สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง พรรคพลังประชารัฐ เปิดนโยบายพรรคหลักของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย ก้าวเข้าสู่การสร้าง Medicopois เมืองหลวงแห่งความมั่นคงด้านสุขภาพ ด้วยการปฏิรูปบริการสาธารณสุขแบบครบวงจร ตามนโนบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันก่อนป่วย ไม่ให้เกิดโรคร้ายแรง ด้วยการดูแลสุขภาพในระดับปฐมภูมิ ลดค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนและลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในระยะยาว หากเจ็บป่วยก็สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีทันสมัยใกล้บ้าน
สำหรับนโยบายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการทางสุขภาพ เช่น Telemedicine พาหมอไปหา เอายาไปส่ง และ Health Link ระบบคลังข้อมูลผู้ป่วยป่วยที่ไหน สามารถรักษาตัวที่นั่น ในกรณีฉุกเฉิน เร่งด่วน เพื่อการเข้าถึงประวัติการรักษาของคนไข้ได้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือสั่งตรวจวินิจฉัยซ้ำ
ระบบข้อมูลนี้ ยังเชื่อมโยงถึงระบบฐานข้อมูลเพื่อการจัดการทรัพยากรทางสาธารณสุข เช่น การกระจายยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงการเบิกจ่ายของกองทุนต่างๆ ทำให้ลดภาระงานของบุคลากรในการลงข้อมูลซ้ำซ้อน ทำให้มีเวลาในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น รวมไปถึงการยกระดับมาตรฐานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้มีคุณภาพเทียบเท่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ หากเจ็บป่วย เข้ารับการวินิจฉัยและรักษาได้ที่ รพ.สต. ใกลับ้านทุกแห่ง มีเทคโนโลยีช่วยเชื่อมต่อการรักษา จาก รพ.สต. ถึงโรงพยาบาลใหญ่ ให้มีบทบาทมากขึ้น ทั้งการคัดกรองโรค และส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก พร้อมจัดสรรงบประมาณลงสู่ชุมชน เพื่อส่งเสริมสุขภาพอย่างครบวงจร
พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับบุตรหลานอาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือเด็กในชุมชน ให้ได้เรียนแพทย์ เรียนพยาบาล เพื่อกลับมาดูแลพ่อแม่พี่น้องในบ้านเกิด ตามมาตรการเชิงรุกป้องกันก่อนป่วย และขยายหมอชุมชน หรือ อสม. ให้เพียงพอกับประชาชนในพื้นที่
สอดคล้องกับการผลิตและฝึกอบรมอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น เพื่อดูแลผู้สูงอายุติดเตียงที่มีอาการ หนัก 200,000 คน ทั่วประเทศ และมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เร่งผลิตและฝึกอบรมอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นจำนวน 100,000 คน เพื่อดูแลผู้สูงอายุติดเตียงและติดบ้าน จำนวน 500,000 - 1,000,000 คน มีการปรับค่าตอบแทน รวมทั้งสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องดูดเสมหะ ที่นอนลม เครื่องผลิตออกซิเจน อุปกรณ์ทำแผลสายสวน
สำหรับนโยบายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการทางสุขภาพ เช่น Telemedicine พาหมอไปหา เอายาไปส่ง และ Health Link ระบบคลังข้อมูลผู้ป่วยป่วยที่ไหน สามารถรักษาตัวที่นั่น ในกรณีฉุกเฉิน เร่งด่วน เพื่อการเข้าถึงประวัติการรักษาของคนไข้ได้ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง หรือสั่งตรวจวินิจฉัยซ้ำ
ระบบข้อมูลนี้ ยังเชื่อมโยงถึงระบบฐานข้อมูลเพื่อการจัดการทรัพยากรทางสาธารณสุข เช่น การกระจายยาและเวชภัณฑ์ รวมถึงการเบิกจ่ายของกองทุนต่างๆ ทำให้ลดภาระงานของบุคลากรในการลงข้อมูลซ้ำซ้อน ทำให้มีเวลาในการดูแลผู้ป่วยมากขึ้น รวมไปถึงการยกระดับมาตรฐานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้มีคุณภาพเทียบเท่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ หากเจ็บป่วย เข้ารับการวินิจฉัยและรักษาได้ที่ รพ.สต. ใกลับ้านทุกแห่ง มีเทคโนโลยีช่วยเชื่อมต่อการรักษา จาก รพ.สต. ถึงโรงพยาบาลใหญ่ ให้มีบทบาทมากขึ้น ทั้งการคัดกรองโรค และส่งเสริมสุขภาพเชิงรุก พร้อมจัดสรรงบประมาณลงสู่ชุมชน เพื่อส่งเสริมสุขภาพอย่างครบวงจร
พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับบุตรหลานอาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือเด็กในชุมชน ให้ได้เรียนแพทย์ เรียนพยาบาล เพื่อกลับมาดูแลพ่อแม่พี่น้องในบ้านเกิด ตามมาตรการเชิงรุกป้องกันก่อนป่วย และขยายหมอชุมชน หรือ อสม. ให้เพียงพอกับประชาชนในพื้นที่
สอดคล้องกับการผลิตและฝึกอบรมอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น เพื่อดูแลผู้สูงอายุติดเตียงที่มีอาการ หนัก 200,000 คน ทั่วประเทศ และมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว เร่งผลิตและฝึกอบรมอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นจำนวน 100,000 คน เพื่อดูแลผู้สูงอายุติดเตียงและติดบ้าน จำนวน 500,000 - 1,000,000 คน มีการปรับค่าตอบแทน รวมทั้งสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องดูดเสมหะ ที่นอนลม เครื่องผลิตออกซิเจน อุปกรณ์ทำแผลสายสวน








