‘นายกฯอิ๊งค์’ กลางวง ‘กองทัพ’ จี้ คกก.ชายแดนฯ ขยายผลปราบ ‘คอลเซนเตอร์’ 1 เดือนเดือน

14 ก.พ. 2568 - 17:44

  • นายกฯ เรียก ผบ.เหล่าทัพ ถกปราบ ‘แก๊งคอลเซนเตอร์’ ชูมาตรการเด็ดขาด ‘ตัดน้ำมัน-ไฟฟ้า’ ได้ผล จี้ คกก.นโยบายชายแดน ขยายแผนงาน ก่อนกลับรายงานผล 1 เดือน ‘ภูมิธรรม’ ลั่นไม่ใจอ่อน ‘กองกำลังฯ’ ลดระดับมาตรการ

Paetongtarn_Military_Call_center_SPACEBAR_Hero_f05f7aa453.jpg

นายกฯ เรียก ผบ.เหล่าทัพ ถก ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ 1 เดือน อัปเดต

แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เชิญ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม และ พล.อ. สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสุด , พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. , พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. และ พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร. , พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ร่วมหารือถึงความมั่นคงปลอดภัยทุกมิติของพี่น้องประชาชน ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความระบุว่า ประชุมกับผู้นำเหล่าทัพ หารือเรื่องความมั่นคง และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โอกาสนี้ได้แสดงความขอบคุณต่อการทำงานหนักและเด็ดขาดของหน่วยงานความมั่นคง ทั้งเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ยาเสพติด การค้ามนุษย์ ที่ร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆ จนทำให้ปัญหาต่างๆ คลี่คลายไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตามปัญหาหลายเรื่องยังมีอยู่และต้องดำเนินการทำงานอย่างต่อเนื่อง ตรงจุด ด้วยแผนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานร่วมกันต่อไป

โดยเฉพาะเรื่องแก๊งคอลเซนเตอร์ ที่คุกคามชีวิตพี่น้องประชาชน เป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเดินหน้าแก้ปัญหาต่อไป ที่ผ่านมามาตรการตัดเส้นทางลำเลียงน้ำมัน-ตัดไฟ ถือเป็นมาตรการที่เด็ดขาดและได้ผล นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่โอกาสนี้ขอเร่งรัดคณะกรรมการโยบายด้านชายแดน ให้ขยายแผนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และขอให้รายงานกลับมาอีกครั้งในเวลา 1 เดือน

ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ และความมั่นคงอื่นๆ ที่กล่าวถึงข้างต้น ถือเป็นวาระใหญ่ของรัฐบาล เพราะคือความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน รัฐบาลเดินหน้าเต็มที่ และพร้อมทำงานอย่างบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ตรงจุด และแก้ปัญหาทั้งระยะสั้นและยาวโดยเร็ว

Paetongtarn_Military_Call_center_SPACEBAR_Photo02_b9ef117125.jpg

‘ภูมิธรรม’ ลั่นไม่ใจอ่อน ‘กองกำลังฯ’ ลดระดับมาตรการ

ด้าน ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ทุกเหล่าทัพได้มีการรายงานสถานการณ์ต่อหน้านายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะความคืบหน้าการปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ ภายหลังที่เปิดปฏิบัติการซีลแนวชายแดน 51 อำเภอ ถือว่าปฏิบัติการที่ดำเนินการในช่วงต้นประสบความสำเร็จ โดยการกดดันในครั้งนี้ทำให้มีการเคลื่อนไหว ปิดสถานบันเทิง ที่มีข่าวเกี่ยวข้องกับคอลเซ็นเตอร์ 

ซึ่งเป็นการดำเนินการที่แน่ชัดว่าไทยต้องการแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ให้ออกจากพื้นที่ ต้องมีการตรวจสอบคนที่ขอความช่วยเหลือ เมื่อเคลียร์ปัญหานี้แล้วต้องหาช่องทางดำเนินการต่อไป จะดำเนินการต่อเนื่อง และมีการสำรวจกลุ่มคนที่เดินทางเข้าไปทำงาน บางส่วนต้องมีการแยกแยะให้ชัดเจนหากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับแก๊งค์คอลเซนเตอร์ก็จะส่งตัวให้กับสถานทูตมารับ

