โหมศึกซักฟอก ‘ม.151’ มาแน่! ‘รังสิมันต์’ จับตาวิชามารเกมเตะตัดขา ‘อนุทิน’ ยันพร้อมแจง

18 ก.ย. 2569 - 17:04

  • ‘รังสิมันต์’ เปิดเกมฝ่ายค้าน เตรียมข้อมูลซักฟอกรัฐบาลก่อนปิดสมัยประชุม

  • ยืนยันใช้ ‘ม.151’ แน่ พร้อมจับตา ‘วิชาสารพัดวิชา’ สกัดเกมตรวจสอบในสภาฯ

  • ‘อนุทิน’ ส่งสัญญาณพร้อมรับทุกคำถาม ย้ำรัฐบาลทำงานบนพื้นฐานสุจริต

โหมศึกซักฟอก ‘ม.151’ มาแน่! ‘รังสิมันต์’ จับตาวิชามารเกมเตะตัดขา ‘อนุทิน’ ยันพร้อมแจง

เกมในสภาฯ เริ่มขยับ เมื่อฝ่ายค้านส่งสัญญาณเตรียมเปิดแฟ้มตรวจสอบรัฐบาลก่อนปิดสมัยประชุม แต่เบื้องหลังศึกซักฟอกครั้งนี้ยังมีทั้งโจทย์เรื่องเอกภาพของฝ่ายค้าน รายละเอียดที่ต้องเก็บให้แน่น และจังหวะทางการเมืองที่ต้องจับตา ขณะที่รัฐบาลเองก็เริ่มตั้งหลักรับแรงปะทะ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ใครจะถูกอภิปราย” แต่คือเกมครั้งนี้จะเดินไปในทิศทางใด

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ก่อนสิ้นสุดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 22 ธันวาคม ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริง ซึ่งมีรายละเอียดและประเด็นจำนวนมาก โดยฝ่ายค้านต้องทำให้ข้อมูลมีความชัดเจนและนิ่งก่อน จากนั้นจึงจะสรุปว่าจะอภิปรายรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรืออภิปรายทั้งคณะ รวมถึงจะอภิปรายรัฐมนตรีคนใด ก่อนหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อกำหนดแนวทางร่วมกัน

จ่อคุยจุดยืน ‘กล้าธรรม’ – ยันเดินหน้าหารือ ‘ประชาธิปัตย์’

เมื่อถามถึงการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์และพรรคกล้าธรรม รังสิมันต์กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมอาจต้องหารือถึงจุดยืน เนื่องจากที่ผ่านมาในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 วาระ 3 พรรคกล้าธรรมมีแนวทางแตกต่างจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะมีการพูดคุยกันอย่างแน่นอน เนื่องจากอยู่ในพรรคร่วมฝ่ายค้าน และไม่มีปัญหาในการประสานงานเพื่อทำหน้าที่ร่วมกัน ขณะที่พรรคเล็กอื่นๆ จะต้องพิจารณาอีกครั้ง โดยอาจตั้งชุดทำงานขนาดเล็กขึ้นมาเพื่อให้การเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ฝ่ายค้านยอมรับ ‘ข้อสอบรั่ว’ ยากคุม เพราะแต่ละพรรคมีข้อมูลของตัวเอง

สำหรับเอกภาพของฝ่ายค้านและความกังวลว่าข้อมูลหรือประเด็นที่จะใช้ในการอภิปรายอาจรั่วไหล รังสิมันต์กล่าวว่า เชื่อว่าการที่ข้อสอบจะรั่วหรือหลุดทั้งหมดไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากแต่ละพรรคไม่ได้ลงลึกตรวจสอบว่าพรรคอื่นจะอภิปรายรัฐมนตรีคนใด

การจัดสรรเวลาจะเป็นไปตามโควตาและจำนวน สส. ของแต่ละพรรค แต่หากมีบุคคลหรือข้อมูลบางส่วนที่อาจทำให้ประเด็นรั่วไหล เช่น ญัตติ ก็ต้องติดตามต่อไป

รังสิมันต์มองว่า เอกภาพของฝ่ายค้านมีลักษณะแตกต่างจากฝ่ายรัฐบาล เนื่องจากฝ่ายค้านมีความหลากหลายและให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเป็นหลัก

