ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยว่า วันที่ 19 ก.พ. จะเป็นการพิจารณากฎหมายต่อจากสัปดาห์ก่อนหน้านี้ เช่น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน หรือร่าง พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนวันที่ 20 ก.พ. จะมีการพิจารณากระทู้ถามสด ซึ่งเรายังรออยู่ว่า เมื่อไหร่นายกรัฐมนตรีจะไม่ติดภารกิจ
หวังว่าวันที่ 20 ก.พ. จะมีโอกาสที่นายกฯ จะเข้ามาตอบกระทู้สด
— ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
แย้มล็อกเป้าซักฟอก ‘10 รมต.’
ส่วนความคืบหน้าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า ครั้งที่แล้วที่มีการประชุมกัน ได้ให้แต่ละพรรคไปร่างญัตติของตัวเอง เพราะแต่ละพรรคอาจจะอภิปรายรัฐมนตรีแต่ละท่านไม่เหมือนกัน ซึ่งข้อกล่าวหาและประเด็นที่จะอภิปรายก็ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ ได้รับเนื้อหาของแต่ละพรรคเรียบร้อยแล้ว
กระบวนการต่อไป พรรคประชาชนในฐานะพรรคแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็จะนำเนื้อหาแต่ละพรรคมารวบรวมกับพรรคประชาชนเพื่อให้เป็นญัตติเดียวกัน เพื่อที่จะลงชื่อร่วมกันอีกครั้ง ฉะนั้น ไทมไลน์ที่จะยื่นต่อประธานสภาฯ ได้คงจะเป็นภายในวันที่ 27 ก.พ.เหมือนเดิม
ส่วนจำนวนรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปรายมีกี่คน? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า “เราคงไม่ยื่นทั้งคณะ คงไม่ไหว หากจะอภิปรายรัฐมนตรี 30 กว่าคน คงจะไม่เยอะขนาดนั้น แต่คาดไว้ราวๆ 10 คน แต่ต้องรอดูรายชื่อที่ชัดเจนกว่านี้”
เมื่อถามว่า หากมีการอภิปรายพาดพิงถึง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เกี่ยวกับชั้น 14 อาจมีการตั้งวอร์รูมเพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าว? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะถูกกล่าวหา แล้วจะแถลงข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ฝ่ายหนึ่งจะตั้งข้อสงสัยและข้อกล่าวหา ส่วนใครที่ถูกกล่าวหาและเห็นว่ามีความจำเป็นที่ต้องชี้แจง ก็มีสิทธิ์ที่ชี้แจง ไม่ได้มีปัญหาอะไร
จวกให้เวลาแค่ 3 วัน เหมือนคนพูดไม่เคยเป็น สส. ย้อน ‘เพื่อไทย’ สมัยเป็น ‘ฝ่ายค้าน’ ขอ 7 วัน
ส่วนที่เคยมีการแถลงว่าจะขออภิปราย 5 วัน แต่เหมือนทางรัฐบาลจะให้ได้แค่ 3 วัน? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า “เราเคยเป็นฝ่ายค้านมาด้วยกัน หากจะให้อภิปราย 2 วันแล้วลงมติอีก 1 วัน หากจะพูดแบบนี้ก็เหมือนกับคนไม่เคยเป็น สส. และรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรก็ต้องมากกว่านั้น และทุกครั้งก็เป็น 4 วัน เป็นอย่างน้อย สมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำฝ่ายค้าน ก็ขอ 7 วัน พอตัวเองเป็นรัฐบาลบอกจะให้พูด 2 วัน ก็ตัดสินกันเองแล้วกันว่านี่เป็นการพยายามหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติหรือไม่ ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยคงเป็น 4-5 วัน ตามที่ขอไป”
เมื่อถามว่า หากท้ายที่สุดแล้ว รัฐบาลให้ไม่ถึงตามที่ขอจพทำอย่างไร? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า คงต้องมีการพูดคุยเจรจากัน และคิดว่าาเราเป็นประเทศประชาธิปไตย ประเทศที่ตรวจสอบถ่วงดุลด้วยระบบรัฐสภา เราควรจะเคารพกลไกนี้ คิดว่าคงไม่มีปัญหานอกจากพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลไม่เชื่อในกลไลตรวจสอบถ่วงดุล หรือพยายามที่จะปิดปากสภาไม่ให้ตรวจสอบรัฐบาล, เชื่อว่าอย่างไรก็จบลงด้วยดี
ส่วนหากมีการอ้างเรื่องภารกิจของรัฐบาล เหมือนการมาตอบกระทู้สดจะทำอย่างไร? ปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า “ที่ผ่านมา รัฐบาลชุดที่แล้วเขาไม่ติดภารกิจกันหรือ? ซึ่งจริงๆ ผมได้ประสานไปล่วงหน้าแล้วว่าเป็นสัปดาห์ไหน หากเคลียร์ไม่ได้ ผมคิดว่าควรไปอ่านประชาธิปไตย 101 ใหม่ ว่าฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร เขาถ่วงดุลกันอย่างไร ทุกคนมีประสบการณ์หมดอยู่แล้ว พรรคเพื่อไทยเองก็อวดอ้างตัวเองเสมอว่ามีประสบการณ์มาก ก็คงรู้อยู่ว่าสิ่งใดเหมาะสม ไม่เหมาสม”
‘ปชน.’ ย้ำจุดยืนคงเจตนาห้ามออกหมายจับ สส.
