ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ให้สัมภาษณ์กรณีที่ สส.พรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศทีมงานอาสาสมัครจะดำเนินการอย่างไรเนื่องจากขณะนี้สภาฯ ยังไม่มีคณะกรรมการจริยธรรม ว่า ถือเป็นความจำเป็นที่ต้องมีผู้นำฝ่ายค้านโดยเร็วที่สุด เพราะเรื่องคณะกรรมการจริยธรม คณะกรรมการสรรหาตำแหน่งต่างๆ ทางการเมือง ถ้าไม่มีผู้นำฝ่ายค้านก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้
“แต่เรื่องนี้คงไม่ได้เป็นแค่กลไกเดียวที่จะสามารถทำให้เกิดการตรวจสอบ ซึ่งตอนนี้เห็นหลักฐานในหน้าสื่อ แต่สำคัญที่สุดคือต้องมีโอกาสชี้แจง และแสดงหลักฐานเพิ่มเติมจากทางผู้ร้องและผู้ที่ถูกร้องด้วย และคิดว่าใช้เวลาไม่นาน เพราะตอนนี้รอธุรการบางอย่างจากทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะรับรองสถานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล และจะมีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านเร็วๆ นี้แน่นอน” ปดิพัทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่าได้มีคุยกับพรรคก้าวไกลบ้างหรือไม่ว่ากรณีแบบนี้จะดำเนินการอย่างไรต่อในส่วนของสภาฯ ปดิพัทธ์ กล่าวว่า ยังไม่มี เพราะเรื่องยังไม่ได้มาร้องที่สภา แต่เรื่องไปร้องที่แต่ละพรรค ซึ่งจะมีคณะกรรมการจริยธรรมและข้อบังคับของตัวเองที่เราคงจะไม่ไปก้าวล่วงได้ แต่ผู้ร้องมีสิทธิ์ที่จะร้องทุกอย่าง ทั้งที่พรรคหรือที่สภาฯ ก็ได้ แต่ต้องยอมรับจริงๆ ว่ากลไกทางสภาฯ ยังไม่พร้อม
เมื่อถามว่า ทางสภาฯ สามารถหยิบหยกขึ้นมาพิจารณาเองได้ก่อนหรือไม่ หรือต้องมีผู้ร้องก่อน ปดิพัทธ์ กล่าวว่า จำเป็นต้องมีคนร้องก่อน เพราะไม่สามารถไปเก็บหลักฐานด้วยตัวเองได้ว่าหลักฐานเหล่านี้เก็บมาอย่างเป็นธรรมหรือครบถ้วนหรือไม่ ฉะนั้น ต้องมีคนร้องให้ชัดเจน
‘ก้าวไกล’ ตั้ง กก. สอบ สส.แชทฉาว รับมีมูล รอสอบรอบด้านถ้าผิดจริง ตัดสิทธิพึงมี-พ้นสมาชิก

ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมการวินัยของพรรค ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สส.ปราจีนบุรี ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมทางเพศ แชทหาทีมงานอาสาสมัครสาว จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ ว่า พรรคก้าวไกลได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว
ได้มีกระบวนการในการตั้งกรรมการสอบวินัยเฉพาะกิจเพิ่มเติม เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ ซึ่งได้สอบข้อเท็จจริงทั้งผู้ถูกกล่าวหาและผู้กล่าวหา รวมถึงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้กำลังใช้เวลาดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝาย และนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้ทราบเรื่องแล้ว ให้ดำเนินการสอบอย่างตรงไปตรงมา
"ซึ่งเบื้องต้นพบว่ากรณีดังกล่าวมีมูล จึงตั้งเรื่องสอบมาสักระยะแล้ว แต่ที่ยังสรุปเร็วไม่ได้เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้ร้องซึ่งก็ยังทำงานอยู่ภายในพรรค และเป็นเรื่องซับซ้อนละเอียดอ่อนจะต้องสอบถามพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนรอบด้าน” ณัฐวุฒิ กล่าว
เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะดำเนินการสอบสวนเสร็จเมื่อไร ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ว่าเรื่องนี้จะพิจารณาข้อเท็จจริงเสร็จเมื่อไร ซึ่งคณะกรรมการวินัยมี 7 ท่านด้วยกัน ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการหารือกันและเรียกพยานสอบเพิ่มเติม เราจะดูข้อเท็จจริงพยานหลักฐานให้รอบด้านที่สุด
“เท่าที่วันนี้พรรคก้าวไกลได้สื่อสารออกไป โดยหากเรื่องนี้จบลงแบบใดอย่างไร ทางพรรคก็อาจจะแถลงสื่อสารผลวินิจฉัยให้ประชาชนทราบ รวมทั้งกรณีอื่นๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วย โดยตนอยู่ในจุดที่ต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อนำส่งไปยังคณะกรรมการบริหารพรรคต่อไป ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของคณะกรรมการบริหารว่าจะพิจารณาอย่างไร”
ผู้สื่อข่าวถามถึงโทษต่อกรณีดังกล่าวหากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ณัฐวุฒิ กล่าวว่า โดยข้อกล่าวหาเคสนี้ก็เป็นข้อกล่าวหาในประเด็นเรื่องเพศ เกณฑ์ข้อบังคับที่พรรคตั้งไว้หากเกี่ยวกับเรื่องเพศและวินิจฉัยว่ามีความผิด อาจจะต้องดูพฤติการณ์ว่าเป็นความผิดที่เข้าข่ายเรื่องเพศในแบบใด ถือว่าเป็นเรื่องวินัยร้ายแรง หากกรรมการบริหารวินิจฉัยว่ามีความผิดก็จะมีการตัดสิทธิ์ได้ใน 2 แบบเท่านั้น คือ
1.ตัดสิทธิ์ที่พึงมีในฐานะสมาชิกทั้งหมด แต่ต้องไม่กระทบกับสิทธิ์ในฐานะที่เป็น สส.และรวมถึงการสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งถัดไป
2.กรณีที่ให้พ้นจากสมาชิกภาพ เพราะเรื่องเพศเราไม่สามารถวินิจฉัยเป็นอื่นไปได้
“อย่างไรก็ตามสำหรับเคสนี้ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้น ณ ขณะนี้ยังถือว่าอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน เพื่อนำมาวินิจฉัยว่าเป็นความผิดหรือไม่ ที่สุดการพิจารณาสุดท้ายจะอยู่ที่คณะกรรมการบริหารพรรค ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นคณะกรรมการวินัยอยู่” ณัฐวุฒิ กล่าว




