‘ปธ.วิปค้าน’ ยกเคสในอดีต! ย้อนซ้ำ ‘วันนอร์’

11 มี.ค. 2568 - 12:48

  • ‘ปธ.วิปค้าน’ ยกเคสในอดีต! ย้อนซ้ำ ‘วันนอร์’ บอก ‘ญัตติซักฟอก’ ถูกต้องตามข้อบังคับ ชี้หากบรรจุไม่ทันสมัยประชุมนี้ประชาชนคงตั้งคำถาม รบ.เลี่ยงตรวจสอบถ่วงดุลหรือไม่ ขออย่าทำให้เป็นเรื่องผิดปกติ ซัดตีความตามใจตัวเอง เป็นบรรทัดฐานสส.ไม่ควรทำ

  • ‘ปชน.’ ยัน ‘สส.กทม.’ ลูกพรรค สูบ ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ ในสภาฯ เรื่องถึง ‘คกก.จริยธรรม’ แน่ แต่เห็นหลายพรรคก็ทำ ปัดตอบ ‘ล่าแม่มด’ โยนสังคมคิดเอง โอด อย่าเอาเรื่องหยุมหยิมมาโจมตีกัน

pakornwut_11mar25_SPACEBAR_Hero_7d1b77ca99.jpg

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ยื่นหนังสือถึง วันมูหะมัดนอร์มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อโต้แย้งหนังสือให้แก้ไขข้อบกพร่องญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การอภิปรายคงเกิดขึ้นอยู่แล้ว หากการอภิปรายไม่เกิดขึ้นภายในสมัยประชุมนี้ ประชาชนคงต้องตั้งคำถามว่า รัฐบาลพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบถ่วงดุลในระบบสภาฯหรือไม่

เมื่อถามถึงกรณีประธานสภาฯ กำลังพิจารณาคำโต้แย้งของฝ่ายค้าน มีโอกาสหรือไม่ที่จะนำชื่อ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากญัตติ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า คำโต้แย้ง และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ค่อนข้างชัดเจน

“มีสส.อาวุโสท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า หากย้อนกลับไปการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับค่าเงินบาทช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ เขาระบุว่า วันนั้นที่นั่งอยู่ในสภาฯ เขารู้สึกว่า ราเกซ สักเสนา นั่งอยู่ในสภาฯ ด้วย เพราะทุกคนลุกขึ้นมาพูดชื่อราเกซตลอดเวลา ดังนั้นในประวัติศาสตร์แน่ชัดว่าข้อบังคับไม่ได้ห้ามอย่างเด็ดขาดในการพูดถึงบุคคลภายนอก และผู้สื่อข่าวที่อยู่ในสายงานการเมืองคงทราบอยู่แล้วว่า การพูดถึงบุคคลภายนอกในสภาฯ เป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นอย่าทำให้เรื่องปกติกลายเป็นเรื่องผิดปกติ การอ้างข้อบังคับขึ้นมาบางคำและตีความตามใจตัวเองว่า บางครั้งก็ได้บางครั้งถ้าไม่อยากให้เอยถึงบางคนก็บอกว่าไม่ได้ ผมคิดว่าเป็นบรรทัดฐานที่คนเป็นสส.ไม่ควรทำ”

ปกรณ์วุฒิ กล่าว

ปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า ต้องถามว่าข้อบังคับข้อไหนที่ห้ามไม่ให้ระบุชื่อบุคคลภายนอกลงในญัตติ หากทางฝ่ายวิปรัฐบาลระบุว่า ข้อบังคับไม่อนุญาต ต้องถามว่า ข้อบังคับข้อไหน หากบอกว่าข้อบังคับที่ 69 ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชัดเจนแล้วว่าการพูดถึงบุคคลภายนอกทำได้

“ญัตติที่ วันมูหะมัดนอร์ ได้เคยยื่นในสภาฯ ชุดที่25 และลงชื่อวันมูหะมัดนอร์เอง ระบุชื่อบุคคลภายนอกชัดเจน ฉะนั้นญัตติสามารถระบุชื่อบุคคลภายนอกได้ ไม่ผิดข้อบังคับแน่นอน มีข้อโต้แย้งที่บอกว่าญัตติทั่วไป และ ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่เหมือนกัน ก็ต้องถามว่าแล้วข้อบังคับข้อไหน”

ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าว

ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เรายืนยันว่าถูกต้องตามข้อบังคับ แต่ถ้าจะใช้อำนาจหรือขอความร่วมมืออะไร คิดว่า มาพูดคุยกัน เราไม่ได้พูดคุยอะไรไม่ได้เลย ถ้าสุดท้ายต้องทำให้ราบรื่น ลองมาพูดคุยกันก่อนว่าจะหาทางออกกันตรงไหน แต่ไม่ใช่การใช้อำนาจหรืออ้างข้อกฎหมาย ข้อบังคับ แบบที่ไม่ตรงไปตรงมา หรือทำตามอำเภอใจตัวเอง

อย่างไรก็ตาม อยากให้มีข้อสรุปภายในสัปดาห์นี้ ภายในสัปดาห์หน้าก็ยังทัน เพราะมีการคุยกันแล้วว่าการอภิปรายควรเกิดขึ้นในสัปดาห์ไหน ถ้าทุกอย่างสรุปกันได้ประธานสภาฯ สามารถบรรจุญัตติลงในวาระได้ทันทีไม่ได้ใช้เวลามาก

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ปิดประตูในการแก้ญัตติใช่หรือไม่ ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ลองพูดคุยกันก่อนดีกว่า หากทางฝ่ายกฏหมายของสภาฯ ยืนยันชัดเจน คิดว่าประธานสภาฯจะมองเห็นอะไรบางอย่าง ว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่ถูกต้องตามข้อบังคับหรือไม่ และหากผลตีความของฝ่ายกฎหมายออกมาแล้วรอดูประธานสภาฯ อีกครั้งว่าจะว่าอย่างไร

ปกรณ์วุฒิ ยังให้สัมภาษณ์กรณีที่ปรากฏภาพ จรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สส.กทม.พรรคประชาชน สูบบุหรี่ไฟฟ้าในอาคารรัฐสภาว่า คงมีการตรวจสอบไปตามกระบวนการของพรรคว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างไร เข้าใจว่า ในกรณีที่ผ่านมามีการนำเข้าคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร จากที่ทราบ ไม่ได้มีแค่พรรคประชาชนเพียงพรรคเดียว ถึงแม้จะมีภาพออกมาแค่นั้น ซึ่งในคณะกรรมการฯ ก็มีสส.พรรคอื่นด้วย และต้องรอว่า คณะกรรมการฯ จะพิจารณาอย่างไร

ส่วนที่ฝ่ายรัฐบาลพยายามปราบปราม ขณะที่มีเสียงสะท้อนบางส่วนผลักดันให้ถูกกฎหมาย ฝ่ายค้านมองอย่างไรนั้น ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า วันที่ 13 มี.ค. จะมีรายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย เข้าสู่สภาฯ ซึ่งมีหลายแนวทาง ในเมื่อสังคมเริ่มตื่นตัวและสนใจเรื่องนี้ คิดว่า เป็นโอกาสที่ดีที่สภาฯ จะพิจารณา หลาย 10 ปีที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่เราถกเถียงกัน ย้อนกลับไปไม่กี่ปี กัญชายังผิดกฎหมาย ทุกวันนี้เห็นร้านกัญชาเต็มถนน จึงคิดว่า กฎหมายเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาได้  ถ้าเรามีการควบคุม นอกจากนี้ยังมีเรื่องสุราก้าวหน้าที่สังคมฉุกคิดกันมาก เราไม่เคยใช้คำว่าเสรี เพราะถ้าเสรีจริงๆ ต้องเป็นเสรีแบบใบมะม่วง ใครจะหยิบไปทำอะไรก็ได้ และอะไรก็ตามที่เรามองว่า เป็นอันตรายต้องควบคุมไม่ให้เข้าสู่กลุ่มเป้าหมาย เช่น เยาวชน ที่กำหนดบทลงโทษได้ชัดเจน ก็สามารถหาทางออกได้

ปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้พึ่งเกิด ยังไม่ได้เจอกับจรยุทธ แต่เรามีกระบวนการของพรรคอยู่ ส่วนตัวไม่มีอำนาจที่อยู่ดีๆ จะไปลงโทษ ต้องทำตามกระบวนการ ส่วนมองว่า เป็นการล่าแม่มดในสภาฯ หรือไม่นั้น เพราะสส.พรรคประชาชนเพิ่งโดนแฉเป็นรายที่ 2 สังคมก็ลองพิจารณาดู เดินผ่านไปผ่านมาก็เห็นด้วยสายตาว่า มีหลายพรรคเหมือนกัน เราไม่อยากเอาเรื่องหยุมหยิมแบบนี้มาโจมตีกัน ยืนยันว่า เรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมการจริยธรรมแน่นอน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์