แผนลึก ‘ดาวคนละเสี้ยว’ ปฏิบัติการ ‘ทัวร์นกขมิ้น ล่าบ้านใหญ่’

22 พ.ย. 2566 - 19:19

  • แผนปฏิบัติการ ‘ดาวคนละเสี้ยว’ ใต้เงา ‘ทักษิณ’ ตีเมืองเก็บฐานที่มั่น ผ่าน ‘ทัวร์นกขมิ้น’ ฉบับ ‘ซีอีโอเศรษฐา’ พร้อมการ ‘กระชับอำนาจบ้านใหญ่’ ฉบับ ‘นายหญิงอิ๊ง’

  • ชี้ชะตา ‘เพื่อไทย’ จะกลายเป็น ‘พรรคภูมิภาค’ หรือไม่? แบรนด์ ‘ชินวัตร’ ยังขายได้ไหม? พลังอำนาจ ‘ทักษิณ’ ในอนาคตจะเป็นอย่างไร?

Paetongtarn_Thaksin_Srettha_Government_Pheuthai_Party_Mega_Star_SPACEBAR_Hero_e23a06fc5b.jpg

เรียกว่าเป็นไปตามยุทธศาสตร์ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ผู้มากบารมีของ ‘เพื่อไทย’ ที่แบ่งบทบาทให้กับ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ ทำหน้าที่คุมพรรค ขึ้นเป็น ‘หัวหน้าพรรค’ ส่วน ‘เศรษฐา ทวีสิน’ เป็นนายกฯ ทำหน้าที่คุมฝั่งรัฐบาล  

เปรียบเป็น ‘ดาวคนละเสี้ยว’ ที่อยู่ใต้เงา ‘ทักษิณ’ ที่รอเวลา ‘พ้นโทษ’ ช่วง ก.ย.67 จะกลับเข้าสู่ ‘วงจรอำนาจ’ อย่างเป็นทางการในรูปแบบใด 

เริ่มจากที่ ‘แพทองธาร’ ต้องสร้างเอกภาพภายใน ‘เพื่อไทย’ แม้นามสกุล ‘ชินวัตร’ จะการันตีว่า ‘หัวหน้าตัวจริง’ มาแล้ว ไม่ยากที่จะหลอมรวมจิตใจ แต่ก็ชะล่าใจไม่ได้ ในวันที่ ‘เพื่อไทย’ แพ้เลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปี ให้กับ ‘พรรคก้าวไกล’ ที่มาแรง และเป็น ‘คู่แข่ง’ ในฐายเสียงเดียวกัน หลัง ‘เพื่อไทย’ ถูกเจาะฐานที่มั่นภาคเหนือไปเพียบ แม้แต่ จ.เชียงใหม่ ก็ถูกตีแตก ทำให้ ‘บรรดาบ้านใหญ่’ สั่นคลอนไม่น้อย 

เริ่มจาก ‘แพทองธาร’ รีบไปเคลียร์ใจ ‘บ้านใหญ่อยู่บำรุง’ ที่บ้านริมคลอง ย่านบางบอน หลังคู่พ่อลูก ‘เฉลิม-วัน อยู่บำรุง’ ออกอาการ ‘ไม่สบอารมณ์’ ถึงขั้นแตกหักกับ ‘ทักษิณ’ หลังคู่ ‘พ่อ-ลูก’ ไม่มีบทบาทใดๆ ในพรรคมาสักพักใหญ่แล้ว แม้ ‘เฉลิม’ จะได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็ตาม ภายหลังมีการอ้างคำพูดของ ‘ทักษิณ’ ไปเข้าหู ‘เฉลิม’ ว่า “กวนตีนกวนโอ๊ยกันทั้งพ่อทั้งลูก” ทำให้ ‘เฉลิม’ ถึงกับควันออกหู ขออย่าเอ่ยมือเอ่ยเท้าใส่กัน 