‘รังสิมันต์’ ชี้เจออุปสรรคแน่ จับตากระบวนการเตะตัดขา

เมื่อถามถึงอุปสรรคในการอภิปราย โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลอาจอ้างว่าบางประเด็นอยู่ระหว่างการตรวจสอบขององค์กรอิสระ เช่น ปมฮั้ว สว. การทุจริตสอบท้องถิ่น หรือบางเรื่องเกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดก่อน รังสิมันต์กล่าวว่า มั่นใจว่าจะต้องเจออุปสรรค และฝ่ายค้านจึงต้องเตรียมความพร้อมให้ดี

รังสิมันต์ระบุว่า ทราบว่ามีการสั่งการให้ข้าราชการฝ่ายประจำเตรียมหาเหตุผลที่จะทำให้การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ พร้อมตั้งคำถามว่ามีการวางแผนใดๆ หรือไม่ โดยเห็นว่า นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร น่าจะเป็นผู้ที่ตอบเรื่องนี้ได้ดีที่สุด

“ผมขอยืนยันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านได้ดำเนินการกันมาหลายครั้งแล้ว ฉะนั้น จึงไม่มีเหตุผลจะต้องเตะตัดขา หรือเปลี่ยนแปลง จึงหวังว่าประธานสภาจะทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง หรือหากฝ่ายค้านอภิปรายแล้วจะต้องออกมาปกป้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือออกมาปกป้องแกนนำรัฐบาล ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เป็นกลาง”

— รังสิมันต์ โรม

รังสิมันต์ย้ำว่า ฝ่ายค้านมีประสบการณ์ในการทำหน้าที่ตรวจสอบ และทราบดีถึงกระบวนการและขั้นตอนในการอภิปราย แต่ยังกังวลว่าจะเกิด “วิชาสารพัดวิชา” เพื่อสร้างอุปสรรคต่อการทำงานของฝ่ายค้าน

‘วิชามาร’ เกิดขึ้นแล้ว? ฝ่ายค้านจับตาทุกจังหวะ

เมื่อถามถึงสัญญาณว่าจะมีความพยายามเตะตัดขาการอภิปรายหรือไม่ รังสิมันต์กล่าวว่า ในฐานะ สส. ที่ทำงานอยู่ในสภา เรื่องดังกล่าวดูไม่ยาก และเท่าที่ทราบขบวนการเหล่านี้ได้เกิดขึ้นแล้ว

ส่วนกลไกที่จะใช้ในการตรวจสอบรัฐบาลนั้น รังสิมันต์ยืนยันว่า ฝ่ายค้านจะใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 อย่างแน่นอน ขณะที่การอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติตามมาตรา 152 จะต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่ย้ำว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลจะเกิดขึ้นภายในสมัยประชุมนี้แน่นอน

ไม่ปิดทางใช้ทั้ง ม.151–ม.152 ย้ำซักฟอกไม่จบแค่วันอภิปราย

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้ทั้งมาตรา 151 และมาตรา 152 ในสมัยประชุมเดียวกัน รังสิมันต์กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ทั้งหมด แต่ฝ่ายค้านจะพิจารณาเป็นรายประเด็น ไม่ต้องการคิดทุกเรื่องพร้อมกัน และจะรอฟังการชี้แจงของคณะรัฐมนตรีด้วย

พร้อมระบุว่า การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านจะไม่จบลงเพียงการอภิปราย แต่จะมีการติดตามและดำเนินการต่อ หรือที่เรียกว่า “โรยเกลือ” โดยมั่นใจในเนื้อหาที่เตรียมไว้ และหวังว่าสภาจะสนับสนุนบทบาทของฝ่ายค้าน

รังสิมันต์กล่าวด้วยว่า แม้ฝ่ายค้านมีจำนวนเสียงน้อยกว่าฝ่ายรัฐบาลและไม่สามารถสู้เสียงข้างมากในการลงมติได้ แต่สิ่งที่ฝ่ายค้านอภิปรายเป็นประโยชน์ต่อประเทศ พร้อมตั้งคำถามถึงสถานการณ์บ้านเมืองและมโนธรรมสำนึกของนักการเมืองแต่ละคนว่า ยังสามารถยอมรับสภาพที่เป็นอยู่ได้หรือไม่

