ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 กล่าวถึงกรณีที่ ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบการใช้งบรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ในการเลี้ยงหมูกระทะแม่บ้านรัฐสภา 370 คน อาจเข้าข่ายการกระทำขัดกันแห่งผลประโยชน์ ว่า เรื่องนี้มันเถียงกันจบแล้ว แต่ก็มองว่า ศรีสุวรรณ มีสิทธิ์ร้อง และนักการเมืองทุกคน ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ดังนั้น ก็ให้ว่ากันไป
“ส่วนตัวไม่กังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อตำแหน่งรองประธานสภาฯ และเป็นที่ชัดเจนด้วยว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นคำถามใหญ่ขององค์กรและหน่วยงานต่างๆ อีกมาก ตนขอยืนยันว่า แม่บ้านและพ่อบ้านรัฐสภาทุกคนเป็นแขก” ปดิพัทธ์ ระบุ
ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นการใช้งบประมาณรัฐ เพื่อเรียกคะแนนเสียงให้ตนเองนั้น ปดิพัทธ์ ได้ถามกลับว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเลือกตั้งใช่หรือไม่ และใช้กติกาของการหาเสียงเลือกตั้งใช่หรือไม่ พร้อมอ้างว่า นักการเมืองหลายคนก็เลี้ยงข้าวคนเยอะไปหมด และตนก็ไม่ได้จัดงานในลักษณะที่แสดงออกว่าเป็นพรรคการเมือง จึงไม่ต้องกังวลในข้อกฎหมายนี้ ทุกอย่างเป็นการดำเนินการตามระเบียบของราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
“ประธานกรรมาธิการหลายคน ก็มีงบประมาณในการรับรอง ข้าราชการระดับสูงบางคนก็มี ซึ่งแต่ละองค์กรมีระบบเบิกจ่ายที่ไม่เหมือนกัน ตามระเบียบของแต่ละองค์กร แต่ส่วนตัวในการเลี้ยงข้าวแม่บ้านได้วางแผนมาเป็นเดือนแล้ว ไม่ใช่เมื่อเช้าอยากกินแล้วตอนเย็นมากินกัน” ปดิพัทธ์ ระบุ
ส่วนที่มีการเรียกร้องให้มีการเปิดเผยงบฯ ในการจัดเลี้ยงรับรองตั้งแต่อดีต ว่ามีการใช้อย่างไรนั้น ปดิพัทธ์ กล่าวว่า คงไม่ไปก้าวล่วงคนอื่น คิดว่าแต่ละท่านคงมีวุฒิภาวะและวิจารณญาณในการใช้งบประมาณอยู่แล้ว แต่ประชาชนก็มีสิทธิตั้งคำถามว่า เขามีงบประมาณเท่าไหร่ มีการใช้จ่ายอย่างไร มีแนวทางในการควบคุมอย่างไรในเรื่องของความโปร่งใส ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ ประธานรัฐสภายังไม่มีการสอบถามในประเด็นนี้มาที่ตน
ด้าน เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากสังคมยังสงสัยและอยากรู้เกี่ยวกับงบรับรองของประธานและรองประธานสภาฯ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ตนจะจัดให้ จะไปไล่งบฯ ดู น่าจะมีเด็ดๆ เยอะกว่านี้ ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณที่มีการตรวจสอบพรรคก้าวไกล
“ถ้าทุกหน่วยงานสนใจตรวจสอบการทำงานของข้าราชการและนักการเมืองให้ได้เหมือนอย่างตรวจสอบพรรคก้าวไกล ประเทศไทยคงเจริญไปนานแล้ว” เท่าพิภพ กล่าว
“ส่วนตัวไม่กังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อตำแหน่งรองประธานสภาฯ และเป็นที่ชัดเจนด้วยว่า เรื่องนี้จะกลายเป็นคำถามใหญ่ขององค์กรและหน่วยงานต่างๆ อีกมาก ตนขอยืนยันว่า แม่บ้านและพ่อบ้านรัฐสภาทุกคนเป็นแขก” ปดิพัทธ์ ระบุ
ส่วนที่หลายคนมองว่าเป็นการใช้งบประมาณรัฐ เพื่อเรียกคะแนนเสียงให้ตนเองนั้น ปดิพัทธ์ ได้ถามกลับว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเลือกตั้งใช่หรือไม่ และใช้กติกาของการหาเสียงเลือกตั้งใช่หรือไม่ พร้อมอ้างว่า นักการเมืองหลายคนก็เลี้ยงข้าวคนเยอะไปหมด และตนก็ไม่ได้จัดงานในลักษณะที่แสดงออกว่าเป็นพรรคการเมือง จึงไม่ต้องกังวลในข้อกฎหมายนี้ ทุกอย่างเป็นการดำเนินการตามระเบียบของราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
“ประธานกรรมาธิการหลายคน ก็มีงบประมาณในการรับรอง ข้าราชการระดับสูงบางคนก็มี ซึ่งแต่ละองค์กรมีระบบเบิกจ่ายที่ไม่เหมือนกัน ตามระเบียบของแต่ละองค์กร แต่ส่วนตัวในการเลี้ยงข้าวแม่บ้านได้วางแผนมาเป็นเดือนแล้ว ไม่ใช่เมื่อเช้าอยากกินแล้วตอนเย็นมากินกัน” ปดิพัทธ์ ระบุ
ส่วนที่มีการเรียกร้องให้มีการเปิดเผยงบฯ ในการจัดเลี้ยงรับรองตั้งแต่อดีต ว่ามีการใช้อย่างไรนั้น ปดิพัทธ์ กล่าวว่า คงไม่ไปก้าวล่วงคนอื่น คิดว่าแต่ละท่านคงมีวุฒิภาวะและวิจารณญาณในการใช้งบประมาณอยู่แล้ว แต่ประชาชนก็มีสิทธิตั้งคำถามว่า เขามีงบประมาณเท่าไหร่ มีการใช้จ่ายอย่างไร มีแนวทางในการควบคุมอย่างไรในเรื่องของความโปร่งใส ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ ประธานรัฐสภายังไม่มีการสอบถามในประเด็นนี้มาที่ตน
ด้าน เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากสังคมยังสงสัยและอยากรู้เกี่ยวกับงบรับรองของประธานและรองประธานสภาฯ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ตนจะจัดให้ จะไปไล่งบฯ ดู น่าจะมีเด็ดๆ เยอะกว่านี้ ทั้งนี้ ต้องขอขอบคุณที่มีการตรวจสอบพรรคก้าวไกล
“ถ้าทุกหน่วยงานสนใจตรวจสอบการทำงานของข้าราชการและนักการเมืองให้ได้เหมือนอย่างตรวจสอบพรรคก้าวไกล ประเทศไทยคงเจริญไปนานแล้ว” เท่าพิภพ กล่าว