ส่วนกรณีที่ประชุมสภาฯ ในวันที่ 20 ก.พ. จะมีการพิจารณาตามคำขอของตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ว่าจะอนุมัติให้นำตัว ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กรุงเทพฯ พรรคไทยก้าวหน้า ไปดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนนักท่องเที่ยวหญิงชาวไต้หวัน
เรื่องนี้ ปกรณ์วุฒิ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้ความเห็นว่า พรรคประชาชนจะมีการพูดคุยถึงแนวทางการลงมติ แต่เราก็มีจุดยืนที่ค่อนข้างชัดเจนเหมือนที่เคยบอกมาแล้ว และคิดว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายในการห้ามออกหมายจับ สส. ซึ่งมีมานานแล้ว เนื่องจากสมัยก่อน, การเมืองต้องใช้คำว่า ‘ป่าเถื่อน’ กว่านี้
เพราะในสมัยนั้นมีการไปยัดข้อหากันเพื่อไม่ให้ สส.มาโหวต แต่ก็เห็นว่าเราควรที่จะคงเจตนารมณ์นี้ไว้ และหากเป็นคดีที่เป็นเหตุทางการเมือง แน่นอนว่าเราจะไม่อนุญาต เช่น ในสมัยที่แล้วมีการออกหมายจับเกี่ยวกับคดีชุมนุม ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นคดีทางการเมือง
— ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
หากเป็น ‘คดีส่วนตัว’ ควรดันเข้าสู่กระบวนยุติธรรมเหมือนประชาชนคนอื่น
แต่คิดว่าคดีที่เป็นคดีส่วนบุคคลโดยแท้ เราควรที่จะพิจารณาดีๆ ว่าควรให้ สส.เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต่อสู้ทางกระบวนการยุติธรรม
เราไม่ได้บอกว่า สส.คนนั้นกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่แค่อยากให้เห็นว่า ในเมื่อเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีส่วนบุคคลโดยแท้ ก็ควรต้องเข้าสู่กระบวรการยุติธรรเหมือนประชาชนคนอื่น, จริงๆ มีเหตุผลมากกว่านั้นคือ นายไชยามพวาน ก็ได้แจ้งความประสงค์ชัดเจนว่าจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง ฉะนั้น สิ่งที่พรรคประชาชนจะลงมติก็เป็นไปตามความต้องการของ สส.เอง และเป็นไปตามหลักการที่เรายึดถือด้วย
— ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
ส่วนที่มีรายงานข่าว ไชยามพวานไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถดำเนินคดีได้เลยหรือไม่? ปกรณ์วุฒิ ตอบว่า ไม่ทราบ, เรื่องเทคนิคทางกฎหมาย แม้จะพยายามหาคำตอบ แต่ก็ยังหาไม่ได้ ซึ่งคิดว่าต้องเป็นฝ่ายสภาฯ ที่จะต้องตีความว่าเหตุการณ์เช่นนี้ต้องดำเนินการต่ออย่างไร หนทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร




