วัวหายล้อมคอก! ฝ่ายค้านไล่บี้รัฐบาลปม Data Center

3 ก.ย. 2569 - 17:25

  • ‘ศุภณัฐ’ เปิดปม Data Center กลางกรุง ห่วงกักน้ำมันหลักแสนลิตร-ช่องโหว่กฎหมาย

  • ‘เอกนัฏ’ รับลูก สั่งตรวจปูพรมทั่ว กทม. ระงับขอตั้งใหม่ พร้อมบังคับทำ EIA-ตามผังเมือง

  • ‘กรณ์’ ชำแหละ 7 ความเสี่ยง ตั้งแต่ไฟฟ้า-น้ำ-มลพิษ ถึงปมชิปขั้นสูง หวั่นไทยเดินไม่ทันโลก

วัวหายล้อมคอก! ฝ่ายค้านไล่บี้รัฐบาลปม Data Center

จาก “เครื่องยนต์เศรษฐกิจดิจิทัล” สู่คำถามใหญ่ เมื่อ Data Center กำลังขยายตัวในไทย แต่กติกากำกับดูแลยังถูกตั้งคำถามถึงความชัดเจน ทั้งการใช้ที่ดิน การจัดเก็บน้ำมัน ไฟฟ้า น้ำ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ฝ่ายค้านไล่เรียงสารพัดช่องโหว่ พร้อมจี้รัฐบาลตอบให้ชัดว่าไทยกำลังเปิดประตูรับการลงทุนครั้งใหญ่ หรือกำลังเดินหน้าเร็วกว่ากติกาที่จะรองรับผลกระทบที่จะตามมา

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดไปยัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ถึงปัญหาการควบคุม Data Center โดยเฉพาะประเด็นความปลอดภัย หลังพบว่ามี Data Center บางแห่งกักเก็บน้ำมันในปริมาณมากถึงหลักแสนลิตรภายในอาคาร

อย่างไรก็ตาม อนุทินติดภารกิจ จึงมอบหมาย เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เป็นผู้ชี้แจงแทน

เปิดปม Data Center กลางกรุง จี้รัฐเลิกแก้ปัญหาแบบ “วัวหายล้อมคอก”

ศุภณัฐระบุว่า ประชาชนมีความกังวลต่อการควบคุม Data Center โดยเฉพาะการจัดเก็บน้ำมัน บางแห่งมีการขออนุญาตถูกต้อง แต่บางแห่งยังไม่ชัดเจนว่ามีใบอนุญาตจัดเก็บน้ำมันหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลและ กทม. อาจยังควบคุมได้ไม่ทั่วถึง และเปิดช่องให้เกิดการอาศัยช่องว่างของกฎหมายในการตั้ง Data Center กลางพื้นที่กรุงเทพฯ

โดยพบประเด็นที่น่ากังวลอย่างน้อย 3 เรื่อง ได้แก่ การขออนุญาตก่อสร้างที่อาจระบุเป็นอาคารคลังสินค้า การตั้ง Data Center ในพื้นที่ที่อาจไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านผังเมือง และการไม่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA แม้โครงการจะมีขนาดใหญ่ก็ตาม

ศุภณัฐตั้งคำถามว่า แม้ปัญหาดังกล่าวจะถูกพูดถึงมานานกว่า 2 ปี และนายกรัฐมนตรีในฐานะ รมว.มหาดไทยรับทราบปัญหามาโดยตลอด แต่เหตุใดจึงยังไม่มีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน

“ไม่อยากได้รัฐบาลแมวไล่จับหนู วัวหายล้อมคอก เน้นไล่ปิดโรงงานหลังเกิดเหตุ”

ศุภณัฐ มีนชัยนันท์

ศุภณัฐยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกระเบียบควบคุม Data Center และกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด

รัฐบาลรับลูก ตรวจปูพรมทั่ว กทม. สั่งระงับขอตั้ง Data Center ชั่วคราว

ด้านเอกนัฏกล่าวว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงปัญหา Data Center เช่นเดียวกัน โดยจากการตรวจสอบอาคาร Data Center ย่านพระราม 9 พบการกักเก็บน้ำมันมากกว่า 100,000 ลิตร และไม่มีใบอนุญาต จึงได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว

จากนี้จะดำเนินการตรวจสอบอาคาร Data Center ทุกแห่งในกรุงเทพฯ หากพบว่าไม่มีใบอนุญาตจัดเก็บน้ำมัน จะถือว่าผิดกฎหมายและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

เอกนัฏยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบ Data Center ทั้งในประเด็นไฟฟ้า น้ำประปา และผลกระทบด้านอื่นๆ โดยเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2569 ได้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีจัดตั้งคณะกรรมการ Data Center ซึ่งมี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน เพื่อเข้ามาจัดระเบียบ Data Center ทั่วประเทศ ให้การลงทุนเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม และเป็นไปตามกฎหมาย

พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้าและน้ำ รวมถึงแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน

เอกนัฏกล่าวต่อว่า ในระหว่างการจัดระเบียบ รัฐบาลจะ ระงับการขอจัดตั้ง Data Center ไว้ก่อน โดยย้ำว่าไม่สามารถปล่อยให้นำน้ำมันสำรองปริมาณมหาศาลมาตั้งอยู่กลางกรุงเทพฯ ได้ และจะไม่อนุญาตให้เปิดดำเนินการจนกว่าจะจัดระเบียบแล้วเสร็จ

“หากอาคารใดไม่มีการขออนุญาตเก็บน้ำมัน จะจับให้หมด”

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

พร้อมระบุว่า Data Center ที่จะจัดตั้งหลังจากนี้ต้องจัดทำ EIA และต้องอยู่ภายใต้กฎหมายผังเมือง

ส่วนกรอบเวลาการจัดระเบียบ เอกนัฏประเมินว่าจะใช้เวลาในระดับ “หลักเดือน” ทั้งการจัดการด้านกฎหมายและกฎกระทรวงต่างๆ

แยกมิเตอร์ Data Center จ่ายค่าไฟแพงกว่าประชาชน

อีกประเด็นสำคัญ เอกนัฏระบุว่า หลังจากนี้จะมีการแยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าของ Data Center ออกมาโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบต้นทุนของตัวเอง และจ่ายค่าไฟในอัตราที่สูงกว่าประชาชนทั่วไป

“จะไม่ให้ไปใช้ไฟฟ้าร่วมกับประชาชนทั่วไป ถ้าจะใช้ไฟหลวงต้องจ่ายแพงกว่าชาวบ้าน”

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

‘กรณ์’ ชำแหละ 7 ปม Data Center ถามรัฐ “พร้อมแค่ไหนก่อนเปิดรับลงทุน”

ขณะที่ กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความห่วงใยต่อทิศทางการส่งเสริมการลงทุน Data Center ของรัฐบาล โดยมองว่าสถานการณ์สะท้อนปัญหาด้านนโยบายและการบริหารจัดการที่อาจไม่ทันต่อสถานการณ์ และมีความเสี่ยงสร้างผลกระทบต่อประเทศไทยและประชาชนทั้งระยะสั้นและระยะยาว

กรณ์ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นปัญหานี้มานานแล้ว และเคยยื่นญัตติด่วนให้สภาพิจารณาเรื่องการลงทุน Data Center ตั้งแต่สมัยประชุมที่ผ่านมา แม้จะเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลเริ่มตื่นตัวและตั้งคณะกรรมการ Data Center แต่ยังมีหลายประเด็นที่ต้องการคำตอบ โดยแบ่งเป็น 7 เรื่องสำคัญ

1. ธรรมาภิบาลและเจ้าภาพกำกับดูแล

กรณ์ตั้งคำถามว่า แม้รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการ Data Center แล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นเจ้าภาพหลักในการกำกับดูแล และกฎเกณฑ์ต่างๆ จะทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างไร เพราะการอนุญาตเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน รวมถึง BOI ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่การประสานงานยังไม่ชัดเจน

กรณีการขออนุญาตก่อสร้างโดยระบุเป็นอาคารคลังสินค้า รวมถึงการไม่ต้องจัดทำ EIA จึงเป็นประเด็นที่น่ากังขา โดยเฉพาะเมื่อ Data Center อาจก่อให้เกิดปัญหามลพิษ

