‘ลุงป้อม’ ชูนโยบาย ‘อีสานประชารัฐ’ สร้างรถไฟทางคู่-นิคมอุตสาหกรรม สอดรับ EEC หากได้เป็นรัฐบาล

20 เม.ย. 2566 - 17:34

  • ‘บิ๊กป้อม’ ชู ‘อีสานประชารัฐ’ สร้างรถไฟทางคู่ ‘บึงกาฬ-อู่ตะเภา’ และนิคมอุตสาหกรรม ลั่นจะทำให้อีสานเจริญ

  • ‘สันติ’ เหน็บมีแต่พรรคขอแลนด์สไลด์ แต่ไม่เคยคิดพัฒนาให้ โวถ้าเป็นรัฐบาล ทำจริง-ทำทันที

  • ‘ไพบูลย์’ ยันยื่นแจงนโยบายต่อ กกต.แล้ว

Palang_Pracharat_Party_Isaan_Pracharat_policy_SPACEBAR_Thumbnail_b3a83efaf5.jpeg
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคฯ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคฯ ร่วมแถลงเปิดนโยบาย ‘อีสานประชารัฐ’ พัฒนาภาคอีสานด้วยรถไฟทางคู่ บึงกาฬ-อู่ตะเภา 

พล.อ.ประวิตร กล่าวเปิดนโยบาย โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนาภาคอีสานและภาคตะวันออก ด้วยรถไฟทางคู่จาก จ.บึงกาฬ - ท่าเรือแหลมฉบัง – ท่าเรือมาบตาพุด – สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่ 24 จังหวัด ในภาคอีสานและภาคตะวันออก สอดรับโครงการอีอีซี โดยทางรถไฟจะผ่าน 13 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ, อุดรธานี, สกลนคร, กาฬสินธุ์, ร้อยเอ็ด, สุรินทร์, บุรีรัมย์, นครราชสีมา, สระแก้ว, ปราจีนบุรี, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง และยังเชื่อมต่อ 11 จังหวัดได้แก่ หนองคาย, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, นครพนม, มุกดาหาร, อุบลราชธานี, อำนาจเจริญ, ยโสธร, ศรีษะเกษ, หนองคาย และหนองบัวลำภู ระยะทางรวมประมาณ 480 กิโลเมตร ซึ่งจะดำเนินการเมื่อพรรคพลังประชารัฐ ได้เป็นรัฐบาล โดยได้สำรวจเส้นทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

“เราทำอีสานก่อน จากนั้นจะทำภาคเหนือและใต้ต่อไป อันนี้คิดกันมาหลายปีแล้ว อย่าเพิ่งไปคิดว่ามันจะเสร็จพรุ่งนี้” พล.อ.ประวิตร กล่าว 

พล.อ.ประวิตร ยังไม่กังวลว่าโครงการใหญ่ในภาคอีสาน อาจส่งผลต่อคะแนนเสียงในภาคอื่น และขอไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องงบประมาณที่จะใช้ พร้อมยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้แน่นอน   

“เราทำเพื่อคนอีสานโดยเฉพาะ จะได้มีงาน สร้างงาน สร้างอาชีพให้คนอีสาน น้ำเขาก็น้อย การเกษตรก็มีข้อขัดข้องเยอะ คนอีสานออกมาทำงานต่างจังหวัดทั้งนั้น เราทำโครงการนี้เพื่อชาวอีสานโดยเฉพาะ อย่าเพิ่งถามถึงภาคอื่น เอาให้ภาคอีสานเจริญ โดยภาคอีสานมีทั้งหมด 133 เขต คิดเป็น 1 ใน 3 ของประเทศ” พล.อ.ประวิตร กล่าว 

ด้าน สันติ ระบุว่า ที่ผ่านมา พรรคการเมืองล้วนขอแต่แลนด์สไลด์ภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด และภาคตะวันออก 5 จังหวัด แต่ไม่เคยเห็นพรรคการเมืองใดที่คิดว่าจะพัฒนาภาคอีสานให้พ้นความยากจน หรือนำเงินลงทุนมหาศาลไปพัฒนา มีแต่พรรคพลังประชารัฐที่ให้ความสำคัญกับชาวอีสาน และตลอดระยะเวลาเกิน 20 ปี ภาคอีสานไม่ได้รับการพัฒนาใดๆ พรรคพลังประชารัฐจึงมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ จาก จ.บึงกาฬ ที่อยู่บนสุดของอีสาน วิ่งตรงลงมาผ่านภาคอีสานทางตะวันออกทั้งภาค มาถึงท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือมาบตาพุด และสนามบินอู่ตะเภา เพื่อเปิดโลกให้ชาวอีสาน 

