‘ปกรณ์วุฒิ’ บุก ป.ป.ช. ขอใช้สิทธิตรวจสอบเอกสาร-สำนวนคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ซุกหุ้น

8 พ.ค. 2569 - 12:03

  • ‘ปกรณ์วุฒิ’ บุก ป.ป.ช. ขอใช้สิทธิตรวจสอบเอกสาร-สำนวนคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ซุกหุ้น

  • หวั่นซ้ำรอยแหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน

  • เตรียมนำข้อมูลประกอบยื่นศาลฎีกาตั้ง คกก.ตรวจสอบการทำหน้าที่ ป.ป.ช. หวังได้รับข้อมูลภายใน 15 วัน

‘ปกรณ์วุฒิ’ บุก ป.ป.ช. ขอใช้สิทธิตรวจสอบเอกสาร-สำนวนคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ซุกหุ้น

ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางเข้ายื่นขอใช้สิทธิ์ตรวจสอบเอกสารและสำนวนคดีศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ฐานซุกหุ้น ในฐานะที่เคยยื่นฟ้องคดีนี้

ปกรณ์วุฒิ ให้สัมภาษณ์ว่า จะขอเอกสารดังต่อไปนี้

1.รายงานแสวงหาข้อเท็จจริงและการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดในสำนวน

2.บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายศักดิ์สยาม

3.คำชี้แจงของศักดิ์สยามที่ยื่นชี้แจงต่อ ป.ป.ช.

4.ความเห็นของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุกคนที่รับผิดชอบคดีนี้

5.รายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ

6.คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต่อคดีนี้

ปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า การขอข้อมูลคดีไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ก่อนจะยกตัวอย่างของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับคดีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน สุดท้ายแล้วศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้ ป.ป.ช. เปิดสำนวนคดีต่อผู้ร้องขอ

ดังนั้น สิ่งที่คาดหวัง คือคาดหวังว่า ป.ป.ช. จะไม่กล่าวอ้างถึงพ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคล หรือ พ.ร.บ.ทางราชการที่เป็นชั้นความลับ หรือข้ออ้างอื่นใด เนื่องจากมีกรณีตัวอย่างของพล.อ.ประวิตรแล้ว และมีแนวทางคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ระบุว่าข้อมูลเหล่านี้สามารถเปิดเผยได้ ทั้งนี้ คาดหวังว่า จะได้รับข้อมูลนี้โดยเร็ว เพื่อความโปร่งใส ป.ป.ช. และการเชื่อมโยงกับประชาชนในการทำงานขององค์กรอิสระ

ส่วนแสดงว่ายังมีข้อสงสัยต่อคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ต่อคดีนี้ใช่หรือไม่นั้น ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่าแน่นอน คดีนี้มีความไม่ชอบมาพากล เพราะเป็นหนึ่งคนที่ได้เห็นเอกสารหลักฐานในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวไม่ได้ยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลัก แต่อยากทราบว่าเอกสารหลักฐานที่ ป.ป.ช.ใช้ในคดีนี้เหมือนหรือต่างจากศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร หากมีเอกสารหลักฐานบางรายการที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้ ในการวินิจฉัยคดี แต่ ป.ป.ช.ไม่ได้ใช้ ก็จำเป็นต้องตั้งคำถามว่าเหตุใดป.ป.ช. จึงไม่ใช้เอกสารหลักฐานดังกล่าว เพราะอาจเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาไต่สวนคดีนี้

เมื่อถามว่า ป.ป.ช. เคยออกเอกสารชี้แจงแล้ว 1 ครั้ง มองว่าฟังขึ้นหรือไม่ ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า คดีนี้คือการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือเจตนาว่ามีเจตนาปกปิดหรือไม่ ส่วนตัวมองว่าการพิสูจน์เจตนาของบุคคลใดบุคคลหนึ่งจะต้องพิสูจน์ ณ วันที่กระทำ นั่นคือตอนยื่นบัญชีทรัพย์สินเมื่อปี 2562 พฤติการณ์หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นปี 2566 หรือ 2568 ไม่สามารถย้อนไปบอกพฤติการณ์ก่อนหน้านั้นได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างสิ้นเชิง

เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าการที่ ป.ป.ช. ตีต่อคำร้องของศักดิ์สยาม เป็นการเปิดทางให้ศักดิ์สยามกลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกอีกครั้ง ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า พูดกันตามตรงว่า ศักดิ์สยามมีคุณสมบัติที่จะเป็นรัฐมนตรีได้ตั้งแต่พ้น 2 ปี หลังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าเรื่องการตรวจคุณสมบัติของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีใช้หลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง แต่ก็อาจจะไม่ได้เกี่ยวกันมากนัก

รวมถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ยืนยันไปแล้ว ว่าจะไม่ตั้งศักดิ์สยามมาเป็นรัฐมนตรี

ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่ายุคใคร สมัยใครที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็จะทำให้คดีของฝ่ายนั้นหลุดไป ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า หากว่ากันตามความเป็นจริงในช่วงที่ผ่านมาโดยเฉพาะในยุครัฐบาลที่แล้ว ก็โดนไปหลายครั้งเหมือนกัน แต่สิ่งที่เราตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นอิสระขององค์กรอิสระสังคมก็รับทราบถึงระบอบสีน้ำเงินและมีความโยงใยอยู่หลายคดีไม่ว่าจะเป็นคดีฮั้วสว. ซึ่ง สว.ก็มีอำนาจในการตั้งองค์กรอิสระต่างๆ ด้วย หากย้อนกลับมาคิดถึงเรื่องนี้ ระบอบจะเอื้อให้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ครองประเทศนี้โดยที่ไม่เป็นไปตามระบอบนิติรัฐนิติธรรม

ส่วนข้อมูลที่มาขอวันนี้จะนำไปใช้ประกอบคำร้องในการยื่นศาลฎีกาขอให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ด้วยหรือไม่ ปกรณ์วุฒิ คาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลที่มาทวงถามในวันนี้โดยเร็ว ซึ่งจะนำข้อมูลที่ได้ไปประกอบกับคำร้องดังกล่าวด้วย แต่หากไม่เป็นไปตามที่คาดหวังก็คงจะต้องมีการทวงถามเรื่อยๆ

ปกรณ์วุฒิ กล่าวต่อว่า ส่วนหากต้องมีการยื่นคำร้องไปก่อนก็ขอให้ ป.ป.ช. ไม่ถ่วงเวลาเหมือนตอนที่ศาลปกครองสูงสุดมีความพิพากษาในคดีนาฬิกาเพื่อนที่มีคำสั่ง ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลภายใน 15 วัน ซึ่งในคดีนี้เอกสารทุกอย่างน่าจะพร้อมและหากไม่มีข้ออ้างอื่น ภายใน 15 วันก็สามารถที่จะส่งให้ตนได้อย่างไรก็ตาม ส่วนความคืบหน้าในการรวบรวมรายชื่อได้นั้นได้ครบ 140 รายชื่อแล้ว โดยมีพรรคประชาธิปัตย์ สว.บางส่วน มาร่วมลงชื่อด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์