“คุณเข้าใจผิด ผมไม่ได้ร่วมรัฐบาลกับคุณ ผมมีความสุข พูดอะไรระมัดระวังบ้าง คุณใหญ่โตได้ในพรรคของคุณ คุณไล่ผมออกสิ นึกถึงแก้คดี 8 คดีให้คุณแล้ว ผมคิดว่าคุณจะเปลี่ยนนิสัย แล้วเวลาใช้คำพูดถึงผม อย่าเอ่ยมือเอ่ยเท้ามันไม่สุภาพ และผมก็มีมือมีเท้าที่จะเอ่ยถึงเหมือนกัน ผมจะหันหลังให้คุณตลอดชีวิต ที่พูดมาทั้งหมดถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต ที่ผ่านมาผมไม่ได้สนิทกับครอบครัวคุณทักษิณ ผมสนิทเพียงคุณทักษิณและคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เท่านั้น แต่หลังจากนี้คงไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก มันสายเกินไปแล้ว” เฉลิม กล่าว 

ภายหลังที่ ‘แพทองธาร’ เข้าพบบ้านใหญ่อยู่บำรุง ได้ออกมายืนยันว่าบรรยากาศอบอุ่น แต่ยอมรับว่า ‘เฉลิม’ ยังไม่ได้คุยกับ ‘ทักษิณ’ เพราะคุณพ่อยังอยู่ระหว่างถูกคุมตัว 

“ได้เคยถาม ท่านก็บอกว่าไม่มีอะไร ท่านไม่รู้เรื่องเลย ไม่ทราบว่าทำไมถึงมีการให้ข่าวแบบนั้น ซึ่งก็ได้คุยกับลุงเหลิม ไม่มีอะไรเลย เข้าใจว่าไม่มีอะไรเลยจริงๆ อิ๊งค์เข้าการเมืองมาแค่ 2 ปี ไม่ได้ไปเจอลุงเหลิมในฐานะหัวหน้าพรรค แต่เข้าไปในฐานะที่รู้จักลุงเหลิม ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ อิ๊งค์ไปก็เพื่อความสบายใจของทั้งคู่ ไม่มีอะไร” แพทองธาร กล่าว 

เรียกว่าเป็น ‘ตำนานงอน’ ฉบับ ‘บ้านอยู่บำรุง’ สไตล์ ‘ลุงเหลิม’ ที่ยังคงปักหลัก ‘เพื่อไทย’ ไม่ไปไหน ภายหลังระดับ ‘แพทองธาร’ ลูกสาว ‘ทักษิณ-พจมาน’ ต้องไป ‘เคลียร์ใจ’ ถึงบ้านริมคลอง 

ล่าสุด ‘แพทองธาร’ ลงพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.น่าน เปรียบเป็น ‘สนามทดลอง’ ที่ถูกมองเป็น ‘นายกฯน้อย’ เพราะเป็นการไปตรวจพื้นที่ในแง่การพัฒนาพื้นที่ ที่คล้ายเป็นการ ‘ตรวจราชการ’ พ่วงการเปิดสาขาพรรคเพื่อไทย ในอีกแง่ก็เป็นการลงพื้นที่ ‘คู่ขนาน’ ไปกับ ‘เศรษฐา’ ที่สำคัญเป็นการ ‘กระชับระยะห่าง’ กับบรรดา สส. ในพื้นที่-กลุ่มจังหวัด ในบริเวณนั้น เพื่อ ‘ตรึงบ้านใหญ่’ เหล่านี้เอาไว้ เพราะระดับ ‘นายหญิง’ มาเอง ตามแนวทางยุทธศาสตร์พรรคขยายฐาน ‘ครอบครัวเพื่อไทย’ ที่ ‘แพทองธาร’ แถลงนโยบายในวันรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ 