กรอบเวลาอยู่ในใจ รอเคาะร่วมฝ่ายค้าน

สำหรับกรอบเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รังสิมันต์กล่าวว่า เบื้องต้นมีตัวเลขเวลาอยู่ในใจแล้ว แต่ต้องรอสรุปและรับฟังความเห็นจากพรรคร่วมฝ่ายค้านอีกครั้ง เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสม

‘อนุทิน’ ยันคุยรัฐมนตรีทุกสัปดาห์–ไม่กังวลศึกซักฟอก

ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการพูดคุยกับรัฐมนตรีหลังรัฐบาลทำงานมาครบ 6 เดือนว่า ได้พูดคุยกันอยู่ตลอดทุกสัปดาห์อยู่แล้ว ส่วนจะมีการพูดคุยอย่างเป็นทางการหรือไม่นั้น ส่วนตัวมีการหารือกับรัฐมนตรีเป็นประจำ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ได้กำชับรัฐมนตรีทุกคนให้ทำงานอย่างเต็มที่ โดยผลงานจะต้องจับต้องได้ เป็นรูปธรรม และเป็นประโยชน์

ส่วนการรับประทานอาหารร่วมกับคณะรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาล นายอนุทินกล่าวว่า กำลังจะมีการนัดหมาย โดยก่อนหน้านี้มีภารกิจเร่งด่วนจนต้องเดินทางไปต่างประเทศ และเมื่อวันที่ 17 กันยายน ได้พูดคุยกับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว

อนุทินกล่าวว่า การรับประทานอาหารร่วมกันไม่ใช่เรื่องสำคัญ หากมีเวลาก็นัดพบกัน หากไม่มีเวลาก็สามารถหารือกันผ่านการติดต่อทางโทรศัพท์ได้ โดยสำหรับการประสานงานในพรรคร่วมรัฐบาล มี จุลพันธ์, ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และ สุริยะเป็นช่องทางในการหารือ และที่ผ่านมาไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกัน

พร้อมแจงทุกเรื่อง! ย้ำรัฐบาลทำงานบนพื้นฐานสุจริต

เมื่อถามถึงการเตรียมพร้อมรับมือฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทินกล่าวว่า รัฐบาลต้องพร้อมตอบทุกเรื่อง โดยยืนยันว่าการดำเนินงานและการตัดสินใจต่างๆ ตั้งแต่เข้ามาเป็นรัฐบาลอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์ประเทศและประชาชน และมีเจตนารมณ์ที่สุจริต

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่มีการดำเนินการใดที่สามารถบ่งชี้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใด พร้อมกล่าวว่า ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็เคยถูกอภิปรายและได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจในระดับสูงหลายครั้ง ดังนั้น หากถูกกล่าวหาหรือมีการตั้งคำถาม ก็พร้อมชี้แจง

ลั่นไม่มีวันทำผิดกฎหมาย

เมื่อถามถึงความมั่นใจว่าจะสามารถผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ อนุทินกล่าวว่า จะไม่มั่นใจก็ต่อเมื่อรู้ว่าตัวเองทำผิดและหวังว่าจะไม่ถูกจับได้ แต่ปัจจุบันไม่มีความกังวล เพราะยืนยันว่าไม่มีวันที่จะทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย และยึดหลักการทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน

ศึกซักฟอกครั้งนี้จึงยังมีหลายชิ้นส่วนที่ต้องจับตา ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูลของฝ่ายค้าน การประสานเสียงกับพรรคร่วม ไปจนถึงขั้นตอนในสภาฯ ที่ถูกตั้งข้อกังวลว่าอาจกลายเป็นอุปสรรค ขณะที่รัฐบาลส่งสัญญาณพร้อมชี้แจงทุกประเด็น ทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นก่อนปิดสมัยประชุม ไม่ได้มีเพียงเนื้อหาที่ฝ่ายค้านเตรียมเปิด แต่ยังต้องจับตาว่าแต่ละฝ่ายจะเดินเกมในสภาฯ อย่างไร เมื่อถึงเวลาต้องเผชิญหน้ากันจริง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์