‘ปกรณ์’ ขอสนองงานเพื่อชาติ ไม่สนอง ‘การเมือง’

2 เม.ย. 2569 - 11:18

  • ‘ปกรณ์’ รองนายกฯ ป้ายแดง เผยเหตุร่วม ‘ครม.หนู 2’

  • ลั่นขอสนองงานเพื่อประเทศชาติ-ไม่สนองการเมือง วางเป้าดันกฎหมายไทยให้เป็นที่ยอมรับสากล

  • ไม่สังกัดพรรค-ไม่ยุ่งคดีฮั้ว สว.- เขากระโดง

‘ปกรณ์’ ขอสนองงานเพื่อชาติ ไม่สนอง ‘การเมือง’

ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาณ์เปิดเผยถึงเหตุผลการตัดสินใจร่วม ‘รัฐบาลอนุทิน 2’ ว่า หลังจากที่มีข่าวว่า บวรศักดิ์ อุวรรณโณ แสดงความประสงค์ไม่รับตำแหน่งในรัฐบาลชุดนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มาทาบทามให้มาช่วยทำงาน

ปกรณ์ ยอมรับว่า เมื่อถูกทาบทาม ก็คิดหนัก เพราะเป็นข้าราชการมา 30 กว่าปี มีอายุราชการเหลืออีก 4 ปี ดำรงตำแหน่งเลขากฤษฎีกา 6 ปี และตำแหน่งเลขากฤษฎีกาก็ไม่ได้มีการกำหนดวาระด้วย ช่วงแรกยืนยันกับนายกฯ ว่า ขอช่วยในฐานะเลขากฤษฎีกา แต่ได้รับคำตอบกลับจากนายกฯ ว่า ควรมาช่วยลงมือทำและผลักดันงานต่างๆ ที่ยังคงต้องขับเคลื่อนอีกหลายอย่าง หากอยู่เฉพาะกฤษฎีกาคงผลักดันเรื่องต่างๆ ได้น้อย จากนั้น จึงมานั่งไตร่ตรองกับครอบครัวว่า หากจะผลักดันงานด้านกฎหมายของประเทศต่างๆ ก็ต้องลงมือทำเอง จึงได้ตอบตกลง

ทั้งนี้ ได้ยืนยันกับนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ขอเป็นสมาชิกพรรค และปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยด้วย เพราะส่วนตัวไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง จึงเข้ามาเป็นข้าราชการการเมืองอย่างเดียว

“ผมขอเป็นข้าราชการการเมือง ไม่ได้เป็นนักการเมือง ไม่สังกัดพรรค”

ปกรณ์ กล่าว

ส่วนสิ่งที่ตั้งใจอยากจะทำคือเรื่อง การพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (OECD) และการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ให้สำเร็จ เพราะจะเป็นการผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎหมายของประเทศให้อยู่ในระดับสากล และเป็นที่ยอมรับเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในจอเรดาร์โลก

สำหรับหลักการทำงานด้านกฎหมายในตำแหน่งรองนายกฯ นั้น ปกรณ์ ระบุว่า ก็ยังคงทำเหมือนเดิม และตั้งใจมาผลักดันงานที่ยังค้างอยู่ รวมถึงดูแลทางด้านกฎหมายของรัฐบาลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ไม่ใช่นึกอยากจะเขียนอะไรก็เขียน หรืออยากเสนออะไรก็เสนออันนี้มันผิดหลัก แต่ก็จะพยายามเท่าที่ทำได้ให้เต็มที่ไป

เมื่อถามว่า จะเป็นเนติบริกรเพื่อทำงานสนองภาคการเมืองหรือไม่ ปกรณ์ ระบุว่า สนองอย่างเดียวคือประเทศชาติ

“ผมไม่ได้สนองการเมืองเพราะเป็นนักการเมือง ผมเป็นข้าราชการการเมือง คือข้าราชการประเภทหนึ่งแต่งตั้งโดยฝ่ายการเมือง และทำหน้าที่เหมือนกับข้าราชการในการผลักดันแต่จะมีส่วนในการกำหนดร่วมในการกำหนดนโยบายทิศทางการบริหารราชการแผ่นดิน แทนที่จะทำตามคำสั่งฝ่ายการเมืองหรือนโยบายอย่างเดียว คราวนี้ก็จะมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและทิศทางต่างๆ แต่ยืนยันว่า ผมไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง และไม่มีใบสั่ง ผมยังคงเป็นผม”

ปกรณ์ กล่าว

ส่วนหลักการทำงานต่อคดีฮั้วเลือก สว. - คดีเขากระโดง หรือคดีที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมืองสีน้ำเงินนั้น ปกรณ์ กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว รัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมได้ แม้กระทั่งตอนที่เป็นข้าราชการประจำ ก็ไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ตรงไปตรงมา หากเรื่องอยู่ในกระบวนการศาลก็ต้องรอคำวินิจฉัย หากไปให้สัมภาษณ์อะไรที่ไม่ถูกต้องก็จะทำให้สังคมเกิดความสับสน และจะเป็นการชี้นำสังคม ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้จะไม่ทำ พร้อมย้ำว่า “หน้าที่ผมไม่เกี่ยวกับเรื่องคดีใดๆ”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์