พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชี้แจงกรณี ‘คลิปเสียง’ ที่ถูกระบุว่าคล้ายสมาชิกพรรคฯ คนหนึ่งเรียกรับเงิน ‘บอสพอล’ วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ซีอีโอบริษัท ดิ ไอคอน กรุ๊ป (The iCon Group) เพื่อช่วยไม่ให้ถูกตรวจสอบในชั้นคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร
พล.ต.ท.ปิยะ ระบุว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ยืนยันว่าพรรคพลังประชารัฐ มาตรฐานจริยธรรมสูง ถ้าสมาชิกพรรคไม่ว่าจะเป็นมีตำแหน่งในพรรคหรือไม่มี ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีถึงที่สุด แต่ถ้าผิดวินัยหรือระเบียบข้อบังคับพรรคก็จะดำเนินการตามมาตรฐานของพรรค
ที่สำคัญ คลิปดังกล่าว ในวันนี้ยังไม่ได้ทำการพิสูจน์ว่าเสียงของใคร มีแต่การบอกว่าเสียงใครคนนั้น คนนี้ แต่ไม่มีการพิสูจน์ชัดเจน แม้กระทั่ง ‘บอสพอล’ ก็ยังไม่ยืนยันว่าสิ่งที่คุยด้วยเป็นใคร ยืนยันแค่ว่าเป็นเสียงของตัวเอง ที่สำคัญเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว หรือในปี 2565 ซึ่งถ้าเป็นคนที่ถามหากัน ในปีดังกล่าว ยังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และไม่มีตำแหน่งใดในพรรค แม้ในปัจจุบันจะมีตำแหน่งในพรรค แต่ถ้ามีการพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า กระทำผิดจริง หัวหน้าพรรคยืนยันจะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายอย่างแน่นอน
— พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ
ขณะนี้ มีการยื่นให้ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบแล้ว ขอให้รอผลการตรวจสอบว่า เป็นคลิปจริง หรือมีการตัดต่อหรือไม่ อีกด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวน ดิ ไอคอนฯ น่าจะมีการสอบสวนบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการเรียกรับผลประโยชน์
พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันถ้ามีหลักฐานพาดพิงบุคคลหนึ่งบุคคลใดชัดเจน จะให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าเป็นคลิปที่ไม่มีที่มาที่ไป ส่งต่อกันมาลอยๆ หรือใช้ AI คงจะพิจารณาไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.296/1 จะไม่นำพยานหลักฐานที่มาจากการกระทำผิดกฎหมายมาพิจารณา
— พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ
ส่วนกรณีดังกล่าว พรรคฯ จะไม่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ แต่จะรอผลสอบของสภาฯ ใช่หรือไม่ พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ถ้าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นคนในพรรคจริง ไม่ว่าเหตุจะเกิดขึ้นในอดีตหรือปัจจุบัน แต่เป็นคนในพรรค ก็จะดำเนินการตามระเบียบ ตามกฎหมายแน่นอน
เมื่อถามว่า จะเป็นการขับออกจากพรรคหรือไม่ พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความผิด โดยจะไม่รอผลสอบจากสภาฯ เพียงอย่างเดียว แต่ถ้ามีพยานหลักฐานหรือพยานบุคคล ถ้า ‘นายพอล’ บอกว่าเป็นเสียงของสมาชิกพรรคพลังประชารัฐจริง เราก็จะดำเนินการทันที
พล.ต.ท.ปิยะ ยังเปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับคนที่ถูกอ้างว่าเป็นเสียงในคลิปดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ใช่เสียงของตัวเองอย่างแน่นอน และไม่มีพฤติกรรมเช่นนั้น ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ไม่กังวลว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดความเสียหาย เพราะเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2565 ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนที่ถูกพาดพิงว่าเป็นเจ้าของเสียงมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับ พล.อ.ประวิตร ได้สอบถามกับเจ้าตัวหรือไม่ พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีการพูดคุยกับหัวหน้าพรรคหรือไม่ แต่ส่วนตัวได้พูดคุย แต่เขายืนยันว่าไม่ใช่แน่นอน
เมื่อถามว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทย พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี ได้ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องใน ‘คดีตากใบ’ แต่ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จะแสดงความจริงใจต่อกรณีคลิปเสียงอย่างไร พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า เป็นคนละกรณีกัน
กรณีของ พล.อ.พิศาล ศาลได้ออกหมายจับให้ดำเนินคดี ขณะที่บุคคลที่มีกล่าวอ้างคลิปเสียง ยังไม่มีใครแจ้งความ ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
— พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ
ตรงกันข้ามกับ พล.อ.พิศาล ถูกออกหมายจับ แพทองธาร ชินวัตร ดำรงตำแหน่งใน 3 สถานะคือ 1. นายกฯ และหัวหน้ารัฐบาล 2. หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขณะที่ พล.อ.พิศาล เป็น สส.บัญชีรายชื่อ จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และ 3. เป็นหัวหน้าส่วนราชการที่กำกับดูแลกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ศาลมีหมายจับในวันที่ 3 ต.ค. ซึ่งหลังศาลออกหมายจับ, นายกฯ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงการต่างประเทศ มีการดำเนินการนำตัว พล.อ.พิศาล มาดำเนินคดีหรือไม่ ทั้งๆ ที่อยู่ใกล้ๆ แค่ฮ่องกงนี้เอง รวมถึงยกเลิกหนังสือเดินทางและสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งไปยังตำรวจสากลเพื่อออกหมายแดง และส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยหรือไม่
ในวันนี้เหลืออีกไม่ถึง 10 วัน คดีก็จะขาดอายุความ การลาออก สส.ของพล.อ.พิศาล ไม่ใช่การถูกขับออก ไม่ได้ทำให้การละเลยหรือการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของ แพทองธาร ใน 3 สถานะลดน้อยลง ผมมองว่าการเป็นนายกฯ ควรจะมีความรอบคอบในการบริหารราชการแผ่นดินมากกว่า
— พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ
มอบ ‘สนธิรัตน์’ ศึกษาเชิงลึกยกเลิก ‘เอ็มโอยู 2544’
โฆษกพรรคพลังประชารัฐ เผยด้วยว่า ที่ประชุมพรรคฯ ได้มีการหารือกันถึงประเด็นที่ในสังคมและโซเชียลฯ พูดถึงอย่างกว้างขวาง คือ การยกเลิกเอ็มโอยู 2544
พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า เกาะกูดเป็นพื้นที่อาณาเขตของประเทศไทย รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำรัสไว้ว่า เกาะกูดเป็นผืนแผ่นดินไทย เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาไว้ซึ่งอาณาเขต โดยเฉพาะเกาะกูดที่เป็นของคนไทยทุกคน จะไม่มีการแบ่งเกาะกูด ไปให้ประเทศหนึ่งประเทศใดเพื่อประโยชน์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือครอบครัวหนึ่งครอบครัวใดโดยเด็ดขาด ซึ่งเรื่องการศึกษาเรื่องการยกเลิกเอ็มโอยู 2544
— พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ
ทางพรรคพลังประชารัฐ ได้มอบหมายให้ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รองหัวหน้าพรรค เป็นหัวหน้า พร้อมด้วย สส.และนักวิชาการของพรรค ทำการศึกษาเชิงลึก เพื่อทำทุกวิถีทางที่จะรักษาไว้ซึ่งผืนแผ่นดินไทย




