ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี โสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ในวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา มีทั้งหมด 3 กระทู้ แบ่งเป็นกระทู้ของฝ่ายค้าน 2 กระทู้ ได้แก่
- กระทู้ของ กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถาม เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เรื่องการปราบปรามทุนเทา
- กระทู้ของ จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน ถาม อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมอาวุธปืน
ส่วนกระทู้ของฝ่ายรัฐบาล เป็นกระทู้ของ ปะดิธ สังขจาย สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วม
โดยฝ่ายรัฐบาลส่ง ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาตอบเพียงกระทู้เดียว ส่งผลให้กระทู้ของฝ่ายค้านต้องตกไป อย่างไรก็ตาม โสภณเปิดโอกาสให้กรณ์และจรยุทธฝากคำถามไว้ในที่ประชุม
กรณ์กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ต้องกลับมาพูดเรื่องการปราบปรามทุนเทาอีกครั้ง เนื่องจากเพิ่งตั้งกระทู้สดไปเมื่อ 4 เดือนก่อน แต่ยังไม่ปรากฏความคืบหน้า ขณะที่ประชาชนยังได้รับความเดือดร้อนจากภัยสแกมเมอร์ และล่าสุดปรากฏชื่ออดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของไทยด้วย จึงต้องการทราบว่ากระทรวงการคลังจะมีท่าทีอย่างไร และจะให้ความร่วมมือหรือไม่ เพราะขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มสืบสวนสอบสวน
ด้านจรยุทธกล่าวถึงกรณีเหตุการณ์กราดยิงว่า หนึ่งในมาตรการควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาลคือการไม่ให้นำเข้าอาวุธปืน โดยปืนที่ใช้ก่อเหตุส่วนใหญ่เป็นปืนเถื่อน เป็นปืนที่ไม่อยู่ในระบบ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าความวุ่นวายและผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเกิดความสับสนจากนโยบายที่นายกรัฐมนตรีประกาศออกมา
‘ปกรณ์วุฒิ’ จี้ “กระทู้ต้องศักดิ์สิทธิ์” รัฐมนตรีไม่มาตอบก็ไร้ความหมาย
จากนั้น ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ขอหารือถึงการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม หรือวิป ทั้ง 2 ฝ่าย โดยระบุว่า ที่ผ่านมามีการขอความร่วมมือให้วิปฝ่ายค้านแจ้งล่วงหน้าว่าจะถามรัฐมนตรีคนใด เพื่อให้รัฐบาลสามารถประสานรัฐมนตรีมาตอบได้
ปกรณ์วุฒิระบุว่า ฝ่ายค้านยังไม่ได้ตกลงกับข้อเสนอดังกล่าว เพราะแม้กระทู้ของกรณ์จะแจ้งล่วงหน้าว่าจะถามรัฐมนตรีคนใด แต่รัฐมนตรีก็ไม่ได้มาชี้แจงอยู่ดี พร้อมกล่าวถึงการทำให้กระทู้มีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร
“ท่านประธานเคยพูดในที่ประชุมแห่งนี้ว่าจะพยายามทำให้กระทู้มีความศักดิ์สิทธิ์ ทำให้สภาแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ ในการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร แต่ในปัจจุบันมันไม่เป็นเช่นนี้เลย วันนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง ต่อให้รู้ล่วงหน้าหรือไม่ รัฐมนตรีก็ไม่มาอยู่ดี หรือเป็นผลพวงจากการที่นายกรัฐมนตรีบอกฝ่ายค้านว่าถ้าอยากให้มา รอให้บุญถึงก่อน ท่านรัฐมนตรีท่านอื่นจึงน้อมนำไปด้วย ถ้าเป็นแบบนี้ ข้อตกลงที่ขอมาก็คงให้ไม่ได้”
— ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
ประธานสภาฯ ย้ำไม่มีอำนาจบังคับรัฐมนตรี เสนอแก้ข้อบังคับ
โสภณชี้แจงว่า ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีกฎหมายกำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน แม้ที่ผ่านมาเคยกล่าวว่าจะขอความร่วมมือให้รัฐบาลมาตอบกระทู้ แต่ประธานสภาไม่มีอำนาจแทรกแซงหรือบังคับฝ่ายใดให้มาตอบได้
“ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ มีกฎหมายชัดเจนว่าฝ่ายไหนมีหน้าที่อะไร ส่วนที่ตนเคยบอกว่าจะขอความร่วมมือให้รัฐบาลมาตอบกระทู้ ก็เป็นคำพูดที่จริง แต่ท่านต้องเข้าใจว่าประธานก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปแทรกแซงหรือไปบังคับให้ฝ่ายใดมาตอบได้ ในอดีตก็เป็นเช่นนี้ ตนจึงเสนอไปแล้วว่าถ้าข้อบังคับใดที่เป็นประโยชน์หรืออยากให้เป็นประโยชน์ท่านต้องแก้ข้อบังคับ”
— โสภณ ซารัมย์
‘พริษฐ์’ ชูร่างแก้ข้อบังคับ เสนอทดกระทู้ฝ่ายค้านหากรัฐมนตรีไม่มาตอบ
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ชูเอกสารร่างแก้ไขข้อบังคับสภาของพรรคประชาชน พร้อมระบุว่ากำลังจะส่งร่างดังกล่าวในวันนี้ โดยเข้าใจว่าประธานสภาไม่สามารถบังคับฝ่ายบริหารได้
พริษฐ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาใช้ธรรมเนียมโควตา 2 กระทู้สำหรับฝ่ายค้าน และ 1 กระทู้สำหรับฝ่ายรัฐบาล และได้หยิบยกประเด็นนี้หารือในที่ประชุมวิปร่วมแล้ว โดยเสนอว่า หากสัปดาห์ใดรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ฝ่ายค้าน อาจใช้วิธีทดกระทู้ฝ่ายค้านไปสัปดาห์ถัดไป เพื่อเป็นทางออกในการจัดการกับปัญหา แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วย ดังนั้น เมื่อมีความเห็นต่าง จึงเป็นหน้าที่ของประธานที่จะช่วยหาทางออก
ฝ่ายรัฐบาลโต้ ขอแค่แจ้งล่วงหน้า ชี้พร้อมประสานรัฐมนตรีมาตอบ
กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นตอบโต้ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา วิปทั้ง 2 ฝ่ายมีการประชุมและมีข้อตกลงเรื่องการแจ้งล่วงหน้าว่าในแต่ละสัปดาห์จะถามรัฐมนตรีคนใด โดยที่ผ่านมาแจ้งรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกถามกันในวันจันทร์ แต่ฝ่ายค้านเห็นว่าวันจันทร์เร็วเกินไป จึงขอเป็นวันอังคาร เนื่องจากเป็นวันที่มีมติคณะรัฐมนตรีออกมา ซึ่งฝ่ายรัฐบาลก็ยอมรับและขอเพียงให้แจ้งล่วงหน้า เพื่อจะได้ประสานรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้มาตอบมากที่สุด
กรณีกระทู้ของกรณ์ กรวีร์ระบุว่า ได้รับแจ้งมาตั้งแต่วันก่อนและพยายามประสานเอกนิติให้มาตอบ แต่ติดภารกิจ ส่วนกระทู้เรื่องอาวุธปืนของพรรคประชาชนไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้า จึงไม่สามารถประสานรัฐมนตรีได้ทัน
“กระทู้แรกของท่านกรณ์ก็แจ้งมาจริงตั้งแต่เมื่อวาน ผมก็พยายามที่จะประสานไปยังท่านเอกนิติให้มาตอบ แต่ท่านติดภารกิจ ผมก็อยากจะมีวิธีการเหมือนกันสำหรับรัฐมนตรีที่ไม่มาตอบเลย เราจะทำแบบไหนอย่างไรตามที่ท่านประธานได้ดำริไว้ แต่สิ่งที่ท่านพริษฐ์บอก เราตกลงกับที่ประชุมว่าท่านจะแจ้งล่วงหน้า แต่ของพรรคประชาชนไม่ได้แจ้งผมเลย ประเด็นที่ท่านถามเรื่องปืน ขอแต่เพียงพวกผมรู้ล่วงหน้าเท่านั้นแหละครับ ผมจะได้ไปเชิญและรัฐมนตรีที่มาตอบ เพราะเป็นประเด็นที่พวกเรามีคำตอบให้อยู่แล้ว แต่เสียดายที่ไม่ได้ประสานกันไว้ก่อน ผมนี่ ถามกับท่านสยาม เพ็งทอง ที่รับผิดชอบเรื่องกระทู้เมื่อวานนี้ ก็ยังถามว่าตกลงจะถามใคร”
— กรวีร์ ปริศนานันทกุล
‘พริษฐ์’ ย้ำกระทู้สดคือเรื่องด่วน ขอแลกโควตาหากรัฐมนตรีไม่มาตอบ
พริษฐ์ขอใช้สิทธิ์พาดพิง โดยระบุว่า จุดประสงค์ของกระทู้สดคือการใช้ถามเรื่องด่วน ซึ่งบางครั้งไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ แม้ประเด็นอาวุธปืนจะไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่การทำงานระหว่าง สส.ฝ่ายค้านอาจมีการถกเถียงกันว่าจะหยิบยกเรื่องใด และบางครั้งไม่ได้ข้อสรุปจนถึงวินาทีสุดท้าย
พริษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้หารือกับรัฐบาลและยินดีอำนวยความสะดวกเกินกว่าข้อบังคับด้วยการพยายามแจ้งล่วงหน้า แต่ต้องการให้รัฐบาลตอบเงื่อนไขว่า หากรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านประสงค์จะถามไม่มาทำหน้าที่ตอบ ก็ควรมีการคืนหรือโอนโควตากระทู้ของรัฐบาลในสัปดาห์ถัดไปมาให้ฝ่ายค้าน แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว
‘กรวีร์’ ไม่รับข้อเสนอคืนโควตา ชี้ฝ่ายรัฐบาลก็มีเรื่องเดือดร้อนในพื้นที่
กรวีร์ตอบว่า เรื่องการนำโควตากระทู้ของรัฐบาลมาให้ฝ่ายค้านหากรัฐบาลไม่มาตอบนั้น ตนได้พูดชัดเจนในที่ประชุมแล้วว่าไม่สามารถดำเนินการได้
“ผมยกตัวอย่าง วันนี้ สส.อยุธยาเรียงหน้ากัน 5 คน เขาเองมีปัญหาความเดือดร้อนเหมือนกัน ไม่ใช่เดือดร้อนเฉพาะฝ่ายค้าน พวกผมเป็นรัฐบาลก็มีปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ ดังนั้น สิทธิ์ของการถามกระทู้ พวกผมต้องการในบางสัปดาห์ มันมีความจำเป็นที่ต้องถามเหมือนกัน”
— กรวีร์ ปริศนานันทกุล
ประธานสภาฯ ขอ 2 ฝ่ายยึดการหารือ หากตกลงไม่ได้ให้ใช้กติกา
โสภณระบุว่า หากใช้ข้อบังคับอย่างเคร่งครัด การแก้ปัญหาจะทำได้ยาก จึงเห็นว่าสภาควรดำเนินการด้วยการปรึกษาหารือ ซึ่งเป็นเหตุผลที่มีระบบวิปทั้ง 2 ฝ่าย และเมื่อวิปทั้งสองฝ่ายมีข้อตกลง ก็ควรนำข้อตกลงดังกล่าวเข้าสู่การประชุมสภาฯ
“ถ้าใช้ข้อบังคับจริงๆ จะเดินยากมาก ฉะนั้น สภาฯ เราจะเรียบร้อยได้อยู่บนการปรึกษาหารือ เขาถึงมีวิป เมื่อข้อตกลงของวิปทั้งสองฝ่าย เห็นเป็นอย่างไร ก็นำข้อตกลงนั้นมาประชุมที่สภาแห่งนี้ ฉะนั้น ทุกเรื่องจะจบลงได้ก็ต่อเมื่อการปรึกษาหารือ นี่คือหัวใจของประชาธิปไตย ไม่ใช่เราจะมาหักกัน ต่อไปก็อยากให้เป็นลายลักษณ์อักษร เอาข้อตกลงมาอ่านก่อนว่าการประชุม ว่าสัปดาห์นี้ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันเรื่องอะไร ถ้าตกลงไม่ได้ทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับกติกา”
— โสภณ ซารัมย์
‘ภราดร’ ขอโทษ ยอมรับอาจประสานงานผิดพลาด พร้อมนำเรื่องหารือนายกรัฐมนตรี
ภราดรขอใช้สิทธิ์รัฐมนตรีชี้แจง โดยระบุว่าอยู่ในวงประชุมหารือเรื่องกระทู้ด้วย และขอโทษประธานสภา พร้อมยืนยันว่ามีการหารือเรื่องกระทู้สดจริง โดยขอให้ประธานวิปฝ่ายค้านประสานรายชื่อภายในวันอังคารตอนเย็น หรืออย่างช้าวันพุธตอนเช้า เพื่อให้สามารถประสานงานกับรัฐมนตรีได้
“ทุกวันนี้ ผมดูจะไม่ใช่เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว เป็นรัฐมนตรีประจำสภาเสียแล้ว ผมทำหน้าที่ประสานงานให้ก็จะต้องเร่งรัดประสานงาน แต่กระทู้สด บางทีรัฐมนตรีเขาก็มีภารกิจล่วงหน้า แต่ก็ได้มีการประสานงานกัน แต่ในสัปดาห์นี้ มีของท่านกรณ์ที่ได้ประสานมาล่วงหน้า ผมได้โทรไปถามท่านสาทิตย์ วงหนองเตย เมื่อวานนี้ ผมก็โทรไปประสาน แต่ท่านรัฐมนตรีมีประชุมสำคัญ นัดหมายเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ส่วนเรื่องปืน ผมก็เพิ่งทราบเดี๋ยวนี้ ว่าจะถามเรื่องปืน ผมก็ไม่สามารถที่จะประสานไปในขณะเวลา 5-10 นาที”
ภราดรกล่าวต่อว่า สำหรับกระทู้แห้ง ซึ่งเป็นกระทู้ทั่วไปและกระทู้แยกเฉพาะ ต้องขอโทษและขออภัย เพราะอาจเกิดจากการประสานงานที่ผิดพลาด พร้อมระบุว่า ในโอกาสหน้าจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับนายกรัฐมนตรี เพื่อกำชับในที่ประชุมให้ความสำคัญกับสภา
หากแจ้งล่วงหน้าแล้วรัฐมนตรีไม่มา จะทำอย่างไร?
พริษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ติดใจกับการประสานงานล่วงหน้า แต่หากฝ่ายค้านประสานไปล่วงหน้าแล้ว รัฐมนตรีก็ยังไม่มาทำหน้าที่ตอบกระทู้ จะมีทางออกอย่างไร
ก่อนที่โสภณจะตัดจบการหารือ และเข้าสู่วาระกระทู้ถามสดที่ 3 ของปะดิธต่อไป




