เดินหน้ากำราบบุหรี่ไฟฟ้า! ‘นายกฯ’ พอใจสถิติปราบปราม 2 สัปดาห์ดีขึ้น

14 มี.ค. 2568 - 13:17

  • ‘นายกฯ อิ๊งค์’ แจงลุยปราบ ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ พอใจตัวเลข 2 สัปดาห์ดีขึ้น

  • ยันรัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ฝากการบ้าน ‘รมต.-ตำรวจ’ เข้มเรื่อง ‘สารเสพติด’

Paetongtarn_reveals_about_suppression_of_ecigarettes_Vaporizor_SPACEBAR_Hero_2b6da7c50f.jpg

แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เผยผ่านโซเชียลมีเดียถึงการติดตามปราบปราม ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ โดยเนื้อหาระบุว่า

บุหรี่ไฟฟ้า ต้องเดินหน้าปราบปรามผู้ผลิตและผู้จำหน่ายอย่างเด็ดขาด

กว่า 2 สัปดาห์ที่ข้อสั่งการเรื่องปราบบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ตัวเลขสถิติการปราบปรามดีขึ้นและน่าพอใจค่ะ นั่นคือมีการดำเนินคดี 1,078 คดี , ผู้ต้องหา 1,104 คน , จำนวนของกลาง 900,444 ชิ้น มูลค่าของกลาง 118,953,915 บาท

แต่แน่นอนว่าเรายังไม่พอใจแค่นี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเดินหน้าอย่างเข้มข้นต่อไป วันนี้จึงได้มีวงประชุมกับท่านรัฐมนตรีจิราพร ซึ่งได้มอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบหลักในเรื่องนี้ ร่วมกับทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อัพเดทการทำงานและข้อจำกัดที่เจอระหว่างดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลักลอบบุหรี่ไฟฟ้าข้ามแดน , การเสริชหาบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างง่ายดายในโซเชียลมีเดีย เรื่องนี้ต้องเร่งจัดการโดยทันที

สิ่งที่ดิฉันฝากท่านรัฐมนตรีและตำรวจเพิ่มเติม คือ บุหรี่ไฟฟ้าบางตัวที่พัฒนาให้ใส่สารเสพติดลงไปได้ หลายคนใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์เสพยาเสพติด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเสพของเด็กและเยาวชน

ทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด เราเดินหน้าอย่างจริงจัง เพราะนี่คือทุกข์ใหญ่ของพี่น้องประชาชนจริงๆ ค่ะ

View post on Facebook

โชว์ผลงานปราบ ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ 2 สัปดาห์เกือบเทียบเท่าปีก่อนทั้งปี

ขณะที่ จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าพบ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ว่า เป็นการหารือตามข้อสั่งการของนายกฯ ก่อนหน้านี้ที่ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ซึ่งที่ผ่านมาได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 20 หน่วยงานประชุม และกำหนดแนวทางหลัก ๆ ไว้ 3 แนวทาง คือ

1) ป้องกันการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า โดยมีกรมศุลกากรเป็นหน่วยงานหลัก จะมีการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นขึ้น ทุกคดีที่จับกุมได้โดยกรมศุลกากรจะไม่มีการระงับคดี และจะส่งให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นผู้ดำเนินคดีต่อ รวมไปถึงส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินในการขยายผล ยึดทรัพย์

2) การปราบปรามภายในประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกรมศุลกากร ทำงานร่วมกันเพื่อปูพรมกวาดล้างทั้งร้านที่มีที่ตั้งและทางออนไลน์ ทั้งนี้ หากเป็นของกลางที่มีมูลค่าเกิน 5 แสนบาทขึ้นไป จะส่งให้ ปปง. ดำเนินการต่อทันที แต่หากต่ำกว่านั้น ตำรวจจะทำการสืบทรัพย์ก่อนและส่งให้ ปปง. ด้วยเช่นกัน

พร้อมยืนยันไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายเล็ก จะไม่มีเล็ดรอดเด็ดขาด หากเป็นรายใหญ่จะดำเนินการต่อ แต่หากเป็นรายเล็กจะสืบสาวจนถึงรายใหญ่ ส่วนร้านค้าออนไลน์จะมีการร่วมมือกันกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และบริษัทขนส่งในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อสกัดกั้นการขายทางออนไลน์ โดยกระทรวงดีอีได้รายงานมาว่า ได้มีการปิดเว็บไซต์ที่จำหน่ายทางออนไลน์กว่า 9,000 เว็บไซต์

ช่วงเวลา 2 สัปดาห์เศษ ที่นายกฯ มีข้อสั่งการมา มีการจับกุมผู้กระทำความผิด 1,078 คดี, ของกลาง 900,444 ชิ้น, มูลค่าของกลาง 118,953,915 บาท หากเทียบกับปี 67 ปรากฏว่าจำนวนคดีที่จับกุมได้ในระยะ 2 สัปดาห์เศษที่ผ่านมา เกือบเทียบเท่ากับปี 67 เกือบทั้งปี

จิราพร สินธุไพร

แสดงให้เห็นถึงการทำงานอย่างเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผลมาจากการซีลชายแดนและการปราบปรามร้านค้า และการเน้นประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน โดยเฉพาะการสร้างความรับรู้ในสถานศึกษา โดยจะทำทั้งออนไลน์และออนไซต์

นอกจากการดำเนินการเชิงรุกแล้ว จะมีการเปิดช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ และแอปฯ ดังกล่าว จะคอยแจ้งผลการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งจะเน้นไปที่ผู้ขายและผู้นำเข้า เพื่อต้องการตัดซัพพลายออก อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ได้รับเสียงสะท้อนมาว่า บุหรี่ไฟฟ้าเริ่มหาของไม่ได้ เพราะขณะนี้ตำรวจเอาจริง และเชื่อว่าในระยะเวลา 30 วันจะดีขึ้น

3) การแก้ไขปัญหาระยะยาว ด้วยการนำกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาทบทวนและรีวิวว่า มีส่วนใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทางสภาผู้แทนราษฎรจะมีผลศึกษาจากกรรมาธิการด้วย

ส่วนการแก้ไขกฎหมายจะเป็นการเพิ่มโทษหรือแก้ไขให้ถูกกฎหมายแล้วควบคุมนั้น กฎหมายมีหลายฉบับต้องมีการทบทวน รีวิว และรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน เพราะแต่ละประเทศมีการรับมือบุหรี่ไฟฟ้าที่แตกต่างกันในหลายรูปแบบ แต่รัฐบาลต้องเน้นไปที่การดูแลเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้

นายกฯ ได้กำชับเรื่องเด็กและเยาวชนเป็นพิเศษ รวมถึงเรื่องแก๊สหัวเราะที่มีเป้าหมายไปที่เด็กและเยาวชน ตลอดจนให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปรามยาเสพติด และเมื่อวันที่ 13 มี.ค. มีเคสที่น่าสนใจ คือ การลักลอบผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย นายกฯ จึงสั่งปราบปรามเข้มข้น

จิราพร สินธุไพร

ส่วนกรณีที่ปรากฏภาพ ‘สส.ฝ่ายค้าน’ สูบบุหรี่ไฟฟ้าที่อาคารรัฐสภานั้น จิราพร กล่าวว่า ตามที่เป็นข่าว ภาพนั้นอยู่ในบริเวณรัฐสภา ทางรัฐสภาต้องดูว่าจะมีมาตรการอะไร และกฎระเบียบอะไรที่จะดำเนินการ รวมถึง สส. ถือเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย ต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและต่อตัวบทกฎหมาย

ฉะนั้น ถ้าคิดว่าตัวเองกระทำความผิด ก็สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นเบาะแสหรือแหล่งที่ซื้อ

จิราพร สินธุไพร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์