วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีที่คาดหมายว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งและรับรอง ส.ส. ในสัปดาห์หน้า วันที่ 21 มิถุนายน ว่า เท่าที่ทราบ กกต. จะประกาศรับรอง ส.ส.ให้ครบ 95% ตามเกณฑ์ ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา หลังจากว่าที่ ส.ส.ทุกคน ได้รับรองแล้ว จะนัดหารือเพื่อพูดคุยกัน แต่คงไม่มีงานปฐมนิเทศน์ เนื่องจาก พรรคฯ ได้ ส.ส. 10 คน ส่วนใหญ่เป็นอดีต ส.ส. ยกเว้น ศุภโชค ศรีสุขจร ว่าที่ ส.ส.นครปฐม
ส่วนการพูดคุยของว่าที่ ส.ส. ถึงทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาฯ หรือนายกฯ ต้องรอให้พรรคใหญ่มีความชัดเจนในแนวทางก่อน เพราะขณะนี้ ยังไม่ทราบว่า พรรคก้าวไกล หรือพรรคเพื่อไทยจะได้สิทธิเสนอบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสภาฯ แต่ส่วนตัวมองว่า คุณสมบัติบุคคลที่จะเสนอชื่อให้เป็นประธานสภาฯ ต้องเป็นผู้ที่มีบทบาทควบคุมการประชุม โดยสมัยที่ ชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ได้วางมาตรฐานการทำงานไว้สูง แม้จะมีการประชุมล่มบ่อยครั้ง แต่ตนมองว่าไม่เกี่ยวกับศักยภาพของประธานสภาฯ เพราะเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพรรคการเมือง
“ดังนั้น บุคคลที่จะเป็นประธานสภาฯ ต้องมีความเข้มงวดในระเบียบ ในกฎ และมีวุฒิภาวะ มีความรู้ รวมถึงมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ เพราะในการประชุมสภาฯ มีหลายสถานการณ์ที่เป็นการทดสอบและท้าทายประธานสภาฯ อย่างมาก และยังต้องแม่นในข้อกฎหมายและมีวิจารณญาณที่ดี ว่าควรหรือไม่ควรที่จะเสนอร่างกฎหมายใด หรือร่างกฎหมายใดเป็นประโยชน์หรือไม่ คนที่เป็นประธานสภาต้องเตรียมคำตอบดังกล่าวให้ดี” วราวุธ ระบุ
เมื่อถามถึงกรณีที่นักวิชาการเสนอให้ว่าที่ ส.ส.ของพรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล โหวตให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ เพื่อประคับประคองประชาธิปไตยนั้น วราวุธ มองว่า พรรคชาติไทยพัฒนา มี 10 เสียง ไม่เกิดประโยชน์อะไร คงต้องเป็นพรรคใหญ่ ทั้งพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคภูมิใจไทย แต่ที่ผ่านมา พรรคว่าที่รัฐบาล ยังไม่เคยมาขอเสียงจากฝั่งฝ่ายค้าน ซึ่งต้องคุยในหลักการกับหลายพรรคการเมืองว่ามีแนวทางอย่างไร ทั้งนี้ เป็นไปได้ที่พรรคที่จะร่วมเป็นฝ่ายค้านจะฟอร์มแนวทางร่วมกัน หลังจากที่ ส.ส.แต่ละพรรค ได้รับการรับรองแล้ว
พร้อมยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องแนวทางกับ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
“เพราะขณะนี้ ทุกฝ่ายมองว่า ยังมีความไม่แน่นอน ต้องรอให้เสียงข้างมากชัดเจน เพราะมีหลายเรื่องที่เขาต้องคุยกัน ดังนั้น เมื่อไม่ชัดเจน ฐานะที่ตนไม่ได้อยู่ร่วมในทีมงาน ต้องรอดูก่อน” วราวุธ ระบุ
ส่วนการพูดคุยของว่าที่ ส.ส. ถึงทิศทางการโหวตเลือกประธานสภาฯ หรือนายกฯ ต้องรอให้พรรคใหญ่มีความชัดเจนในแนวทางก่อน เพราะขณะนี้ ยังไม่ทราบว่า พรรคก้าวไกล หรือพรรคเพื่อไทยจะได้สิทธิเสนอบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ประธานสภาฯ แต่ส่วนตัวมองว่า คุณสมบัติบุคคลที่จะเสนอชื่อให้เป็นประธานสภาฯ ต้องเป็นผู้ที่มีบทบาทควบคุมการประชุม โดยสมัยที่ ชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ ได้วางมาตรฐานการทำงานไว้สูง แม้จะมีการประชุมล่มบ่อยครั้ง แต่ตนมองว่าไม่เกี่ยวกับศักยภาพของประธานสภาฯ เพราะเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของพรรคการเมือง
“ดังนั้น บุคคลที่จะเป็นประธานสภาฯ ต้องมีความเข้มงวดในระเบียบ ในกฎ และมีวุฒิภาวะ มีความรู้ รวมถึงมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ เพราะในการประชุมสภาฯ มีหลายสถานการณ์ที่เป็นการทดสอบและท้าทายประธานสภาฯ อย่างมาก และยังต้องแม่นในข้อกฎหมายและมีวิจารณญาณที่ดี ว่าควรหรือไม่ควรที่จะเสนอร่างกฎหมายใด หรือร่างกฎหมายใดเป็นประโยชน์หรือไม่ คนที่เป็นประธานสภาต้องเตรียมคำตอบดังกล่าวให้ดี” วราวุธ ระบุ
เมื่อถามถึงกรณีที่นักวิชาการเสนอให้ว่าที่ ส.ส.ของพรรคที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล โหวตให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ เพื่อประคับประคองประชาธิปไตยนั้น วราวุธ มองว่า พรรคชาติไทยพัฒนา มี 10 เสียง ไม่เกิดประโยชน์อะไร คงต้องเป็นพรรคใหญ่ ทั้งพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคภูมิใจไทย แต่ที่ผ่านมา พรรคว่าที่รัฐบาล ยังไม่เคยมาขอเสียงจากฝั่งฝ่ายค้าน ซึ่งต้องคุยในหลักการกับหลายพรรคการเมืองว่ามีแนวทางอย่างไร ทั้งนี้ เป็นไปได้ที่พรรคที่จะร่วมเป็นฝ่ายค้านจะฟอร์มแนวทางร่วมกัน หลังจากที่ ส.ส.แต่ละพรรค ได้รับการรับรองแล้ว
พร้อมยืนยันว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องแนวทางกับ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
“เพราะขณะนี้ ทุกฝ่ายมองว่า ยังมีความไม่แน่นอน ต้องรอให้เสียงข้างมากชัดเจน เพราะมีหลายเรื่องที่เขาต้องคุยกัน ดังนั้น เมื่อไม่ชัดเจน ฐานะที่ตนไม่ได้อยู่ร่วมในทีมงาน ต้องรอดูก่อน” วราวุธ ระบุ




