‘ปกรณ์วุฒิ’ ชี้ ‘ครม.อนุทิน’ ยังไม่ถวายสัตย์ฯ ไปกล่าวหาโยง ‘2 คดีใหญ่’ ยังไม่ได้

18 ก.ย. 2568 - 13:54

  • ‘ปกรณ์วุฒิ’ ชี้ ‘ครม.อนุทิน’ ยังไม่ถวายสัตย์ฯ ไปกล่าวหาโยง ‘เขากระโดง-ฮั้ว สว.’ ยังไม่ได้

  • เหน็บ ‘ครม.รักษาการ’ ทำอะไรไม่ได้หรือ? แนะอย่าตีความเกินจริง

  • ลั่นไม่มีทาง ‘ภูมิใจไทย’ พลิกบทบาทเป็น ‘เสียงข้างมาก’ ถ้าไม่มี ‘พรรคแตก’

‘ปกรณ์วุฒิ’ ชี้ ‘ครม.อนุทิน’ ยังไม่ถวายสัตย์ฯ ไปกล่าวหาโยง ‘2 คดีใหญ่’ ยังไม่ได้

ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์แสดงความเห็นในทำนองว่า “พรรคประชาชนไม่ทันเกมการเมืองพรรคภูมิใจไทย” ว่า น้อมรับทุกความเห็นทั้งผู้สนับสนุนพรรค สมาชิกพรรค ก็มีความเห็นต่าง แม้กระทั่งประชาชนทั่วไปก็เป็นเรื่องปกติ ผมน้อมรับความคิดเห็นของชูวิทย์ด้วยความเคารพ และได้ติดตามมานาน ตอนที่ลงเล่นการเมืองผมก็ได้เลือกพรรคชูวิทย์ด้วย ซึ่งถ้าหากถามว่าทันเกมการเมืองหรือไม่ ผมคิดว่าพรรคของเรามาทำงานการเมือง ดังนั้นการตัดสินใจในแต่ละครั้งก็ต้องคิดดี ๆ ว่าตัดสินใจบนพื้นฐานความนิยมของพรรคหรือผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ

โดยหัวหน้าพรรคก็ได้พูดไปหลายครั้งว่า เรามองบนโอกาสสูงสุด ที่จะทำให้เกิดการยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็วในเวลาที่เหมาะสม และเปิดประตูบานแรกสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เราไม่ได้เอาฐานความนิยมของพรรคมาเป็นตัวตั้ง แต่เราเอาฐานสิ่งที่เราอยากเห็นภาพของประเทศในอนาคตเป็นตัวตั้ง แต่น้อมรับทุกคำวิจารณ์ จะบอกว่าเราไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองหรืออะไรก็ตามก็เป็นคำวิจารณ์ที่เราพร้อมน้อมรับอยู่แล้ว

เมื่อถามว่ามีคนไหลเข้าพรรคภูมิใจไทยเยอะ เพราะการโหวตของพรรคประชาชนในวันนั้นเป็นการเพิ่มฐานให้พรรคภูมิใจไทยในวันนี้หรือไม่? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ผมคิดว่ามันเป็น “What If” ที่เราตอบไม่ได้ ผมคิดว่าสื่อมวลชนก็ทราบดีว่าบางพรรคมีสัญญาณของการแตกมานานแล้ว ต่อให้เกิดหรือไม่เกิดเหตุการณ์นี้เขาก็อาจจะไหลไปทางนั้นอยู่ดี มันเป็น What If ที่ตอบไม่ได้ คงจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ก็ไปดูที่การเลือกตั้งครั้งหน้า

เราก็ยืนยันในการหาเสียงและรณรงค์ในการเลือกตั้งแบบเดิม อยากให้ทุกพรรคใช้อุดมการณ์ เราไม่ได้มีปัญหากับเรื่องบ้านใหญ่ การใช้กระแสในท้องถิ่นในพื้นที่เล็ก ๆ ในความเป็นผู้มีอิทธิพล เราไม่เห็นด้วยกับการทำการเมืองแบบนั้นมากนัก และเราก็พยายามผลักดันการเมืองให้เป็นไปในทางที่เป็นอุดมการณ์เป็นหลัก

เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรในเมื่อเสียงพรรคภูมิใจไทยเพิ่มขึ้น? ปกรณ์วุฒิ ย้อนถามว่า “ยังไม่ได้เลือกตั้งเลยเสียงเพิ่มขึ้นอย่างไร?” ผู้สื่อข่าวจึงตอบกลับว่า “เสียงในสภาฯ”

