‘แพทองธาร ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 13-14 ก.พ. นี้ ที่ ‘ชูศักดิ์ ศิรินิล’ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ประเมินว่าจะมีการโต้แย้งกันในที่ประชุม ว่า การบรรจุวาระการประชุมวาระนี้ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จนมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าจะต้องมีการทำประชามติก่อนจึงจะมีการแก้ไขได้นั้นเดี๋ยวขอคุยกันเรื่องนี้อีกที
สำหรับการเตรียมความพร้อมระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ในศึกการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แพทองธาร มองว่า ต้องมีการพูดกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีหารือกันแล้วกับรัฐมนตรีบางส่วนที่เดินทางไปประเทศจีนด้วย เรื่องหัวข้อไหนที่จะต้องชี้แจงกับฝ่ายค้าน เพราะตั้งแต่เดินทางกลับมาเพิ่งจะเจอรัฐมนตรีทุกคนพร้อมหน้ากันวันนนี้ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าการซักฟอกอาจจะมีการพาดพิงไปถึงผู้ช่วยหาเสียง (ทักษิณ ชินวัตร) ด้วย แพทองธาร ระบุว่า
"ต้องพร้อมตอบทุกเรื่อง เป็นนายกฯ ต้องพร้อมทุกเรื่อง"
อย่างไรก็ดี ภายหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายกฯ กล่าวว่า เนื่องด้วยได้รับข้อร้องเรียนจากภาคธุรกิจในหลายกลุ่มค่อนข้างเยอะในเรื่องข้อจำกัดทางกฎหมาย ในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และไม่สอดคล้องกับนโยบาย ที่ปีนี้รัฐบาลได้ส่งเสริมการท่องเที่ยว ในปี Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 จึงได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นกฎเรื่องการห้ามขายช่วงเวลา 14.00-17.00 น. หรือในช่วงของวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ว่าเรื่องนี้มีการกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง การห้ามขายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ กรณี หรือกรณีที่อาจจะติดขัด ในเรื่องข้อจำกัดด้านการควบคุมพื้นที่ที่เป็นโซนนิ่ง และกฎบางกฎออกมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 หรือตั้งแต่ช่วงปี2515 ก็มี จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวน เรื่องนี้อีกรอบ
นายกฯ กล่าวว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย และการป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงแอลกอฮอล์ได้อย่างง่ายดาย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากที่สุด เมื่อเราปลดล็อกตรงนี้ เพิ่มรายได้ผู้ประกอบการแล้ว เพิ่มเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว แต่เยาวชนจะต้องถูกปกป้องเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ที่จะทำให้ไม่เข้าถึงแอลกอฮอล์ เป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญและไม่ละเลย
เมื่อถามว่า วันพระจะสามารถซื้อเหล้าได้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวจะให้ทางทีมไปศึกษาดูก่อนว่าจะได้อย่างไรบ้าง เพราะอย่างวันพระใหญ่ หรือวันอะไรที่เราเป็นข้อห้ามอยู่ ชาวต่างชาติที่มาเขาไม่ได้ทราบวันเหล่านี้ก่อน และจะมีผลเรื่องการท่องเที่ยว
"เรามองว่าในธีมปีนี้เป็นปีของการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะต้องถูกพิจารณาอีกครั้ง จริงๆก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้มีกฎเรื่องนี้ มีอยู่แล้ว แต่ช่วงที่ให้เลิกขายตอน 14.00-17.00 น. มีมาช่วงไม่นานนี้ ดิฉันยังบอกกับครม.เลยว่า คงต้องเน้นย้ำเรื่องของการเข้าถึงมากกว่า อย่างคนที่เป็นผู้ใหญ่บรรลุนิติภาวะก็เรื่องหนึ่ง แต่เด็กที่เราควรจะโฟกัส ว่าไม่ใช่พอเปิดตรงนี้ แล้วทุกคนมีสิทธิ์ขาย ก็ไม่ใช่ นี่คือเรื่องที่ต้องเน้นย้ำมาตรการให้ถูกจุด"
— นายกฯ กล่าว