ส่วนรถไฟทางคู่แบบใหม่ที่เราจะทำนั้น จะมีรางขนาด 1.435 เมตร มาตรฐานเดียวกับรถไฟความเร็วสูง จะมีการสร้างทางหลวงพิเศษ 8 ช่องจราจร ตลอดแนวเส้นทางรถไฟ จะมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรม ขนาด 20,000 ไร่ 6 แห่ง กว่า 6,000 โรงงาน โดยเป็นนิคมอุตสาหกรรมนำสมัย นอกจากนี้จะมีการสร้างวิทยาลัยอาชีวะใกล้นิคมอุตสาหกรรมนิคมฯ ละ 2 แห่ง รวม 12 แห่ง เพื่อเตรียมแรงงานที่มีทักษะและคุณภาพรองรับอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาท่าเรือบก ซึ่งจะเป็นพื้นที่รองรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนิคมอุตสาหกรรมที่จัดตั้งขึ้นก่อนที่จะมีการขนส่งไปยังท่าเรือน้ำลึกที่ภาคตะวันออก 

“หลายสิบปีที่ผ่านมา ชาวอีสานได้รับการพัฒนาอย่างเชื่องช้า มีแต่คนไปขอให้แลนด์สไลด์ แต่ยังไม่เคยได้ยินพรรคใดที่ตั้งใจที่จะไปพัฒนาภาคอีสานเพื่อลูกหลานอยู่ดีกินดี เราจึงขอแรงใจทั้ง 133 เขตให้กับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อพรรคพลังประชารัฐ จะได้มีอำนาจในการมาพัฒนาภาคอีสาน และเรามั่นใจว่าชาวอีสานจะต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 133 เขต เพื่อให้พรรคพลังประชารัฐ เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และใน 133 เสียง ที่เลือกเราเข้าไปในสภาจะไปยกมือสนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรี ผมยืนยันว่าโครงการเหล่านี้ทำจริง ทำทันที แต่เราจะต้องมีนายกฯเป็นคนที่จะใช้อำนาจผลักดันโครงการดีๆ เหล่านี้ได้” สันติ กล่าว

สำหรับงบประมาณที่จะใช้ในการพัฒนาโครงการนี้ โดยเฉพาะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม ทางการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะเป็นผู้ดำเนินการ โดยการดึงดูดนักลงทุนมาจากต่างประเทศ เข้ามาลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมที่ตั้งเป้าหมายไว้ คาดว่าจะสามารถดึงดูดเงินลงทุนเข้าประเทศไทย 4.5 ล้านล้านบาท โดยรัฐจะเป็นผู้เวนคืนที่ดินที่ต้องใช้ในการพัฒนานิคมแต่ละนิคมประมาณ 2 หมื่นไร่ เพื่อรองรับโรงงานประมาณ 1 พันโรงงาน โดยแต่ละโรงงานจะใช้เงินลงทุนประมาณ 750 ล้านบาท ทั้งนี้ มีหลายประเทศสนใจที่จะมาตั้งนิคมอุตสาหกรรมและดึงโรงงานเข้ามาประมาณ 1 แห่ง อาทิ จีน และประเทศในยุโรป ที่สนใจเข้ามาตั้งโรงงาน 

ขณะที่ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคฯ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ยื่นนโยบายดังกล่าวต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เรียบร้อยแล้ว พร้อมระบุ โครงการนี้จะมาชนะแลนด์สไลด์ก่อนที่ สันติ จะกล่าวว่า “นโยบายของเราอย่าไปใช้คำว่าแข่งกับแลนด์สไลด์ แต่นโยบายของเรามีความตั้งใจพัฒนาอีสานให้กับลูกหลานชาวอีสานมีศักยภาพ มีความสามารถ ก้าวข้ามความยากจน ฉะนั้นเรามั่นใจว่าชาวอีสานจะต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 133 เขต”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์