แต่ปกรณ์วุฒิ ก็ถามต่อว่า “เสียงในสภาเพิ่มขึ้นแล้วหรอครับ? พูดถึงเสียงข้างมากใช่หรือไม่ ผมต้องบอกว่า พรรคประชาชนมี 142 พรรคเพื่อไทยมี 141 อาจจะไปแล้ว 9 คน เหลือ 132 พรรคประชาชาติ มีอยู่ 9 เสียง บวกกันดี ๆ นะครับ 280 กว่านะครับ จะเป็นเสียงข้างมากได้อย่างไร ถ้าพรรคบางพรรคไม่แตก ผมคิดว่าความพยายามเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากต้องดูตั้งแต่วันที่โหวตนายกฯ แน่นอนว่าเราไปห้าม สส. ไม่ให้ไปโหวตฝั่งไหนไม่ได้อยู่แล้ว บางพรรคที่มีมติอย่างหนึ่ง แต่ สส. ก็โหวตอีกอย่างหนึ่ง เราคงไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นความผิดใคร

แต่ในสถานการณ์ตอนนี้ พรรคภูมิใจไทยจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากได้ต้องมีพรรคใหญ่แตกแบบจริงจังเลย เพราะฉะนั้นเรื่องเสียงข้างมากยังไม่มีความใกล้เคียง ผมว่ามันเป็นการตีตนไปก่อนไข้มาก ๆ

เมื่อถามว่าถ้าเสียงเพิ่มขึ้นถือว่าผิดสัญญาหรือไม่? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ใน MOA กล่าวว่า ไม่กระทำการใด ๆ เพื่อให้เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก การจับตาให้ทำตาม MOA เราจับตาอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว เรามองอยู่ตลอด

อย่างที่บอก ตัวเลขอยู่ในหัวผมตลอด ผมเก่งเลขครับ มัน 290 บาทตอนนี้ ถ้ามันไม่มีพรรคไหนที่แตกเป็น 30-40 เสียง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก พรรคประชาชนอยู่ที่เดิม 140 กว่าเสียง อาจจะฝากไปตั้งคำถามกับอีกพรรคนึงก็ได้ ว่าจะลดจาก 132 (เสียงของพรรคเพื่อไทย) อีกหรือไม่

เมื่อถามว่าเห็น “โผของคณะรัฐมนตรี” แล้วรู้สึกคุ้มค่าต่อการโหวตให้หรือไม่? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ผมว่า 4 เดือนแน่นอนว่ามีหลายรายชื่อที่น่าชื่นชม แต่ต้องบอกว่ารายชื่อเหล่านี้มาไม่ได้เลยถ้าไม่มีพรรคประชาชนประกาศว่าไม่รับเก้าอี้ใด ๆ เพราะมันมีโควตาเหลือที่ไม่ต้องไปแบ่งให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่น แต่โควตาคนนอกก็ถือว่าเป็นหน้าตาที่ดี อาจแก้ปัญหาระยะสั้นที่เราได้เคยพูดคุยกันไว้แล้ว เพราะหากไปดูตำแหน่งของคนนอกจะอยู่ที่กระทรวงเศรษฐกิจและความมั่นคง ผมคิดว่าพอจะแก้ปัญหาระยะสั้นได้บ้าง ส่วน ครม. ที่เป็นสัดส่วนพรรคการเมือง ผมคิดว่าก็ไม่แตกต่างจากรัฐบาลเพื่อไทยเท่าไหร่ ไม่ได้ผิดหวัง สมหวัง หรือว่าแปลกใจอะไร

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิจารณ์ว่ามี “รัฐมนตรีบุรีรัมย์” ? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า พูดตรง ๆ ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็จับตาอย่างใกล้ชิด เราอาจได้เห็นการอภิปรายนโยบายที่ชี้ให้เห็นว่ามีการตั้งรัฐมนตรีบางคนเพื่อมาทำการอะไรบางอย่างใน 4 เดือนนี้หรือไม่ การตรวจสอบเริ่มขึ้นแล้ว

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าได้มีการดำเนินการล่วงหน้าเช็กบิลเจ้าหน้าที่ที่ทำ “คดีเขากระโดง” และ “ฮั้ว สว.” แล้ว? ปกรณ์วุฒิ จึงย้อนถามว่า “ทำอย่างไร?”