กรณ์มองว่า การตั้งคณะกรรมการเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ หากไม่มีอำนาจในการกำกับโดยตรง ขณะเดียวกันเกณฑ์ของ BOI ที่ออกมาเมื่อเดือน ส.ค. ยังต้องชัดเจนว่าจะครอบคลุมโครงการที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างหรือไม่ ซึ่งมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท

“วัวมันออกมายืนกลางสนามมันยังไม่หนีไปไหน หากล้อมคอกมันตอนนี้ก็ยังไม่ช้าเกินไป ถ้าปล่อยให้มันหายไปเดือนร้อนแน่”

กรณ์ จาติกวณิช

2. ไฟฟ้า กับภาระต้นทุนที่อาจย้อนกลับมาหาประชาชน

กรณ์ตั้งคำถามถึงความสอดคล้องระหว่างนโยบายส่งเสริม Data Center กับนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาล โดยเฉพาะกรณีรัฐบาลเตรียมออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานและลดภาระการนำเข้าน้ำมันหรือก๊าซ

ขณะที่การส่งเสริม Data Center ด้วยเหตุผลว่าประเทศไทยมีไฟฟ้าสำรอง หากนำไฟฟ้าสำรองดังกล่าวไปใช้กับ Data Center มากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซ ซึ่งอาจทำให้ไทยต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้น และหากราคาผันผวนก็อาจกระทบค่า FT และค่าไฟฟ้าของประชาชน

จึงต้องตอบให้ได้ว่า หากไฟฟ้าสำรองถูกใช้จนหมดแล้ว ในอนาคตประเทศไทยจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลเพิ่มหรือไม่

3. น้ำ กับคำถามว่าใครมีสิทธิ์เข้าถึงก่อน

กรณ์ระบุว่า Data Center ใช้น้ำในปริมาณสูง โดยอาจเทียบเท่ากับการใช้น้ำของประชาชน 50,000-60,000 คนต่อปี จึงต้องตอบให้ชัดว่าการที่ Data Center ทำสัญญาซื้อน้ำโดยตรงจากบริษัทเอกชน จะทำให้มีสิทธิ์เข้าถึงน้ำก่อนประชาชนหรือเกษตรกรในพื้นที่หรือไม่ และรัฐบาลจะบริหารจัดการอย่างไร

4. มลพิษ เสียง-ความร้อน-น้ำเสีย ใครรับผิดชอบ

นอกจากการใช้ทรัพยากรแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องเสียง ความร้อน และน้ำเสียจากระบบ Data Center ซึ่งต้องมีมาตรการรองรับอย่างชัดเจน แต่ที่ผ่านมา Data Center ไม่ได้อยู่ภายใต้กระบวนการ EIA จึงยังไม่มีมาตรการกำหนดความรับผิดชอบต่อปัญหามลพิษอย่างเป็นระบบ

5. อธิปไตยทางเทคโนโลยี

กรณ์ตั้งคำถามว่า ขณะที่ไทยเปิดพื้นที่ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน Data Center เหตุใดจึงยังไม่เห็นมาตรการที่ชัดเจนในการยกระดับเทคโนโลยี AI และ Data Center ของไทยเอง เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

6. ผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์แค่ไหน

อีกประเด็นคือ รัฐบาลมีมาตรการชัดเจนเพียงใดที่จะทำให้ผู้ประกอบการไทยและสตาร์ทอัพสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จาก Data Center ได้อย่างแท้จริง โดยกรณ์กล่าวชื่นชม BOI ที่พยายามผลักดันเรื่องนี้ แต่ยังเห็นว่ารายละเอียดและผลประโยชน์ที่ผู้ประกอบการไทยจะได้รับยังไม่ชัดเจน

7. ความเสี่ยงด้านชิป หลังสหรัฐฯ จับตาไทย

กรณ์ยังแสดงความกังวลต่อกรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุชื่อประเทศไทยว่าอาจมีส่วนเป็นช่องทางให้จีนเข้าถึงชิประดับสูงที่สหรัฐฯ มีนโยบายจำกัดการส่งออก