มากันที่ ‘เศรษฐา’ เตรียม ‘ทัวร์นกขมิ้น’ ครั้งที่ 2 หลังช่วงต้น ก.ย.66 ลงพื้นที่ ‘ภาคอีสานตอนบน’ ยาว 3 วัน จ.กาฬสินธุ์-ขอนแก่น-อุดรธานี ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของ ‘เพื่อไทย’ ล่าสุด ‘เศรษฐา’ เตรียมลงพื้นที่หลายจังหวัด ราว 10 วัน เริ่มจากงานลอยกระทง จ.สุโขทัย 27พ.ย.นี้ ต่อมา 28 พ.ย. กลับมาประชุม ครม. และช่วงเย็นเดินทางไปร่วมงานนี้เป็ง จ.เชียงใหม่ 

วันรุ่งขึ้น 29 พ.ย. ลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จ.อุตรดิตถ์ พักค้างคืน จ.อุตรดิตถ์ และ 30พ.ย. ช่วงเช้าลงพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ จ.พิษณุโลก จากนั้นช่วงเย็นขึ้นเครื่องไป จ.ภูเก็ต เพื่อที่วันรุ่งขึ้น (1ธ.ค.) เปิดงานท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต 

ช่วงวันที่ 3-4 ธ.ค.นี้ ‘ครม.สัญจร’ ครั้งแรกที่ จ.อุดรธานี จ.หนองบัวลำภู โดยนายกฯ จะพักค้างคืน จ.หนองบัวลำภู จากนั้นช่วง 6-7ธ.ค. เข้าร่วมสัมมนาพรรคเพื่อไทย ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยจะพักค้างคืน 6 ธ.ค. 

เรียกว่าเป็น ‘ทัวร์นกขมิ้น’ ครั้งที่จะถึงนี้ กินเวลาเกือบ 10 วัน กับหลายภารกิจทั้งงาน ‘บริหารราชการ-งานพรรค’ และไปครบทุกภาค  

ย้อนไปในอดีตยุค ‘รบ.ทักษิณ’ เมื่อปี 2544 ที่ ‘ทักษิณ’ จะลงพื้นที่ต่างจังหวัดและพักค้างแรมหลายวัน รวมทั้งจัดประชุม ‘ครม.สัญจร’ บ่อยครั้ง ซึ่งทุกอย่างราวกับรายการ ‘เรียลลิตี้โชว์’ ที่จะได้เห็น ‘ทักษิณ’ ใกล้ชิดชาวบ้าน เช่น ขี่มอเตอร์ไซด์นำหน้าชาวบ้าน ที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด การนอนพักค้างแรมสถานที่ทั่วไป นุ่งผ้าขาวม้าไปอาบน้ำ ตั้งวงทานข้าวกับชาวบ้าน เป็นต้น สร้าง ‘เรตติ้ง’ ให้กับ ‘ทักษิณ’ อย่างมาก นับจากนั้นมา 20 ปี กลายเป็นโมเดลให้กับ ‘ผู้นำประเทศ’ หลายคน อยู่ที่ว่าจะนำไปใช้ระดับใด 

ภาพของ ‘เศรษฐา-แพทองธาร’ ที่ลงพื้นที่ แม้จะต่างสถานะระหว่าง ‘นายกฯ-หัวหน้าพรรค’ แต่ทั้งคู่มีภารกิจในการ ‘กอบกู้พรรค’ ให้ ‘เพื่อไทย’ กลับมาช่วงชิง ‘อำนาจการเมือง’ อีกครั้ง สุดท้าย ‘เพื่อไทย’ จะเป็น ‘พรรคใหญ่’ ระดับประเทศ หรือจะกลายเป็นแค่ ‘พรรคภูมิภาค’

ที่สำคัญเป็นการชี้วัด ‘บารมี’ และ ‘แบรนด์’ ของ ‘ตระกูลชินวัตร’ ยังขายได้อีกหรือไม่ รวมไปถึง ‘พลังอำนาจ’ ของ ‘ทักษิณ’ จะมีเท่าใดในอนาคตด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์