แล้ว ครม. รักษาการทำอะไรไม่ได้เลยหรือครับ ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ ครม. รักษาการคือพรรคอะไรนะครับ รัฐบาลของพรรคเพื่อไทยถูกหรือไม่ ต้องถามว่าก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยก็เคยถามเรื่องฮั้ว สว. และเขากระโดงกับพรรคประชาชน ต้องถามกลับว่าช่วงที่เป็น ครม. รักษาการ ได้กระทำการใด ๆ ที่จะทำให้เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการหรือไม่ มากแค่ไหน อย่างเมื่อวานนี้ที่มีการพาดหัวข่าวเรื่องเขากระโดง ผมก็คิดว่าบางสื่อพาดหัวเกินจริงไปนิดนึง จะเห็นว่ากำลังรอคำพิพากษาจากศาลปกครอง ซึ่งผมก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติ จะให้รัฐบาลไปทำอะไรครับ ต้องรอคำพิพากษา คดีฮั้ว สว. แน่นอนว่าเราก็ติดตาม และคาดหวังว่ากระทรวงยุติธรรม DSI จะทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีข้อกังขา และเข้าไปเป่าคดีอะไร แต่คดีที่ใหญ่ขนาดนี้ 4 เดือนไม่ทันอยู่แล้ว การสืบสวนสอบสวนอะไรผมไม่รู้หรือเปล่าว่าจะทันด้วยซ้ำ เพราะใช้เวลาหลายปีอยู่แล้วกับคดีที่ใหญ่ขนาดนี้ แต่เราติดตามอย่างใกล้ชิดแน่นอนว่ามีการแทรกแซงหรือไม่

เมื่อถามว่าขณะนี้เสี่ยงแล้วหรือยังที่จะมีการแทรกแซง? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ผมคงไม่สามารถตอบได้ เพราะเราไม่ได้เห็นพฤติกรรมใด ๆ อาจเห็นข่าวว่าคนนี้ทำแบบนั้นคนนั้นทำแบบนี้ แต่อย่าลืมว่ารัฐบาลยังไม่เข้าถวายสัตย์ฯ และยังไม่มีอำนาจอะไร จะไปกล่าวหา ครม. ที่ยังไม่ได้ถวายสัตย์ฯ ผมคิดว่าไม่สามารถทำได้ในฐานะผู้แทนราษฎร

เมื่อถามย้ำว่าเป็นเรื่องผิดปกติหรือไม่ เพราะมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่หลายส่วนที่ทำคดีเหล่านี้ถูกเรียกกลับหรือชะลอไม่ให้ดำเนินการ? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ผมไม่ทราบรายละเอียด แต่ถ้าเป็นการชะลอเรื่องคดีที่อยู่ในศาลปกครอง ผมถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่แน่ใจในรายละเอียดจริง ๆ ว่าการระงับครั้งนี้เกิดจากกระบวนการอะไร การกระทำที่ไม่รอคำพิพากษาต่างหากที่ถือว่าผิดปกติ ยืนยันว่าพรรคประชาชนตรวจสอบเรื่องนี้ คาดหวังว่าจะไม่มีการแทรกแซง

ผมย้ำอีกครั้ง ครม. ยังไม่ได้ถวายสัตย์ ยังเป็น ครม. เดิม คุณอนุทินยังไม่ได้เข้าถวายสัตย์แถลงนโยบาย ยังไม่มีอำนาจที่จะไปสั่งการใด ๆ ดังนั้นตอนนี้ผมไม่สามารถไปกล่าวหาว่าเขาทำอะไรหรือไม่ทำอะไรได้บ้าง ต้องรอการแถลงนโยบาย

เมื่อถามถึง “คดีฮั้ว สว.” ที่เจ้าหน้าที่ถูกเรียกตัวไม่ให้ดำเนินการต่อ? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ผมไม่ทราบข้อมูลเลย แต่พรรคประชาชนมีทีมงานที่ดูเรื่องนี้อยู่ แต่ผมไม่ทราบข้อมูลจึงไม่สามารถตอบคำถามได้

‘ปชน.’ ส่ง ‘ศิริกัญญา’ นำทีมชำแหละ ‘แถลงนโยบายรัฐบาล’

ส่วนความพร้อมในการเตรียมอภิปรายนโยบายของรัฐบาลนั้น รองหัวหน้าพรรคประชาชนชี้แจงว่า ได้เริ่มพูดคุยกับ สส.ที่จะอภิปรายแล้ว เบื้องต้น ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน รับผิดชอบเรื่องนี้

มั่นใจว่าเตรียมพร้อมทัน ซึ่งวิป 2 ฝ่ายจะหารืออย่างไม่เป็นทางการในรอบแรกก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบวันที่แน่นอน คาดว่าจะใช้เวลาอภิปราย 2 วัน เช่นเดียวกับการอภิปรายนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมา ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า “หากมี สส.หรือสมาชิกพรรคของพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นรัฐมนตรี ก็ไม่สามารถเป็นฝ่ายค้านได้ ส่วนโครงสร้างวิปฝ่ายค้านต้องรอให้มีความชัดเจนของพรรคฝ่ายค้านก่อน และมีการโปรดเกล้า ครม.ใหม่ จะมีความชัดเจนในการดำเนินการของวิปฝ่ายค้านต่อไป”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์