เขาระบุว่า สหรัฐฯ อนุมัติการส่งออกชิปมาใช้งานในไทย แต่มีข้อกล่าวหาว่าไทยอาจเปิดทางให้จีนเข้าถึงชิปดังกล่าว ขณะที่มาเลเซียมีมาตรการกำกับดูแลเรื่องนี้อย่างชัดเจน แต่ไทยยังไม่มีมาตรการออกมาอย่างเป็นรูปธรรม

กรณ์มองว่า หากปัญหานี้ไม่ได้รับการจัดการ อาจกระทบต่อสิทธิในการนำเข้าซีพียูหรือชิประดับสูง และส่งผลต่อโอกาสพัฒนาธุรกิจ AI รวมถึงเศรษฐกิจเทคโนโลยีของไทยในภาพรวม

ฝากรัฐบาลตามโลกให้ทัน ก่อน Data Center กลายเป็นความเสี่ยง

กรณ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้รัฐบาลมีคำตอบและความชัดเจน โดยเฉพาะการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการ Data Center ที่มีเอกนิติเป็นประธาน ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (4 ก.ย.)

พร้อมหวังว่าข้อสังเกตทั้งหมดจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของรัฐบาล เพื่อให้การส่งเสริม Data Center ในประเทศไทยสร้างผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด และสร้างประโยชน์ต่อภาคธุรกิจไทยและเศรษฐกิจโดยรวม

“ผมไม่ได้คิดไปเองแต่เรื่องนี้เป็นปัญหาระดับสากลที่ทุกประเทศพยายามเร่งหาคำตอบอยู่ เพียงแต่สำหรับเราอาจจะเดินช้าไปนิด ผมก็ขอทำหน้าที่ในการกระตุ้นให้รัฐบาลตามโลกให้ทัน”

กรณ์ จาติกวณิช

ห่วงภาคตะวันออกใช้น้ำหนัก ชี้ต้องวางโซนนิ่งก่อนสร้าง

ด้าน พศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้น้ำประปาในปริมาณมากของ Data Center โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและภาคตะวันออก ซึ่งมีข้อมูลว่า Data Center กว่า 70% อาจตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

พศินระบุว่า ภาคตะวันออกมีปัญหาเรื่องการใช้น้ำทั้งสำหรับประชาชนและภาคการเกษตรอยู่แล้ว จึงควรมีการกำหนดโซนนิ่งอย่างชัดเจน แต่ปัจจุบันยังไม่มีมาตรการรองรับ ขณะที่บางพื้นที่เริ่มมีการก่อสร้างแล้ว

เขาย้ำว่า ภาคตะวันออกเคยเผชิญปัญหาความไม่ต่อเนื่องของนโยบายจากการเปลี่ยนรัฐบาลมาแล้ว จึงไม่ต้องการให้ Data Center กลายเป็นอีกโครงการที่รัฐบาลเดินหน้าไปก่อนแล้วค่อยกลับมาเตรียมความพร้อมภายหลัง

จาก “โอกาสเศรษฐกิจ” สู่โจทย์ใหญ่ที่รัฐต้องตอบ

เสียงสะท้อนจากฝ่ายค้านชี้ให้เห็นถึงปมปัญหา Data Center ที่กำลังเดินทางจาก “โอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ” ไปสู่โจทย์ใหญ่ด้านการกำกับดูแลของรัฐ ทั้งความปลอดภัย การใช้ไฟฟ้าและน้ำ มลพิษ ผังเมือง EIA ตลอดจนความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่รัฐบาลส่งสัญญาณเริ่มจัดระเบียบด้วยการระงับการขอตั้งใหม่ชั่วคราวและเตรียมกำหนดกติกาให้ชัดเจน

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่า ไทยจะดึง Data Center เข้ามาได้มากแค่ไหน แต่คือรัฐจะวางกติกาอย่างไรให้การลงทุนเหล่านี้เติบโตได้ โดยไม่ผลักต้นทุนกลับไปให้ประชาชนและประเทศในอนาคต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์