.ค. 2567 มติเสียงข้างมากของ ป.ป.ช. เพื่อให้เป็นธรรม ให้สอบพยานเพิ่มอีก 2 ปาก โดยจากวันนั้นเวลาผ่านจนถึงปัจจุบันไม่มีความคืบหน้าใดๆ จนผู้ร้องต้องไปฟ้องศาลอาญาคดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ว่าเรื่องดังกล่าวมีความผิดปกติ

ที่บอกว่าเรื่องเยอะ ไม่ใช่เรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้ส่อให้เห็นถึงความผิดปกติที่ถูกวิจารณ์ ซึ่งไม่ทราบว่าเรื่องทำนองนี้มีมากหรือไม่ ถึงขนาดวิจารณ์ว่าขึ้นอยู่เป็นคนของใครด้วยหรือไม่ รอพยาน 2 ปาก เกือบ 2 ปี กับคดีที่มติเสียงข้างมาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดไปแล้ว ดังนั้นสำนักงาน ป.ป.ช. ต้องให้ความกระจ่างกับสังคม หาก ป.ป.ช. จัดการทุจริต แต่หากถูกตั้งคำถามเรื่องความสุจริตเสียเอง ประชาชนจะพึ่งใคร

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย

ขณะที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า “ผมขอให้ ป.ป.ช. นำข้อมูลที่มีการเปิดเผยผลสำรวจต่อการติดสินบนในหน่วยงานราชการ ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มาพิจารณาเพื่อไปปรับปรุงการทำงานแก้ปัญหา”

ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ผมอภิปรายนั้น เลขาธิการ ป.ป.ช. จะมองว่าผมเป็นคนป่วยของสังคมหรือไม่ แต่ผมเหมือนคนไทยทั้งประเทศที่ป่วยเป็นโรคเกลียดการโกง และอยากให้เชื้อดังกล่าวติดไปถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. ประเทศไทยจะหายป่วย หรือเลิกถูกเรียกเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์