ส่วนประเทศไหนที่มีคนจำนวนมากจะเช่าเหมาลำเครื่องบินมารับ ยืนยันว่าไทยจะไม่ยินยอมให้เป็นศูนย์อพยพ เมื่อได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแล้วก็นำข้อมูลนี้ไปดำเนินการเพื่อให้ได้มาตรฐานและแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด และข้อมูลทั้งหมดให้บูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อที่จะได้มีข้อมูลที่ชัดเจน เวลานี้ได้นำทุกเหล่าทัพและส่วนที่เกี่ยวข้องมาทำงานเชื่อมกับฝ่ายการเมือง เพราะบางเรื่องฝ่ายปฏิบัติเมื่อมาถึงระดับที่ตัดสินใจแล้วอาจจะไม่รู้ว่าต้องตัดสินใจดำเนินการต่ออย่างไร ดังนั้นการพูดคุยวันนี้ ตนเองซึ่งประสานงานโดยตรงสามารถตอบแทนฝ่ายการเมือง แทนนายกรัฐมนตรีได้ จะทำให้ส่วนที่เกี่ยวข้องทำงานได้อย่างบูรณาการ โดยรวมมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน

ส่วนความคืบหน้าการระงับโซลาร์เซลล์ ภูมิธรรม กล่าวว่า เป็นเรื่องที่แจ้งไปแล้วว่ากำลังดำเนินการอยู่ แต่หัวใจของการพูดคุยวันนี้ถ้าสามารถซีลทั้งหมดได้เราก็สามารถจัดการพื้นที่ชายแดนได้ เรื่องนี้มีความคืบหน้ามากขึ้น ทั้งนี้ ในที่ประชุม นายกฯ ได้ขอบคุณทุกฝ่ายที่ตั้งใจทำงาน และขอให้ทุกฝ่ายทำงานประสานงานกันให้ได้มากขึ้น แต่ในที่ประชุมไม่ได้พูดถึงเรื่องของหมายจับ พ.องหม่องชิตตู เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ

Paetongtarn_Military_Call_center_SPACEBAR_Photo03_e2d3a8d68e.jpg

เมื่อถามว่า กองกำลังต่างๆ ของชายแดนเมียนมาออกมาแสดงท่าทีเอาจริงเอาจังที่จะปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์ จะทำให้รัฐบาลไทยใจอ่อน ถึงขั้นลดระดับความเข้มข้นของมาตรการลงหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องใจอ่อนหรือไม่ใจอ่อน แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำให้ตรงเป้าหมาย ปัญหาของเราคือ

1.ต้องเอาคอลเซ็นเตอร์ออกไปให้ได้

2.จะไม่ให้ใช้พื้นที่ของเรา มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติดและค้ามนุษย์ คอลเซนเตอร์ สแกมเมอร์ ถ้าเข้าใจตรงนี้ได้เราก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปประท้วง หรือสร้างเงื่อนไขต่อ เพราะถือว่าเราได้ดำเนินการตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายแล้ว ถ้าเป็นไปตามเป้าหมายเรามีสิทธิคืนให้กับเขาได้ แต่ถ้ายังแก้ไขปัญหาไม่ได้ต้องดำเนินการต่อ

เมื่อถามว่า เป้าหมายของรัฐบาล คือหมดสิ้น 100% หรือลดลงอย่างเห็นได้ชัด ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่สามารถพูดได้ว่าหมดสิ้น 100% แต่ต้องให้เห็นชัด ให้ทุกคนรู้สึก เช่น เบอร์โทรศัพท์ลดลง คดีลดลง ต้องว่าไปตามสัดส่วนและต้องประเมินสถานการณ์ตลอด โดยจะมีทีมที่ช่วยตัดสินใจและรวบรวมหลักฐานอยู่

สำหรับในวงหารือมีการหารือถึงฐานแก๊งมิจฉาชีพ ที่อยู่ปอยเปต ประเทศกัมพูชาหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า บางอย่างที่พูดคุยเขาไม่ให้บอก เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงาน

ส่วนแนวคิดสร้างกำแพงแนวชายแดนที่ติดกับปอยเปต มีความเป็นไปได้แค่ไหน ภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้ไปหาข้อสรุปถึงขั้นนั้น แต่คงต้องมีกระบวนการไปดู เพราะเป็นข้อเสนอของคนในพื้นที่ก็ไม่ปฏิเสธและนิ่งเฉย ต้องดูรายละเอียด 

ถ้ามีการก่อสร้างกำแพงระยะ 55 กิโลเมตร ประเมินไว้หรือไม่ว่าจะใช้งบประมาณเท่าไหร่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าจะสร้างหรือไม่ มองว่าผิดขั้นตอนไป ขอให้เรามีการตัดสินใจก่อน เมื่อตัดสินใจแล้วจะมีกระบวนการตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง แต่ตอนนี้ยังไม่ตัดสินใจที่จะดำเนินการ

ภูมิธรรม กล่าวว่า ตอนนี้ชัดเจนแล้วจะมีการแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจัง  ถ้าดูตั้งแต่เริ่มคิกออฟมาตรการ มีกระบวนการหลายอย่างเกิดขึ้นตามมา และเห็นได้ว่าไม่ได้หยุดนิ่งเลย ทุกอย่างพุ่งเป้าไปที่การจัดการปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์

Paetongtarn_Military_Call_center_SPACEBAR_Photo01_14ba49115c.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์