ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงการตีความการลงมติ ‘ลับ’ ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ ควรตีความอย่างไรว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งต้องไปว่าตามกระบวนการ หากเราพูดไปก็จะเกิดความสับสนในสังคมเปล่าๆ และกระทบกับความเชื่อมั่นของระบบการเมืองไทย และระบบการค้าการลงทุนได้ ดังนั้นต้องระมัดระวังนิดนึง
เมื่อถามว่า สมมุติว่าประชาชนไปกาบัตรเลือกตั้งแล้วเป็นความลับ แต่ภายหลังมีคนพยายามไปตรวจสอบ จะยังเป็นความลับอยู่หรือไม่ เลขาฯ กฤษฎีกา ถามกลับว่า “ใครเป็นคนทำผิดล่ะ คนกาหรือคนไปแซะข้อมูลเขา”
ทั้งนี้ การตีความ ‘ลับ’ ในแวดวงราชการตีความอย่างไร ปกรณ์ กล่าวว่า หากตามระเบียบของราชการจะมีระเบียบการรักษาความลับทางราชการ โดยเรื่องรับของทางราชการจะมี “เรื่องลับ” “ลับมาก” “ลับที่สุด” หากถามว่ามีคนรู้ได้หรือไม่ มันก็รับรู้ได้ระหว่างผู้รับกับผู้ส่ง แต่ระหว่างทางมันจะไปไหนไม่ได้ ถ้าลับก็ Secret ถ้าลับมากก็เป็น Confidential แล้วลับที่สุดก็ Top secret
เมื่อถามว่า หากมีการรับรู้ภายหลังเรื่องลับจะกลายเป็นโมฆะหรือไม่ ปกรณ์ ย้อนถามกลับพร้อมหัวเราะว่า “สื่อก็ทำบ่อยๆ เห็นเอาเอกสารทางราชการไปลงกันบ่อยๆ”




