ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 จากพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่มีการโพสต์ภาพอิริยาบถการนั่งสบายๆ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ของ รัชนก ศรีนอก สส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล พร้อมกับเขียนข้อความต่อว่า รัฐสภาไม่ใช่โรงหนัง ว่า การปฏิบัติตัวของส.ส.ทุกอย่างอยู่ในระเบียบข้อบังคับ กับเรื่องจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสมาชิกทุกคนก็มีวุฒิภาวะที่ เราจะต้องเคารพ เพราะสมาชิกก็จะต้องรับผิดชอบตัวเองได้ ดังนั้นหากส.สไม่ได้กระทำผิดอะไรร้ายแรงที่ชัดเจนในประมวลจริยธรรมหรือไม่ได้มีผู้ร้องเรียน ก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องไปเคร่งครัดกับ สส.มาก และ หากเทียบกับ สส.บางคนที่ไม่มาประชุมหรือมาแล้วเปิดดูภาพที่ไม่เหมาะสมในห้องประชุม ถือมีความผิดมากกว่า ฉะนั้นหากไปเคร่งครัดในทุกเรื่องสส.ก็คงทำตัวยาก จึงคิดว่าถ้าไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกับประมวลจริยธรรมก็คงไม่ต้องไปกำชับอะไรกับสส.
ส่วนจะกำชับอะไรสส.ใหม่ เพื่อป้องกันการถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่นั้น นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า สส.ใหม่ในสภาชุดนี้มีเกือบครึ่ง จึง คิดว่าแต่ละพรรคคงจะ เตือนกันเอง และคงไม่ใช่เรื่องที่ตนจะต้องไปเตือน เฉพาะ สส.พรรคก้าวไกล ทั้งนี้ในรอบที่แล้ว ก็มีเรื่องที่ตนทำถูกทำผิดและสส.รุ่นพี่ก็ช่วยกันตักเตือน หรือบางทีประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ส่งจดหมายน้อยมาบอก แนะนำตน จึงคิดว่าค่อยๆเรียนรู้กันไป
สำหรับกรณีที่มีการนำภาพอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมของสมาชิกไปเผยแพร่นั้น ปดิพัทธ์กล่าวว่า สส.ถือเป็นบุคคลสาธารณะและการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็มีการถ่ายทอดสด ดังนั้นสสก็ต้องทำใจว่าชีวิตของตัวเองจะต้องถูกตรวจสอบ ดังนั้นข้อวิจารณ์ไม่ว่าจะเชิงบวกหรือเชิงลบก็จะต้องพร้อมรับเพราะเป็นบุคคลสาธารณะ
“ความจริงเรื่องของการครองตนให้เหมาะสมไม่สำคัญว่าจะเป็นสส.ใหม่หรือสสเก่า เพราะหลายท่านที่โดนคดีเสียบบัตรแทนกัน หรือโดนเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ใช่สส.ใหม่ คิดว่าสส.ใหม่หรือเก่าคงไม่ใช่ประเด็น อยู่ที่ว่าทุกคนเคารพกติกาในการทำงานร่วมกัน และวัดกันที่ผลงานและเนื้องานด้วย” รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าว
ส่วนจะกำชับอะไรสส.ใหม่ เพื่อป้องกันการถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่นั้น นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า สส.ใหม่ในสภาชุดนี้มีเกือบครึ่ง จึง คิดว่าแต่ละพรรคคงจะ เตือนกันเอง และคงไม่ใช่เรื่องที่ตนจะต้องไปเตือน เฉพาะ สส.พรรคก้าวไกล ทั้งนี้ในรอบที่แล้ว ก็มีเรื่องที่ตนทำถูกทำผิดและสส.รุ่นพี่ก็ช่วยกันตักเตือน หรือบางทีประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ส่งจดหมายน้อยมาบอก แนะนำตน จึงคิดว่าค่อยๆเรียนรู้กันไป
สำหรับกรณีที่มีการนำภาพอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมของสมาชิกไปเผยแพร่นั้น ปดิพัทธ์กล่าวว่า สส.ถือเป็นบุคคลสาธารณะและการประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็มีการถ่ายทอดสด ดังนั้นสสก็ต้องทำใจว่าชีวิตของตัวเองจะต้องถูกตรวจสอบ ดังนั้นข้อวิจารณ์ไม่ว่าจะเชิงบวกหรือเชิงลบก็จะต้องพร้อมรับเพราะเป็นบุคคลสาธารณะ
“ความจริงเรื่องของการครองตนให้เหมาะสมไม่สำคัญว่าจะเป็นสส.ใหม่หรือสสเก่า เพราะหลายท่านที่โดนคดีเสียบบัตรแทนกัน หรือโดนเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ใช่สส.ใหม่ คิดว่าสส.ใหม่หรือเก่าคงไม่ใช่ประเด็น อยู่ที่ว่าทุกคนเคารพกติกาในการทำงานร่วมกัน และวัดกันที่ผลงานและเนื้องานด้วย” รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าว




